คลอดเกณฑ์ศธจ. ทั้ง77จังหวัดทั่วปท. ต้องเป็นผู้บริหาร

  • Tuesday, April 11, 2017 - 00:00

    คลอดเกณฑ์คัดเลือก ศธจ. 77 ตำแหน่ง "ปลัด ศธ." เผยคุณสมบัติต้องเป็นผู้บริหารการศึกษาสังกัด ศธ. สมัครได้ที่สำนักงาน ศธภ.ทั้ง 18 ภาค พร้อมออกหลักเกณฑ์เกลี่ยอัตรากำลังรองรับการจัดตั้งสำนักงาน ศธจ.ด้วย เปิดรับสมัคร 18-24 เม.ย. คาดเสร็จต้นเดือน พ.ค.นี้

    นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า ตนได้ลงนามในประกาศหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) 77 ตำแหน่งทั่วประเทศ โดยผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ เป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประเภทผู้บริหารการศึกษา ได้แก่ ผู้อำนวยการ (ผอ.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา, ผอ.สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จังหวัด, ผอ.กศน.กรุงเทพฯ, ผอ.สำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จังหวัด และมีผู้ที่รักษาการตำแหน่งรองศึกษาธิการภาคที่มีคุณสมบัติครบ หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกจะดู 3 ด้าน คือ 1.วิสัยทัศน์ผลงานที่ผ่านมา 2.ประวัติการรับราชการ และ 3.สอบสัมภาษณ์ โดยมีคณะกรรมการคัดเลือกซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. ทั้งนี้จะเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 18-24 เมษายนนี้ โดยสมัครได้ที่สำนักงานศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ทั้ง 18 ภาค หากได้รับคัดเลือกก็จะได้รับการพิจารณาว่าให้ไปประจำที่จังหวัดใด และจะไม่มีการขึ้นบัญชีไว้

    "ศธจ.กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มแรกและมีคุณสมบัติที่จะสมัครเป็น ศธภ.ได้ในระยะต่อไปด้วย เนื่องจากคุณสมบัติของ ศธภ.และรอง ศธภ.ได้กำหนดคุณสมบัติให้ผู้ที่สมัครต้องผ่านการดำรงตำแหน่ง ศธจ.มาก่อน" ปลัด ศธ.กล่าว

    นายชัยพฤกษ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการในการเกลี่ยอัตรากำลังรองรับการจัดตั้งสำนักงาน ศธจ.ด้วย ซึ่งผู้ที่มีคุณสมบัติในการขอโอนย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ที่ ศธจ.ต้องเป็นข้าราชการครูแลบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ศธ.ทั่วประเทศ โดยหลักเกณฑ์ในการพิจารณาจะดูความรู้ความสามารถในตำแหน่ง ประวัติ ผลงานที่ผ่าน และการย้ายจะต้องไม่กระทบต่อหน่วยงานต้นทาง โดยสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 18-24 เมษายนเช่นกัน และกระบวนการสรรหา ศธจ. ตลอดจนการเกลี่ยอัตรากำลังเพื่อปฏิบัติงานใน ศธจ.ทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในต้นเดือนพฤษภาคมนี้.

  • เปลว สีเงิน

    ระหว่าง "รัฐบาลกับสื่อ"........... ไม่ว่ายุคไหน-สมัยไหน เป็น "งูเห่ากับพังพอน" กันได้ทุกเรื่อง! แต่เที่ยวนี้......... หนักไปทาง "สื่อโทรทัศน์" คือ สัปดาห์หน้า (๒๑-๒๒ ส.ค.๖๐) รัฐบาลจะไป "ครม.สัญจร" กันที่โคราช แต่เกรงว่าสื่อ โดยเฉพาะ "โทรทัศน์" ทุกช่อง จะตามไปกระจุกตัว "แช่กล้อง" อยู่ที่นายกฯ คนเดียว ท่านไม่อยากเป็น "วันแมนโชว์"
  • บทบรรณาธิการ

    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กำชับในการดูแล เตือนภัยประชาชน เพื่อรับมือกับภัยพิบัติ โดยให้มีการจัดทำแผนลดความเสี่ยง หากเกิดอุทกภัยในจุดสำคัญ เช่น โรงพยาบาล สนามบิน และพื้นที่เศรษฐกิจ โดยจะต้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมจริงจัง
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ฝนเทถล่มขอนแก่นทั้งคืน ส่งผลให้น้ำท่วมหลายจุดโดยเฉพาะโรงเรียนคนตาบอด เจอสูงกว่า 1 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือลำเลียงรับ-ส่งนักเรียนพิการทางสายตากว่า 60 ชีวิต
    ตำรวจขนกำลังปิดล้อมขนำในพื้นที่จังหวัดสตูลก่อนบุกรวบ "ซา สันเต๊ะ" วัยเพียง 21 แต่เป็นนักฆ่าสาดกระสุนใส่รองผกก.สภ.มะนัง-ลูกน้องเสียชีวิตคาด่านตรวจเมื่อปี 58 ปีถัดมาก่อเหตุอีกครั้งยิงถล่มบ้านผญบ.พรุนทั้งหลัง ลูกชายดับ เมีย-ลูกสาวบาดเจ็บ
    เยาวชนวัย 17 ปี ปีนกำแพงช่วงกลางดึก หนีออกจากสถานพินิจฯจังหวัดตราด ตำรวจตามเจอมุดอยู่ใต้ท้องรถ บอกเผยคิดถึงแม่อยากกลับบ้าน หลังถูกจับคดีลักทรัพย์ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา
  • x-cite inside

    “ทองม้วน ศรีอ่อน” บ้านเดิมอยู่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งขึ้นชื่อว่าประชาชนมีฐานะ ‘ยากจน’ ที่สุดจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย ครอบครัวของทองม้วนก็ยากจนจริงๆ เพราะเป็นครอบครัวใหญ่ แต่ไม่มีที่ดินทำกิน ต้องทำงานรับจ้างสารพัด ไม่ว่าในไร่นา ในสวน เพื่อเอาเงินค่าแรงเพียงไม่กี่บาทมาซื้อข้าวกินไปวันๆ
    ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีการนำที่ดิน ส.ป.ก.มาจัดสรรให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้ แต่มีความแตกต่างไปจากพื้นที่ ส.ป.ก. ต.สิงห์ จ.กาญจนบุรี เพราะที่ดิน ต.ระบำเป็นที่ดินที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) เคยเช่าที่ดินจาก ส.ป.ก.เพื่อปลูกไม้ยูคาลิปตัส เนื้อที่รวม 3,239 ไร่เศษ ไม่ใช่ที่ดินที่ยึดคืนมาจากผู้ที่ครอบครองโดยไม่ถูกกฎหมาย
    ด้วยความต้องการอยากเห็นชุมชนต่างๆ มีการจัดสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็กดีขึ้น ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง พื้นที่เสี่ยง เพิ่มปัจจัยบวก ส่งเสริมพื้นที่สร้างสรรค์มาทดแทน จึงก่อเกิดเป็นโครงการบางกอกนี้...ดีจัง โดยมีเด็กเยาวชน ชุมชน โรงเรียนในพื้นที่ และมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนาเป็นแม่แรงสำคัญ มีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้การสนับสนุน