ตั้งกก.ฟันวินัย4นายพล ทุจริตซื้อ'จยย.ไทเกอร์'

  • Tuesday, March 21, 2017 - 00:00


    ป.ป.ช.ยืนตามมติเดิมชี้มูลความผิด "พล.ต.ท.ประชิน วารี" กับพวกรวม 13 ราย ทุจริตจัดซื้อรถจักรยานยนต์ไทเกอร์ 19,147 คัน ผิด พรบ.ฮั้ว จี้ ผบ.ตร.ฟันวินัย 4 นายพลตำรวจภายใน 30 วัน พร้อมชงอัยการสูงสุดฟันอาญา ด้าน "วัชรพล" ยันแม้เกษียณแล้วแต่ลงโทษได้ สตช.จ่อตั้ง กก.สอบวินัยร้ายแรง

    เมื่อวันจันทร์ มีรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.ได้ลงนามในหนังสือเพื่อส่งไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ขอให้พิจารณาโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 4 นาย หลังคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียงชี้มูลความผิด พล.ต.ท.ประชิน วารี รองจเรตำรวจ (สบ 9) กับพวกรวม 13 คนว่า ร่วมกันทุจริตจัดซื้อรถจักรยานยนต์สายตรวจ รุ่นไทเกอร์ พร้อมอุปกรณ์ (ทดแทน) จำนวน 19,147 คัน ตามฐานความผิดทุจริตต่อหน้าที่ และกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว)

    โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีความเห็นว่า การกระทำของ พล.ต.ท.ประชิน, พล.ต.ต.สมพงษ์ น้าเจริญ และ พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ มีความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติ ครม. จรรยาบรรณของตำรวจ และนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อราชการอย่างร้ายแรง รวมทั้งฐานความผิดประมาทเลินเล่อในราชการ เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ.2547

    นอกจากนี้ จากการไต่สวนยังพบว่า พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองและผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ.2547 และมีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ฮั้ว หรือการกระทำใดๆ โดยมุ่งมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐตาม พ.ร.บ.ฮั้ว

    ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงขอให้ผู้บังคับบัญชาหรือมีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนได้พิจารณาลงโทษภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับเรื่องจาก ป.ป.ช. รวมทั้งส่งสำเนาการลงโทษกลับมาให้ ป.ป.ช.ภายใน 50 วันนับตั้งแต่วันที่ออกคำสั่ง ส่วนความผิดทางอาญาให้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินการแก่บุคคลดังกล่าว

    ด้าน พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลเรื่องดังกล่าวแล้วเมื่อช่วงที่ผ่านมา และส่งเรื่องไปต้นสังกัดคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แล้วเพื่อให้ดำเนินการทางวินัย และส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อให้ดำเนินคดีอาญา โดยผู้กระทำความผิดทั้งหมดอยู่ในคณะกรรมการจัดซื้อและคณะกรรมการประกวดราคา ปัจจุบันเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่สามารถดำเนินการทางวินัยได้ ซึ่งหากผิดวินัยร้ายแรงมีโทษถึงขั้นไล่ออก ปลดออก แล้วแต่รายละเอียดของแต่ละคน เป็นหน้าที่ของ สตช.ที่จะพิจารณา

    นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวว่า การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งทั้งที่ได้ชี้มูลความผิดไปแล้วเมื่อปี 2557 เนื่องจากมีผู้ถูกกล่าวหา 2-3 รายซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.เข้ามา ดังนั้นจึงไปพิจารณาอีกครั้งในประเด็นของความเสียหายที่เกิดขึ้นในคดี แต่เมื่อไต่สวนแล้วนำกลับมาให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาอีกครั้ง ก็ยังมีมติยืนคำชี้มูลความผิดตามมติเดิม จึงได้ส่งเรื่องไปที่ สตช.เพื่อให้ดำเนินการทางวินัยและอาญา

    สำหรับคดีทุจริตจัดซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไทเกอร์ เป็นการจัดซื้อรถจักรยานยนต์สายตรวจ ขนาด 200 ซีซี พร้อมอุปกรณ์ทดแทน จำนวน 19,147 คัน ในวงเงิน 1,144,550,600 บาท เพื่อส่งให้สถานีตำรวจทั่วประเทศ 1,447 แห่ง โดยมีการเซ็นสัญญาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2550 ราคากลางตามงบจัดซื้อคันละ 65,000 บาท รวมราคา 1,244,555,000 บาท ซึ่งรถจักรยานยนต์จำนวนมากยังถูกจอดทิ้งไว้ตามหน่วยงานของตำรวจทั่วประเทศ เพราะมีปัญหาใช้การไม่ได้ อีกทั้งรถที่เสียก็ไม่สามารถส่งศูนย์ซ่อมได้เพราะไม่มีศูนย์ซ่อม

    ภายหลังมีการร้องเรียนให้ตรวจสอบ ต่อมาเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2557 คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้แถลงชี้มูลความผิดผู้ที่เกี่ยวข้องว่า โครงการดังกล่าวมีการกำหนดร่างขอบเขตงานในเรื่องของโรงงานผู้ผลิตต้องได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และต้องมีตัวแทนจำหน่ายให้บริการซ่อมครบทุกจังหวัด ทำให้มีผู้ยื่นซองเสนอราคาเพียง 3 รายเท่านั้น แต่จากงบประมาณที่ได้รับทำให้พิจารณาได้ว่า มีเพียงรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อไทเกอร์ รุ่น Boxer 200 ของบริษัท คาร์แทรคกิ้ง จำกัด เท่านั้นที่สามารถเสนอราคาได้อย่างถูกต้องเพียงรายเดียว แต่คณะกรรมการประกวดราคากลับไม่ยกเลิกการประกวดราคา ยังได้เสนอให้ซื้อรถจักรยานยนต์ตามโครงการดังกล่าว โดยไม่ให้เหตุผลความจำเป็นที่ต้องจัดซื้อ

    นอกจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังไม่ได้ตรวจสอบเงื่อนไขเรื่องการให้บริการซ่อมของบริษัท คาร์แทรคกิ้ง จำกัด ที่ไม่มีศูนย์ซ่อมและตัวแทนจำหน่าย ซึ่งเท่ากับว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้รถจักรยานยนต์ ไทเกอร์ในการปฏิบัติหน้าที่ จะไม่สามารถนำรถไปซ่อมบำรุงตามสัญญาได้ หลังจากตรวจสอบพบว่ารถจักรยานยนต์มีปัญหาหลายอย่าง เช่นไม่สามารถทำความเร็วได้เท่ากับรถยี่ห้ออื่นๆ ในตลาด

    ทางด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สตช.ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกษียนราชการไปแล้ว จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาระดับลงทัณฑ์ โดยเป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจที่กำหนดไว้อยู่แล้ว อีกส่วนคือนายตำรวจที่ยังอยู่ในราชการ สตช.ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนวินัยร้ายแรง สมควรได้รับโทษในลักษณะใด ต้องรอผ่านที่ประชุม ก.ตร. โดยให้กองวินัยสำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาส่งต่อไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.อีกครั้ง

    ด้าน พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร.ด้านบริหาร รับผิดชอบงานวินัย กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นเรื่อง ถ้าเรื่องส่งมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว เจ้าหน้าที่ก็กำลังประมวลตามระเบียบขั้นตอนเพื่อส่งเรื่องให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.พิจารณาตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอไปดูรายละเอียดก่อนจึงจะให้คำตอบได้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เรื่องเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว มีระเบียบแบบแผนปฏิบัติอยู่แล้ว.

  • เปลว สีเงิน

    ยังไม่ถึงวันที่ ๒๖ ตุลา........... กรุงเทพฯ ก็เริ่ม "คับแคบ" ตั้งแต่วันที่ ๒๓ แล้ว! เมื่อถึงวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ" ประชาชนไม่เป็นแสน-เป็นล้านหรือนี่ ที่ต่างมุ่งหน้าสู่สนามหลวง ด้วยใจประสงค์ตรงกัน?
  • บทบรรณาธิการ

    พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ แนะนำหนทางสู่การตระหนักรู้และทำในสิ่งที่ควรเพื่อเดินหน้าต่อไปในห้วงแห่งความโศกเศร้าหลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ในหัวข้อ รับมือกับความเศร้าโศกในยามสูญเสีย
  • เอ็กซ์-ไซท์

    หนุ่มชาวนครปฐมทำทอง1บาทหล่นหาย แต่โชคดีได้รับคืนหลังนายกอบต.สระพัฒนา เก็บได้ระหว่างเดินทางไปวางพวงมาลาวันปิยมหาราช ก่อนติดต่อส่งคืนเจ้าของขอบคุณ "สมกับเป็นตัวแทนชาวบ้าน"
    หน่วยเฉพาะกิจโชคชัย จังหวัดชุมพรจับพ่อค้ายาบ้า "แก๊งหนุ่ม ซอมบี้" ยึดของกลางยาบ้าตราแอปเปิ้ลร่วมหมื่นเม็ด เผยเดือนเดียวจับ 25 คดี
    ชาวประมงพื้นบ้านหาดเจ้าสำราญ จัดกิจกรรม “สานต่อคำสอนพ่อ” นำศาลพระภูมิที่ชำรุดทิ้งกลางทะเล ทำเป็นปะการังเทียมให้สัตว์น้ำอยู่อาศัย เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้ยั่งยืน
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง