ยุคที่ต้องบริหารความรู้สึกคน

  • Saturday, May 20, 2017 - 00:00

    แม้รัฐบาลไม่ต้องการจะตีปี๊บผลงานให้ประชาชนได้รับฟังในวาระทำงานครบรอบ 3 ปี ใน 1 เดือนข้างหน้า แต่ในสายงานปกติของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่จะครบรอบ 1,095 วัน ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ ก็มีการเสนอให้มีการรวบรวม สรุปการทำงานในรูปของเอกสาร และนำเสนอส่งสารไปถึงประชาชนผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึงการจัดระเบียบสังคมหลายๆ ด้านโดยภาพรวม ถือเป็นงานที่สร้างประโยชน์ให้คนส่วนใหญ่ แต่ในทางตรงกันข้ามก็กระทบกับคนบางส่วน

    ในแง่ของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ที่ดูแลสถานการณ์โดยภาพรวมถือได้ว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้รับความชื่นชม เพราะตลอด 3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มการเมืองไม่สามารถสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองได้ จะมีก็เป็นเพียงเหตุเล็กๆ สร้างความปั่นป่วน ก่อกวน ดิสเครดิตรัฐ ยังไม่ได้ส่งผลให้เกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชนอย่างรุนแรง หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ ก็มีข้อสันนิษฐานในเรื่องผู้เสียผลประโยชน์ หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อนโยบายการจัดระเบียบของรัฐบาล

    แต่ในงานด้านอื่นๆ ของรัฐบาลนั้น รัฐบาลก็พยายามเดินหน้าอย่างเต็มที่ตามข้อจำกัดที่ตัวเองมีอยู่ แต่บางเรื่องก็ต้องยอมรับว่าไม่สามารถแก้ไขหรือพัฒนาไปได้ในระยะเวลาอันสั้น ทำให้งานสำคัญหลายเรื่องไม่เดินหน้าเท่าที่ควร โดยเฉพาะปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องปากท้อง ความเป็นอยู่ของคนในสังคม ถือเป็นประเด็นที่กระทบต่อความรู้สึกของคนมากที่สุด และเป็นผลในเชิงจิตวิทยาที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของประชาชนทั้งประเทศ

    ยิ่งคนที่มีเครดิต และมีชื่อเสียงอย่างนายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการใหญ่ องค์การการค้าโลก และอดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา ออกมาระบุว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยน่าเป็นห่วง เพราะยังมีข้อถกเถียงเกิดขึ้นมากในสังคมว่าเศรษฐกิจดีจริงหรือไม่ จึงอยากให้รัฐบาลให้ข้อมูลเศรษฐกิจที่แท้จริงกับประชาชน เพราะการบริหารทางการเมืองมักจะให้ข้อมูลในภาวะด้านดี โดยเฉพาะการลงทุนของภาคเอกชนตัวเลขไม่ชัดเจน และการลงทุนส่วนใหญ่ลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างเดียว ซึ่งผิดปกติ และอาจทำให้เกิดภาวะฟองสบู่จากที่มีการก่อสร้างโครงการจำนวนมาก ถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องดูแลให้ดี

    พร้อมกันนั้นยังระบุว่า รัฐบาลต้องให้ข้อมูลเศรษฐกิจการลงทุนที่ถูกต้อง ว่าทำไมเอกชนไม่ลงทุน ทั้งที่มีเงินสดมาก และนำไปจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นสูง เป็นการกระตุ้นตลาดหลักทรัพย์อย่างเดียว ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะควรนำไปลงทุนพัฒนาคน พัฒนานวัตกรรม การวิจัย การพัฒนาเพื่อขยายกิจการ กลับเน้นการจ่ายเงินปันผลกระตุ้นตลาดหลักทรัพย์ โดยตอนนี้เอกชนไทยจ่ายเงินปันผลสูงที่สุดในอาเซียนและเอเชีย ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องคิดว่าถูกหรือไม่ นอกจากนี้เอกชนที่มาร่วมลงทุนกับรัฐในโครงการประชารัฐ ก็ไม่ได้ผลักดันการลงทุนจริง เป็นการร่วมทำเพื่อหน้าตาเท่านั้น

    สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ออกเอกสารข่าวชี้แจงว่า ข้อมูลดัชนีราคาที่อยู่อาศัยจากฐานข้อมูลสินเชื่อธนาคารพาณิชย์จากธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าอุปสงค์และอุปทานในภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีความสอดคล้อง จากการจัดเก็บข้อมูลในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ พบว่า ในปี 2559 จำนวนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนอยู่ที่ 124,586 หน่วย ขณะที่ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยอยู่ที่ 175,315 หน่วย และที่อยู่อาศัยเหลือขายสะสมในช่วงครึ่งหลังปี 2559 มีจำนวน 128,295 หน่วย อยู่ในระดับที่ค่อนข้างทรงตัวในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

    พร้อมยืนยันว่า เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสแรกของปี 2560 ขยายตัว 3.3% ปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัว 3.2% ในปี 2559 โดยได้รับการสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาครัฐ และการส่งออกสินค้าและบริการที่ขยายตัวได้ดี นอกจากนี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวม ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในเดือน เม.ย.60 อยู่ที่ระดับ 65.4 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และสูงสุดในรอบ 24 เดือน สำหรับทั้งปี 2560 กระทรวงการคลังคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 3.6% ต่อปี

    สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ปัจจัยที่ทำให้ความพึงพอใจเพิ่มขึ้นและลดลงนั้น โดยเฉพาะการบริหารประเทศที่โปร่งใส ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน การอนุมัติโครงการต่างๆ ตั้งอยู่บนผลประโยชน์ต่อส่วนรวม สามารถชี้แจงและตรวจสอบได้ ไม่ออกนโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มพวกตัวเอง เพราะถ้าบางเรื่องไปปรากฏในช่วงจังหวะที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ก็จะยิ่งซ้ำเติมความรู้สึกของคนในสังคม ส่งผลให้เกิดความไม่พอใจต่อการบริหารงานของรัฐบาลทั้งหมด ทำให้รัฐบาลเองเกิดความกดดันในการแก้ไขปัญหา

    การจัดหายุทโธปกรณ์โครงการขนาดใหญ่ที่แม้จะมีความสำคัญ การขึ้นเงินเดือน ค่าตอบแทนให้กลุ่มพวกของ คสช.ต่างเป็นเรื่องอ่อนไหว และเกิดคำถามจากสังคมว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะระหว่างที่คนในสังคมกำลังหน้าดำหน้าแดงต่อสู้รับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่ยังฝืดเคือง ในลักษณะกลืนเลือด ไม่ปริปาก เพราะเชื่อว่า คสช.ยังทำงานเพื่อภาพรวมของประเทศ แต่การออกมาตรการต่างๆ มาเพื่อคนกันเอง โดยอ้างเรื่องการทำงานน่าจะเป็นเหตุผลที่เข้าข้างตัวเองเกินไป และอาจส่งผลต่อทัศนคติของคนในสังคมที่โอนเอนไปทางลบ

    เพราะอย่าลืมว่า การบริหารประเทศในยุคนี้นอกจากมาตรการที่ส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาโดยตรงแล้ว การสร้างความพึงพอใจให้กับประชาชนในประเทศถือเป็นเรื่องจำเป็น การบริหารความพอใจของคนจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะการที่รัฐบาลจะเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาอะไรได้ ย่อมต้องได้รับการสนับสนุนจากคนในประเทศเป็นสำคัญ แต่ในทางกลับกัน ถ้าคนส่วนใหญ่เริ่มไม่พึงพอใจในพฤติกรรม เนื่องจากการออกมาตรการที่เอื้อต่อคนกันเองอยู่บ่อยครั้ง ก็ยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้การขับเคลื่อนงานของรัฐบาลต่อไปนั้นยากขึ้น.

  • เปลว สีเงิน

    ดูผลสำรวจ "นิด้าโพล" เมื่อวาน (๒๐ ส.ค.๖๐) ทำให้เข้าใจ "มิติคนไทย" ทางการเมืองมากขึ้น ความจริง ไม่เฉพาะคนไทย "คนทั้งโลก" ก็แบบนี้ ใหม่ๆ เห่อปรอทแตก แต่พักเดียว เปลี่ยนจากเห่อ เป็นโห่!
  • บทบรรณาธิการ

    สัปดาห์นี้ถือว่าเป็นสัปดาห์ที่มีความสำคัญต่อทิศทางการเมืองในอนาคต เพราะจะมีคำพิพากษาจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีสำคัญของนักการเมืองถึง 2 คดี คดีแรกคือ กรณีที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับพวก
  • เอ็กซ์-ไซท์

    นายตำรวจระดับสารวัตรเผชิญนาทีระทึก นำพารามอเตอร์ของเพื่อนที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขึ้นบินรำลึกครบ 100 วันตาย จู่ๆ เครื่องดับกลางอากาศสูงจากพื้นที่ 300เมตร ยังคุมสติร่อนฉุกเฉินลงในป่าหญ้าแค่บาดเจ็บเล็กน้อย
    กรมอุตุนิยมวิทยาเผยยังมีฝนหนักในช่วงนี้รวมทั้ง กทม.และปริมณฑล ตากอ่วม 2 อำเภอน้ำป่าหลากท่วมสำนักสงฆ์และบ้านเรือนราษฎร เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย
    กรมการปกครองนำกำลังเข้าทลายโรงแรม "โกลัก" ย่านนนทบุรี เปิดซ่องโจ๋งครึ่มจนชาวบ้านร้องเรียน รวบสาวนานาชาติ 22 คนขายบริการ พร้อมหญิงเจ้าของ รับเช่าต่อจากโกลักนาตารีมาค้ากาม
  • x-cite inside

    การขับถ่ายกลางแจ้งเป็นพฤติกรรมเก่าแก่ของมนุษย์ ซึ่งไม่ค่อยมีปัญหาตราบเท่าที่คนไม่แออัดและผืนดินรองรับสิ่งที่มนุษย์ขับถ่ายได้อย่างปลอดภัย แต่เมื่อผู้คนอยู่รวมกันเป็นชุมชนใหญ่น้อยมากขึ้น เราก็ค่อยๆ เรียนรู้ว่า สุขอนามัยเชื่อมโยงกับสุขภาพ
    “ทองม้วน ศรีอ่อน” บ้านเดิมอยู่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งขึ้นชื่อว่าประชาชนมีฐานะ ‘ยากจน’ ที่สุดจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย ครอบครัวของทองม้วนก็ยากจนจริงๆ เพราะเป็นครอบครัวใหญ่ แต่ไม่มีที่ดินทำกิน ต้องทำงานรับจ้างสารพัด ไม่ว่าในไร่นา ในสวน เพื่อเอาเงินค่าแรงเพียงไม่กี่บาทมาซื้อข้าวกินไปวันๆ
    ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีการนำที่ดิน ส.ป.ก.มาจัดสรรให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้ แต่มีความแตกต่างไปจากพื้นที่ ส.ป.ก. ต.สิงห์ จ.กาญจนบุรี เพราะที่ดิน ต.ระบำเป็นที่ดินที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) เคยเช่าที่ดินจาก ส.ป.ก.เพื่อปลูกไม้ยูคาลิปตัส เนื้อที่รวม 3,239 ไร่เศษ ไม่ใช่ที่ดินที่ยึดคืนมาจากผู้ที่ครอบครองโดยไม่ถูกกฎหมาย