ศาลไม่ให้ประกัน4หนุ่มเตรียมคาร์บอมบ์กทม. ชี้อาจก่อเหตุร้ายได้

  • Thursday, May 18, 2017 - 19:12

    18 พ.ค. 60- ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ต.หญิง ดวงมณี พานนาค พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ได้ควบคุมตัวนายอัมรีย์ หะ, นายนุรมัน อาบู, นายมูฟตาดิน สาและ และนายต่วนฮาฟิต ดือมุงกาป๊ะ ผู้ต้องหาที่ 1-4 คดีวางระเบิด ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง และอั้งยี่ ซ่องโจร กรณีที่ฝ่ายความมั่นคงพบกลุ่มบุคคลเตรียมก่อเหตุคาร์บอมบ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงวันที่ 25-30 ต.ค. 2559 มาฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. – 29 พ.ค. นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรอผลการสอบประวัติอาชญากร

    คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า ขณะเกิดเหตุตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ย. 2559 – 17 ต.ค. 2559 นายตาลมีซี โตะตาหยง, นายอับดุลบาซิร สือกะจิ และนายมูบารีย์ กะนา กับพวกกว่าห้าคนที่หลบหนีได้แฝงตัวสมัครเข้าทำงานในบริษัทเอกชน เพื่อปกปิดวิธีการดำเนินการของคณะบุคคล ซึ่งมีนายอูสมาน เจะเงาะ เป็นผู้ให้ค่าใช้จ่ายในการก่อเหตุวางระเบิด จำนวน 100,000 บาท และได้ร่วมกันวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำ ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. 2559 นายอูสมาน เจะเงาะ และนายแวอารง เจ๊ะอุมา ได้สั่งการให้นายตาลมีซี กับพวก เตรียมก่อเหตุวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลช่วงเดือน ต.ค. 2559 โดยนายอูสมานเป็นผู้สั่งการกำหนดพื้นที่เป้าหมายและวันเวลาที่จะก่อเหตุ และได้ให้ผู้ต้องหาที่ 1-3 ไปฝึกทบทวนการประกอบระเบิดแบบท่อ (ไปป์บอมบ์) โดยใช้พื้นที่บริเวณหลังบ้านของนายอูสมาน ฝึกในเวลากลางคืนวันละ 2 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน

    ต่อมาช่วงต้นเดือน ต.ค. มีการประชุมวางแผนออกสำรวจพื้นที่เป้าหมายที่จะวางระเบิด โดยในวันที่ 10 ต.ค. 2559 คสช.ได้ตรวจพบว่ามีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้สั่งการให้สมาชิกแนวร่วมเข้ามาเตรียมก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นย่านรามคำแหง, หัวหมาก และพื้นที่ใกล้เคียง โดยพบนายตาลมีซี กับพวกรวม 13 คน ที่หอพักหลังมัสยิดยามีอุลอิสลาม นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีข้อหามีใบกระท่อมไว้ในครอบครอง จากนั้นวันที่ 24 พ.ย. 2559 หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการข่าว คสช.ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามให้ดำเนินคดีกับนายตาลมีซี กับพวกในข้อหามีวัตถุระเบิด และอั้งยี่ ซ่องโจร และวันที่ 29 พ.ย. 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวนายตาลมีซี, นายอับดุลบาซิร และนายมูบารีห์ ส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม

    ต่อมาวันที่ 17 พ.ค. 2560 ผู้ต้องหาที่ 1-4 ได้เดินทางมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม จึงทำการจับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยพฤติการณ์และพยานหลักฐานแวดล้อมเห็นว่า นายอัมรีย์, นายนุรมัน และนายมูฟตาดิน ผู้ต้องหาที่ 1-3 อยู่ชุดปฏิบัติการศรีสาคร เป้าหมายวางระเบิดพื้นที่ผับอีสาน และสะพานทางเข้าตลาดเคหะบางพลี อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ และนายต่วนฮาฟิต ผู้ต้องหาที่ 4 เป็นผู้ให้ที่พักและประสานงาน เหตุเกิดที่เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร, อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ และ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เกี่ยวพันกัน การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 วรรคแรก, 210 และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 4 อนุ 3, 38, 55 และ 78 ประกอบมาตรา 83 โดยในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

    ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุร้ายประการอื่น
    ศาลไม่ให้ประกัน 4 โจรใต้เตรียมบอมบ์กรุงเทพฯ

    ต่อมาญาติผู้ต้องหาทั้งสี่ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เป็นโฉนดที่ดิน และ นส.3 ก. ที่ จ.นราธิวาสมูลค่ารวม กว่า 2 ล้านบาทเพื่อขอปล่อยชั่วคราว

    อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีเป็นภัยอันตรายต่อประชาชน และกระทบต่อความมั่นคงของประเทศอย่างยิ่ง แม้ผู้ต้องหาจะให้กาปฏิเสธ และเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน แต่เป็นภายหลังที่ศาลออกหมายจับนานถึง 5 เดือน ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกัน กรณีจึงน่าเชื่อว่า หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาอาจจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุร้ายอื่นได้ ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง

    เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งสี่ ไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป.

  • เปลว สีเงิน

    ยังไม่ถึงวันที่ ๒๖ ตุลา........... กรุงเทพฯ ก็เริ่ม "คับแคบ" ตั้งแต่วันที่ ๒๓ แล้ว! เมื่อถึงวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ" ประชาชนไม่เป็นแสน-เป็นล้านหรือนี่ ที่ต่างมุ่งหน้าสู่สนามหลวง ด้วยใจประสงค์ตรงกัน?
  • บทบรรณาธิการ

    พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ แนะนำหนทางสู่การตระหนักรู้และทำในสิ่งที่ควรเพื่อเดินหน้าต่อไปในห้วงแห่งความโศกเศร้าหลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ในหัวข้อ รับมือกับความเศร้าโศกในยามสูญเสีย
  • เอ็กซ์-ไซท์

    หนุ่มชาวนครปฐมทำทอง1บาทหล่นหาย แต่โชคดีได้รับคืนหลังนายกอบต.สระพัฒนา เก็บได้ระหว่างเดินทางไปวางพวงมาลาวันปิยมหาราช ก่อนติดต่อส่งคืนเจ้าของขอบคุณ "สมกับเป็นตัวแทนชาวบ้าน"
    หน่วยเฉพาะกิจโชคชัย จังหวัดชุมพรจับพ่อค้ายาบ้า "แก๊งหนุ่ม ซอมบี้" ยึดของกลางยาบ้าตราแอปเปิ้ลร่วมหมื่นเม็ด เผยเดือนเดียวจับ 25 คดี
    ชาวประมงพื้นบ้านหาดเจ้าสำราญ จัดกิจกรรม “สานต่อคำสอนพ่อ” นำศาลพระภูมิที่ชำรุดทิ้งกลางทะเล ทำเป็นปะการังเทียมให้สัตว์น้ำอยู่อาศัย เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้ยั่งยืน
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง