“สัญญาประชาคม” เพื่อปรองดอง ต้องปล่อยเริ่มต้น "เสรีความคิด"

  • Saturday, July 22, 2017 - 00:00

    อาจเรียกได้ว่าเป็นภาระหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่เข้ามาแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศหลังเกิดความขัดแย้งทางความคิด ด้วยการหาวิธีสร้างความปรองดองสมานฉันท์ สามัคคี ให้เกิดขึ้นในหมู่คนไทยให้ได้ หลังจากเกิดการเผชิญหน้าระหว่างสองขั้วความคิดเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน และไม่มีทีท่าว่าจะสามารถทำให้สังคมไทยกลับมาเหมือนเดิมได้ เพราะความสูญเสียจากความรุนแรงจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ผลกระทบจากความรุนแรงเชิงโครงสร้างที่สั่นสะเทือนความรู้สึกภายในของคนที่มีความเชื่อแตกต่างกันจนเป็นบาดแผลลึกที่ยากจะทำให้หายไปด้วยระยะเวลาอันใกล้

    หากวิเคราะห์แล้ว ผู้มีอำนาจ หรือผู้ที่เป็นผู้นำกลุ่มการเมืองนั้น เป็นแค่เพียงผู้เสียอำนาจ และเสียประโยชน์ แต่ไม่ใช่ผู้ที่สูญเสียตัวจริง คนกลุ่มนี้ก็ยังกลายเป็นกลุ่มที่ถูกดึงเข้าไปร่วมในกระบวนการปรองดอง ให้ข้อมูล ข้อเสนอแนะ กับคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบตัวจริงคือประชาชนคนธรรมดาทั่วไปที่เข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และในที่สุดกลับต้องได้รับบาดเจ็บ สูญเสีย ถูกดำเนินคดี จำคุก ด้วยความเชื่อ และอุดมการณ์ทางการเมืองส่วนตัว

    กระนั้นเมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติต้องหากลไกหรือวิธีการที่เป็นทางการเมือง เพื่อให้ได้ผลผลิตของแนวทางสร้างความปรองดอง สามัคคี จึงต้องสร้างสิ่งที่จะทำได้เป็นรูปธรรมจับต้องได้ คือการจัดทำข้อมูลปรองดองให้เป็นลายลักษณ์อักษร สร้างฉันทามติผ่านหน้ากระดาษ กลั่นกรองเป็นร่างสัญญาประชาคม 10 ข้อ ตามที่คณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่ได้ตั้งคณะอนุกรรมการหลายชุดขึ้นมาเพื่อจัดทำเอกสารที่เรียกว่าความเห็นร่วมที่ได้รับฟังจากการเชิญตัวแทนกลุ่มการเมือง ภาคประชาชน เอกชน และองค์กรต่างๆ เข้ามาให้ความเห็น มาขย้ำรวมกันเป็นข้อตกลงกว้างๆ ไม่ผูกมัดหรือเจาะจงจนแต่ละฝ่ายยอมรับไม่ได้

    ส่งผลให้ฝ่ายต่างๆ ที่เห็นร่างสัญญาประชาคมมองว่าเป็นข้อกำหนดที่เขียนไว้กว้างๆ เป็นนามธรรม ไร้การจับต้องได้ จึงไม่มีหลักประกันที่จะสร้างความปรองดองได้จริง เป็นเพียงอีเวนต์การทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อตอกย้ำการทำหน้าที่เป็นตัวกลาง เป็นกรรมการห้ามมวย ไม่ใช่คู่ความขัดแย้งทางการเมือง อย่างที่บางขั้วการเมืองจำแนกไว้ ส่งผลให้สถานะของการจัดระเบียบอำนาจยังดำรงอยู่อย่างชอบธรรม กว่าจะไปสู่การเลือกตั้งที่ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต

    อนุกรรมการประชาสัมพันธ์ได้ระบุว่า เอกสารเกี่ยวกับความคิดเห็นร่วมกันอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งตอนนี้ได้ทำการนำความเห็นร่วมมาทำเป็นร่างสัญญาประชาคม และได้เปิดเวทีชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ในวันที่ 17- 20 กรกฎาคมนี้ ทั้ง 4 กองทัพภาคที่ผ่านมา โดยวันศุกร์ที่ผ่านมาคณะกรรมการเตรียมการสามัคคีปรองดองให้นำร่างสัญญาประชาคมที่ไปรับฟังความเห็น 4 ภาคมาเพิ่มเติมอีกประมาณ 2% ไม่มีอะไรที่เป็นสาระสำคัญ ส่วน 98% ในร่างสัญญาประชาคม 10 ข้อ ยังเหมือนเดิม ใช้เวลา 2 วันสรุปร่างสุดท้าย

    วันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคมนี้ ประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน สรุปปิดจ๊อบเป็นร่างสัญญาประชาคมฉบับสมบูรณ์ ถือเป็นพันธสัญญาของคนไทยทั้งชาติ นับแต่ 10 ปีแห่งความขัดแย้ง ต้องไม่โทษใคร ไม่รื้อฟื้นอดีต มองอนาคตร่วมกัน ที่สำคัญจะไม่เป็นเงื่อนไขความขัดแย้งในอนาคต จากนั้นจะมีการกำหนดวันแถลงใหญ่ผ่านทีวีพร้อมกันทั่วประเทศ ถึงระดับหมู่บ้าน จากนั้นนำไปตอกย้ำรณรงค์ไปจนกว่าจะเลือกตั้ง

    เป็นหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ต้องนำร่างดังกล่าวไปประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ให้ประชาชนไปถึงระดับหมู่บ้าน ในเบื้องต้นการวิพากษ์วิจารณ์ย่อมเกิดขึ้นเป็นปกติ ซึ่งเป็นเรื่องที่กลุ่มที่จัดทำต้องเปิดใจรับฟัง และไม่บังคับให้ใครเชื่อหรือทำตามร่างสัญญาประชาคมดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นสัญญาประชาคมที่ทุกฝ่ายยอมรับและมีส่วนรวมตั้งแต่ต้น แต่อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นว่า บุคคลที่เข้าร่วมเป็นแค่ระดับของแกนนำกลุ่มการเมือง พรรคการเมือง ภาคประชาชน ไม่สามารถอ้างอิงว่าเป็นความเห็นของทุกคน

    หากคณะรักษาความสงบแห่งชาติยอมรับในจุดนี้ได้ และไม่ต้องควบคุมการแสดงความคิดเห็น ปล่อยให้ร่างสัญญาประชาคมเป็นสัญลักษณ์แห่งการริเริ่มเปิดรับความแตกต่างทางความคิดเห็นในทุกระดับ จะเป็นจุดที่ส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกของคนในสังคม ที่ไม่ถูกบังคับ ยัดเยียด นำไปสู่การก้าวเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มใจ ร่างสัญญาประชาคมเป็นแค่พิธีกรรมของรัฐ ก็จะกลายเป็นความรู้สึกร่วมที่ตั้งอยู่บนความเข้าใจซึ่งกันและกัน เคารพในการรับฟัง และอยู่ร่วมกันได้อย่างแท้จริงบนความเห็นที่แตกต่าง.

  • เปลว สีเงิน

    ยังไม่ถึงวันที่ ๒๖ ตุลา........... กรุงเทพฯ ก็เริ่ม "คับแคบ" ตั้งแต่วันที่ ๒๓ แล้ว! เมื่อถึงวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ" ประชาชนไม่เป็นแสน-เป็นล้านหรือนี่ ที่ต่างมุ่งหน้าสู่สนามหลวง ด้วยใจประสงค์ตรงกัน?
  • บทบรรณาธิการ

    พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ แนะนำหนทางสู่การตระหนักรู้และทำในสิ่งที่ควรเพื่อเดินหน้าต่อไปในห้วงแห่งความโศกเศร้าหลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ในหัวข้อ รับมือกับความเศร้าโศกในยามสูญเสีย
  • เอ็กซ์-ไซท์

    หนุ่มชาวนครปฐมทำทอง1บาทหล่นหาย แต่โชคดีได้รับคืนหลังนายกอบต.สระพัฒนา เก็บได้ระหว่างเดินทางไปวางพวงมาลาวันปิยมหาราช ก่อนติดต่อส่งคืนเจ้าของขอบคุณ "สมกับเป็นตัวแทนชาวบ้าน"
    หน่วยเฉพาะกิจโชคชัย จังหวัดชุมพรจับพ่อค้ายาบ้า "แก๊งหนุ่ม ซอมบี้" ยึดของกลางยาบ้าตราแอปเปิ้ลร่วมหมื่นเม็ด เผยเดือนเดียวจับ 25 คดี
    ชาวประมงพื้นบ้านหาดเจ้าสำราญ จัดกิจกรรม “สานต่อคำสอนพ่อ” นำศาลพระภูมิที่ชำรุดทิ้งกลางทะเล ทำเป็นปะการังเทียมให้สัตว์น้ำอยู่อาศัย เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้ยั่งยืน
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง