จินตนาการใหม่ “คสช.” ประชารัฐสวัสดิการ

  • Saturday, September 2, 2017 - 00:01


    การติดตามการหายตัวไปของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นหน้าที่รับผิดชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยต้องเร่งดำเนินการเพื่อตอบกระแสสังคมให้ได้ว่า ผู้ต้องหาคดีความสำคัญระดับประเทศเล็ดลอดออกไปนอกประเทศได้อย่างไร มีหลายข้อสงสัยที่พุ่งเป้าไปที่คณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ และหน่วยงานความมั่นคงว่าปล่อยปละละเลย หรือรู้เห็นเป็นใจสมยอมให้อดีตนายกรัฐมนตรีออกไปนอกประเทศ เพื่อลดแรงกดดันทางการเมืองในประเทศในโหมดการเมืองที่จะเดินไปสู่การเลือกตั้ง

    จึงไม่แปลกที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทั้งในกองทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะออกมาปฏิเสธการตั้งคำถามต่อเรื่องการปล่อยให้ยิ่งลักษณ์เดินทางออกนอกประเทศไปได้อย่างสะดวกโยธิน พร้อมไปกับการเร่งหาข้อมูลเส้นทางการหลบหนี วิธีการ บุคคลที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือให้ออกนอกประเทศ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการหลบหนีของอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ไปได้ และตอบคำถามให้หายสงสัย ซึ่งเชื่อว่าเมื่อมีข้อมูลออกมา กระแสวิพากษ์วิจารณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติก็จะลดลงไปควบคู่ไปกับระยะเวลาที่ทอดยาว ทำให้ประเด็นใหม่เข้ามาทดแทน

    แม้การเคลื่อนไหวของ นายทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดี ที่งัดคำพูดของนักปรัชญาทางการเมืองออกมาพาดพิงสถานการณ์ก่อนน้องสาวหายตัวไป จะสร้างกระแสให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ตามมา แต่ก็เชื่อว่ากว่าที่ศาลจะพิพากษาคดีของยิ่งลักษณ์ในปลายเดือนกันยายนที่จะถึง ประกอบกับในห้วงนี้ คดีความที่เกี่ยวเนื่องกับประเด็นการเมือง ซึ่งเกิดขึ้นมาในช่วงความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต สถานการณ์การชุมนุมที่รุนแรงของ 2 ขั้วสีที่มีประชาชนเสียชีวิต อยู่ในช่วงที่มีการพิพากษาคดีกันอย่างต่อเนื่อง เหล่านี้จะส่งผลให้แรงกดดันต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติก็ค่อยๆ ลดลงไป

    ขณะเดียวกัน การเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งนั้น พรรคการเมืองต่างต้องเตรียมตัว และ ต้องได้รับสัญญาณจากเจ้าของพรรคการเมืองตัวจริงว่าจะต่อสู้อย่างไร เพราะการเมืองในอนาคต ไม่ใช่แค่การขายนโยบาย หรือการสร้างกลยุทธ์ในการกอบโกยคะแนนเสียงเช่นในอดีต การแข่งขันทางการเมือง นับจากนี้สำหรับพรรคการเมืองไม่ได้ง่ายเหมือนทุกครั้งที่มีหัวคะแนนในการจัดตั้ง และพร้อมจะหยั่งรู้ถึงแนวโน้มของผลการเลือกตั้งเหมือนที่ผ่านมา การสร้างกลไก และกฎหมาย เพื่อออกแบบการเมืองหลังเลือกตั้งภายใต้คณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองคงเห็นว่าไม่ง่ายนักที่จะทุ่มเททรัพยากรเพื่อลงทุน

    ขณะเดียวกัน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และรัฐบาล ซึ่งตอนนี้คะแนนนิยมลดลงจากเมื่อครั้งที่เข้ามาบริหารประเทศใหม่ๆ กำลังพยายามเร่งทำผลงานให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะนโยบายที่กระตุ้นความรู้สึกของคนในระดับรากหญ้า คนจนเมือง ซึ่งมีผลต่อความนิยมของรัฐบาลในการบริหารประเทศในช่วงเวลาที่เหลือ สร้างการรับรู้ใหม่ให้เป็นที่ประจักษ์ว่ารัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งสามารถออกโครงการที่ช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างเห็นผลชัดเจน มีการคัดกรองให้การช่วยเหลือให้กับผู้ที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง โดยไม่ได้มุ่งหวังคะแนนเสียง เพราะไม่ได้เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง

    โดยเฉพาะกรณีที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการประชารัฐสวัสดิการ การช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ผู้ลงทะเบียนคนจนไว้กับกระทรวงการคลัง จำนวน 11.67 ล้านคน เพื่อนำไปลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน รวมเงินที่รัฐต้องจ่าย 41,940 ล้านบาท/ปี หรือเฉลี่ย 3,615 ล้านบาท/เดือน โดยใช้งบกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติวงเงินไปแล้ว 50,000 ล้านบาท แบ่งเป็น วงเงินรายเดือนเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเพื่อการศึกษา วัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม จากร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านอื่นๆ ของกระทรวงพาณิชย์ สำหรับผู้มีรายได้มากกว่า 30,000-100,000 บาท/ปี ได้รับวงเงินผ่านบัตร 200 บาท/เดือน หรือ 2,400 บาท/ปี ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/ปี ได้รับวงเงินผ่านบัตร 300 บาท/เดือน หรือ 3,600 บาท/ปี

    นอกจากนี้ยังมีวงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม จากร้านค้ากระทรวงพลังงาน 45 บาท/คน/3 เดือน และยังช่วยเหลือลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าโดยสารรถเมล์ รถไฟฟ้า จำนวน 500 บาท/เดือน วงเงินค่าโดยสารรถ บขส. จำนวน 500 บาท/เดือน และวงเงินค่าโดยสารรถไฟ จำนวน 500 บาท/เดือน และหากใช้ไม่หมด ไม่สามารถสะสมได้ ทั้งนี้ 1 ต.ค.นี้ ผู้ที่ลงทะเบียนคนจนทั่วประเทศจะสามารถใช้บัตรคนจนได้ จากการลงทะเบียนประชาชนมาลงทะเบียนคนจนจำนวนมาก มีคนถูกตัดสิทธิ์ 2.53 ล้านคน แต่ในจำนวน 11.67 ล้านคน ทั้งหมดคุณสมบัติตรงตามภาครัฐกำหนด ไม่ได้มีการตัดสิทธิ์ดอกเตอร์ที่มาลงทะเบียนแต่อย่างใด เพราะคุณสมบัติตรงตามระเบียบคนจน มีรายได้ต่ำกว่าเส้นยากจน

    บัตรยังสามารถนำไปซื้อสินค้าที่ขายในร้านที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ได้ทุกชนิด ไม่เว้นแม้กระทั่งเหล้า บุหรี่ แต่ไม่รณรงค์ให้ขาย และสำหรับผู้ที่จะสามารถใช้บริการรถเมล์ รถไฟฟ้าฟรี ตามวงเงิน บัตรที่แจกจะเป็นบัตร 2 ชิป หรือบัตรแมงมุมจะแจกคนจนที่ลงทะเบียนไว้ในเขตกรุงเทพฯ และอีก 6 จังหวัด คือ นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม จำนวน 1.3 ล้านคน ของจำนวน 11.67 ล้านคน

    ถือเป็นจังหวะเวลาที่พอดิบพอดี ที่โครงการดังกล่าวเริ่มนำมาใช้ สร้างแรงกระตุ้นให้เกิดกำลังซื้อในฐานรากคนจนมากขึ้น เป้าหมายหลักคือการช่วยเหลือคนระดับล่างให้ดำรงชีพอยู่ได้ ผลพลอยได้คือสร้างจินตนาการใหม่ต่อรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งว่าสามารถตอบสนองคนระดับรากหญ้าได้เหมือนกัน ปูทางไปสู่โมเดลใหม่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ออกแบบไว้หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยที่หวังว่าผลผลิตที่ได้ทำนี้จะกลายเป็นฉันทามติให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามระบอบในอนาคตได้อย่างราบเรียบ.

  • เปลว สีเงิน

    แหม....ชาวโซเชียลตามติดยิ่งกว่าคู่จิ้น! เสียงกริ๊ดดังไล่หลังยิ่งกว่าฉาก “แจ็ค"กับ"โรส” ยืนกอดกันบนหัวเรือไททานิก "บิ๊กตู่" กับ "บิ๊กป้อม" ไม่เจอหน้ากันหลายวัน วานนี้(๒๐ พฤศจิกายน) ไฟต์บังคับต้องไปเจอกันบนเรือหลวงถลาง
  • บทบรรณาธิการ

    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 โดย ป.ป.ช.ได้กำหนดกรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ขณะไปตรวจรถชนกันคนขับวัย71อ้างตาไม่ดีดาบตำรวจนำกำลังไปตรวจสอบคดีรถชนกันในตัวเมืองชัยภูมิ เฒ่าวัย 71 ซิ่งกระบะฝ่าสัญญาณไฟพุ่งชนเต็มแรงแล้วลากร่างไปไกลสุดที่จะยื้อชีวิต
    ตูนซึ้งใจกราบคุณตาขาขาดวัย 90 ปีที่เจียดเบี้ยยังชีพคนพิการสมทบก้าวคนละก้าว ด้านเชษฐ์สไมล์บัฟฟาโลออกวิ่งในเมืองชลหาทุนให้อีกกว่า 5 แสนบาท
    เครื่องเล่นโมบายปลาหมึกยักษ์ในงานนมัส การพระสมุทรเจดีย์โค่นลงมาทั้งยวง ทำเอาผู้ใหญ่ เด็กที่ขึ้นไปนั่งบาดเจ็บไปตามๆ รมต.ออมสินรีบไปตรวจสอบ พบไม่ได้ขออนุญาต
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว