ขบวนรถไฟไทย-จีนเริ่มเดินเครื่อง

  • Wednesday, September 6, 2017 - 00:00


    ยังไม่รู้ว่าช่วงเดือนตุลาฯ หรือไม่ อย่างไร ที่ท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ของเรา จะมีโอกาสไปจับเข่า จับหัวหน่าว พูดคุยกับ ทรัมป์บ้า ประธานาธิบดีอเมริกา ในเรื่องไหน แบบไหน ก็ยังมิอาจสรุปได้ แต่สำหรับช่วงต้นกันยาฯ การได้มีโอกาสพบปะเจอหน้า เจอตา กับ สีทนได้ แห่งเมืองจีน หรือประธานาธิบดี สี จิ้นผิง อะไรต่อมิอะไรก็ดูได้เนื้อ ได้หนัง อยู่ตามสมควร...
    ---------------------------------------------------
    ดังที่ทราบๆ กันไปแล้วว่า...ระหว่างวันที่ 3-5 กันยายนที่ผ่านมา ประเทศจีนเขาได้จัดให้มีการประชุมประเทศกลุ่ม BRICS ครั้งที่ 9 ที่นครเซียะเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน โดยได้เชื้อเชิญบรรดาประเทศนอกกลุ่มแกน หรือ BRICS Plus อย่างอียิปต์ เม็กซิโก ทาจิกิสถาน รวมทั้งไทยแลนด์แดนสยาม ของหมู่เฮา เข้าร่วมวงด้วย นายกฯ บิ๊กตู่ ของเราจึงมีโอกาสไป หนีห่าว พูดคุย ทักทาย กับแวดวงประชาคมระหว่างประเทศกันอีกครั้ง และต้องถือเป็นครั้งสำคัญมิใช่น้อย เพราะการพูดคุย ทักทาย เหล่านี้ ย่อมมีเรื่องของโลกทั้งโลกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ตามเจตนาจุดมุ่งหมายของคุณพี่จีน ที่เพียรพยายามขับเคลื่อนอภิมหาโครงการที่เรียกๆ กันว่า One Belt, One Road หรือที่บรรดานักสังเกตการณ์ระหว่างประเทศถึงกับเรียกขานกันในนาม โครงการเปลี่ยนโลก นั่นแล...
    ---------------------------------------------------------
    แน่ล่ะว่า...ไม่ว่าคุณพี่จีนเขาจะเปลี่ยนโลก หรือ เปลี่ยนระเบียบโลก ได้สำเร็จตามเจตนารมณ์หรือไม่ อย่างไร แต่อย่างน้อย...การที่ประเทศเล็กๆ อย่างไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา มีโอกาสได้แตะๆ เค้าเอาไว้มั่ง ก็อาจพอช่วยให้ไม่ถึงกับต้อง ตกโลก หรือ หลุดโลก ไปซะทั้งหมด ไม่ว่า ระเบียบโลก ในอนาคตข้างหน้า มันจะออกมาในรูปไหน โลกที่มีคุณพ่ออเมริกาทรงเป็นพระประมุข หรือ โลกแบบขั้วเดียว หรือโลกที่เกิดจากความร่วมมือ ร่วมใจ ของมหาอำนาจหลายๆ ฝ่าย ที่ เรียกๆ กันว่า โลกแบบหลายขั้วอำนาจ บรรดา ทวยไทย ทั้งหลาย ก็คงพอ อยู่ๆ กันไป ได้ด้วยกันทั้งสิ้น...
    -----------------------------------------------------------
    การแตะๆ ของไทยกับคุณพี่จีนคราวนี้...อย่างน้อยก็พอทำให้โครงการรถไฟความเร็วสูงระหว่างกรุงเทพฯ-โคราชของเรา คงไม่ด้วนๆ อยู่แค่โคราช หรือหนองคาย แต่เพียงเท่านั้น เพราะได้มีการรับประกัน การันตี เอาไว้ในพันธสัญญาอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ ว่าจะต้องเชื่อมต่อไปถึงกรุงเวียงจันทน์ประเทศลาว ก่อนเลื้อยไปสู่เมืองคุนหมิง บริเวณจีนตอนใต้ อย่างชื่นมื่น ชื่นสะดือ ไปด้วยกันทุกฝ่าย รวมไปถึงพันธสัญญาในแผนปฏิบัติการว่าด้วยความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ไทย-จีนในระยะ 5 ปีนับจากนี้ (พ.ศ.2560-2564) ตลอดไปจนการลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน หรือ MOU ว่าด้วยความร่วมมือในโครงการเส้นทางสายไหมทางบกและทางทะเล หรือ One Belt, One Road ที่ว่า อันอาจมีส่วนช่วยให้ความพยายามเสริมฝ้า เสริมเพดาน ต่อระเบียงทางเศรษฐกิจของไทย ที่เรียกๆ กันว่า EEC เป็นอะไรที่ไม่ได้ออกไปทาง กำตด ยังพอเหลือๆ เศษขี้ เอาไว้ให้คลึงเล่น ตามความฝัน ความมุ่งมาดปรารถนาของบรรดา นักเศรษฐกิจ ทั้งหลาย...
    -------------------------------------------------------------
    สรุปรวมความแล้ว...การแตะจีนไปพร้อมๆ กับการลูบขาอเมริกา ถือเป็นวิเทโศบายอันตั้งอยู่บนพื้นฐาน ข้อเท็จจริง ของประเทศเล็กๆ อย่างไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ และรัฐบาลของนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านก็ได้เดินตามข้อเท็จจริงที่ว่านี้ ได้อย่างระมัดระวัง ละเอียด ประณีต ตามสมควร กะระยะห่าง ระยะเคียงได้อย่างพอเหมาะ พอควร ยืดๆ-หยุ่นๆ ไปตามการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ ชนิดไม่ได้แข็งโด่ ตายตัว หรือเอียงไปในด้านใด ด้านหนึ่ง จนอาจ เสียศูนย์ เอาง่ายๆ...
    ------------------------------------------------------------
    เพราะถ้าหากพิจารณาถึงสถานการณ์ความเป็นไปในช่วงนี้...คงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า คุณพี่จีนเค้าค่อนข้างจะมาแรง แซงโค้ง เอามากๆ ไม่ว่าเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ ความเป็นที่ยอมรับต่อประชาคมระหว่างประเทศ ที่ออกไปทางดีวัน-ดีคืน รั้งไม่หยุด-ฉุดไม่อยู่ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่คุณพ่ออเมริกาชักออกอาการ เหี่ยวปลาย ลงไปทุกที ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และความเป็นที่ยอมรับ เหลือแต่การทหารล้วนๆ ที่ยังพอเอาไว้ ขู่ ใครต่อใครได้บ้าง ภายใต้ฉากสถานการณ์เช่นนี้ เลยอาจทำให้บางผู้ บางราย คิดไปเองว่า ไทยชักจะเสร็จจีน หรือยอมจีนไปในทุกเรื่อง ทุกราว แต่ถ้าลองนำเอาสถานการณ์โลกมาใช้เป็นบรรทัดฐานเทียบเคียงไปในแต่ละช่วง แต่ละระยะ ก็น่าจะพอเป็นที่เข้าใจได้...
    --------------------------------------------------------------
    คืออเมริกายุคนี้...คงปฏิเสธไม่ได้นั่นแหละว่า เป็น อเมริกาเมื่อเข็มนาฬิกาใกล้ถึงช่วงเที่ยงคืน อย่างที่นักวิเคราะห์ชาวอเมริกันด้วยกันเอง ศาสตราจารย์ อัลเฟรด แมคคอย (Alfred McCoy) ท่านได้ให้คำนิยามเอาไว้นานแล้ว ดังปรากฏในข้อเขียน บทความ เรื่อง How America will collapse (by 2025) ตั้งแต่เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว และเมื่อยิ่งได้ ทรัมป์บ้า มาเป็นประธานาธิบดี ด้วยเหตุเพราะ เนื่องจากเหตุประเทศนี้มันมีกรรม-จึงได้ทรัมป์มาเป็นนายขายหน้าเอย ตามที่นักคิด นักวิชาการบ้านเรา อย่างอาจารย์ ปราโมทย์ นาครทรรพ ได้รจนาเป็นวรรคทองเอาไว้ การคิดหันไปจูบปาก ไซ้ไป ไซ้มา กับคุณพ่ออเมริกาเหมือนก่อนๆ มีแต่จะยิ่งทำให้ อันตราย เข้าไปใหญ่ สำหรับประเทศเล็กๆ อย่างไทยแลนด์ แดนสยามของหมู่เฮา การโดดเกาะ รถไฟจีน เอาไว้ประมาณช่วงราวๆ บันได จึงไม่ได้ถือเป็นการเอียงข้าง หรือก่อให้เกิดอาการ เสียสมดุล แต่อย่างใด แม้อาจต้องเสียเงิน เสียทอง อยู่มั่ง แต่ ผลกำไร ในทางอื่น ที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า ก็น่าจะเกินคุ้ม!!!
    --------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้...จาก W.Sommerset Maugham... “If a nation values anything more than freedom, it will lose its freedom, and the irony of it is comfort or money that it values more, it will lose that too.-ชาติใดให้ความสำคัญแก่สิ่งอื่นมากกว่าอิสรภาพ ชาตินั้นจะสูญเสียอิสรภาพ และที่น่าหัวร่อก็คือ หากชาตินั้นให้ความสำคัญแก่ความสุขสบายและเงินทอง มากกว่าอิสรภาพ ชาตินั้นก็จะสูญเสียทั้งความสุขสบาย เงินทอง รวมทั้งสูญเสียอิสรภาพตามไปด้วย...”
    --------------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ไป "ปัตตานี-สงขลา" มา ๒ วัน ครับ......... ไปกราบ "หลวงพ่อทวด" ที่วัดช้างให้ อำเภอโคกโพธิ์ และ "เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว" ที่ศาลในตัวเมืองปัตตานี แล้วแวะกินชาชัก แกล้มโรตีกรอบราดนมข้น ที่ล็อบบีโรงแรม C.S.ปัตตานี ของคุณป๋อง "อนุศาสน์ สุวรรณมงคล"
  • บทบรรณาธิการ

    การนำเสนอข้อมูล แสดงความเห็น และการวิพากษ์วิจารณ์กรณี นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิต เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 ที่โรงเรียนเตรียมทหาร ไม่ได้เป็นเรื่องต้องห้าม เพราะการยิ่งพูด ยิ่งนำเสนอข้อมูลอย่างรอบด้าน คือประโยชน์ที่คนในสังคมในภาพรวมจะได้นำไปคิดพิจารณาอย่างรอบด้าน เพราะในเรื่องดังกล่าวมีองค์ประกอบของเรื่องราวตามข้อเท็จจริงหลายประเด็นที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย สร้างความกระจ่าง ในส่วนการวิจารณ์โดยฉวยโอกาสนำประเด็นดังกล่าวมาโจมตีทางการเมือง ก็ไม่ต้องให้ความสำคัญ
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ตูน บอดี้สแลม ใช้เวลาช่วงฟื้นร่างกายตระเวนมอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์กีฬาหลายโรงเรียน ครูแต่งเพลง "ก้าวที่ยิ่งใหญ่" ให้ นร.ร้องต้อนรับ รพ.บางสะพานมอบเงินจากการขายเสื้อ 3.7 ล้านสมทบก้าวคนละก้าว คนไทยในแอลเอนับร้อยนัดรวมพลังวิ่งการกุศล 17 ธ.ค.หาทุนอีกแรง ขณะที่ "บัวขาว" ออกสตาร์ทเสาร์นี้
    ศาลอนุมัติหมายจับ "ครูจอมทรัพย์-ครูอ๋อง" โดน 2 ข้อหาหนักอั้งยี่ซ่องโจร-เบิกความเท็จ ตำรวจรวบทันควัน
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้ มีผู้ต้องขังชายอยู่ระหว่างฝากขัง จำนวน 2 ราย หลบหนีออกจากเรือนจำกลางเพชรบุรี ทราบชื่อต่อมา คือ นช.ธวัชชัย มะลิแย้ม อายุ 33 ปี และ นช.เอกชัย เคลือบแก้ว 36ปี
  • x-cite inside

    รู้หรือไม่ว่าคำหนึ่งคำสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ตั้งมากมาย เพราะทุกครั้งที่เปล่งวาจาออกมาจะไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้ ไม่ว่าจะเป็นความหมาย น้ำเสียง หรืออารมณ์ จนบางครั้งมันกลายเป็นการสร้างรอยแผลไว้ในใจคนฟัง แม้ว่าผู้พูดจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม
    วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นมหากาพย์ในโลกโซเชียลกันเลยทีเดียว สำหรับกรณี "สาวนางหนึ่ง" ยืนอุ๊บอิ๊บ..ที่ตรงนี้ชั้นจองแล้วนะเธอ เป็นเหตุให้ผู้ขับรถจะเลี้ยวเข้าจอดรถในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง..ทนไม่ไหว!!! ต้องลุกขึ้นต่อว่าต่อขาน และถ่ายคลิปประจานกันให้เห็นกันจะจะ ว่าอะไรคือสิทธิ?? อะไรคือแซงคิว??
    แม้ว่ากลุ่มคนไร้บ้านอาจจะถูกมองว่าเป็นอันตราย หรือเป็นที่รังเกียจของคนทั่วไป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเหล่านั้นจะต้องถูกเลือกปฏิบัติและถูกผลักออกจากสังคม โดยเฉพาะสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ อย่างเช่น เข้ารักษาพยาบาลจากภาครัฐที่ควรจะได้รับเท่าเทียมกับคนไทยทั่วไป มิใช่ถูกกีดกันให้ออกจากความเป็นมนุษย์อย่างที่พบเจอ