ผลงานพุทธศิลป์ภาคใต้ เสน่ห์อันหลากหลายบนผืนดินไทย

  • Sunday, September 10, 2017 - 00:00

    “พุทธศิลป์ในภาคใต้เป็นงานที่มีคุณค่า โดดเด่น ไม่เหมือนชาติใดในโลก เป็นแหล่งสืบทอดวิทยาการด้านศิลปะ เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สำคัญที่แสดงถึงสังคม วิธีคิด และภูมิปัญญาของช่างโบราณ” นี่คือเสียงแห่งความภาคภูมิใจของ รศ.ดร.สมพร ธุรี อาจารย์ภาควิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่ลงพื้นที่กว่า 7 จังหวัด รวม 18 วัดทั่วภาคใต้ เพื่อศึกษาและวิเคราะห์เรื่องราวของงานพุทธศิลป์

    “คำว่าพุทธศิลป์ คืองานศิลปะที่สร้างขึ้นมาเพื่ออุทิศ สนองตอบและรับใช้พระพุทธศาสนาโดยตรง เป็นศิลปะชั้นสูงอันก่อให้เกิดความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เพื่อการสืบทอดพุทธศาสนาให้ยั่งยืนต่อไป และพุทธศิลป์ในภาคใต้จากการลงพื้นทั้งหมด แบ่งได้ 3 ประเภทคือ งานจิตรกรรมไทย-ศิลปะเกี่ยวกับการเขียนภาพจิตรกรรมทางพุทธศาสนาตามผนังอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญหรือตามถ้ำ งานสถาปัตยกรรมไทย-ศิลปะที่เกี่ยวกับการก่อสร้างสถาปัตยกรรมชั้นยอดของไทย เช่น อุโบสถ วิหาร พระสถูปเจดีย์ และงานประติมากรรมไทย ที่เป็นศิลปะการปั้น แกะสลัก เช่น เทวรูป พระพุทธรูป” รศ.ดร.สมพร อธิบาย

    โดยพุทธศิลป์ภาคใต้ในเขตพื้นที่ฝั่งทิศตะวันออกทะเลอ่าวไทยนั้น เป็นพื้นที่ได้รับอิทธิพลศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้เกิดการซึมซับเอาคตินิยมแบบต่างๆ มาผสมผสานในงานพุทธศิลป์ แต่ชาวภาคใต้ไทยพุทธยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทยและมีศูนย์รวมความเชื่อความศรัทธาทางพุทธศาสนา ดังปรากฏงานพุทธศิลป์อยู่ที่วัด ที่มีรูปแบบช่างหลวงภาคกลางเป็นหลักในการแสดงออก ผสมผสานความหลากหลายทางความคิด สังคม ความเชื่อ ศิลปวัฒนธรรม เรื่องราวทั้งหมดดังกล่าวในพุทธศิลป์ภาคใต้ จึงเป็นภาพสะท้อนทั้งแนวคิดและรสนิยมในรูปแบบที่หลากหลายของศิลปวัฒนธรรมจีน ตะวันตก มลายู อิสลาม อินเดีย ชวา ลังกาวงศ์ และประเภทอื่นๆ

    ถ้าจะขยายความให้กระจ่างขึ้น รศ.ดร.สมพรอธิบายว่า ถึงแม้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติและเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญในการสร้างผลงานพุทธศิลป์ แต่ก็ยอมรับอิทธิพลศิลปวัฒนธรรมของคติความเชื่อรูปแบบของต่างชาติและท้องถิ่น จึงปรากฏเป็นภาพของความหลากหลาย การอยู่ร่วมกันอย่างมีส่วนร่วม ความกลมกลืน ความสามัคคี ความเป็นเอกภาพ ถือเป็นรากเหง้าของสังคมชาวภาคใต้ ที่ปรากฏและสะท้อนออกมาให้เห็นจากผลงานพุทธศิลป์

    “นับวันจะชำรุดไปตามเวลา ถ้าไม่ช่วยกันอนุรักษ์ สืบสานและพัฒนาให้ถูกต้อง ผลงานทั้งหมดก็คงจะสูญหาย เหลือแค่เรื่องเล่าขานหรือเพียงแค่ตำนาน และอีกหนึ่งปัญหาที่สำคัญก็คือ งานจิตรกรรมและประติมากรรมมีการบูรณะอย่างไม่ถูกต้อง ทำให้สูญเสียคุณค่าความงามและอัตลักษณ์ท้องถิ่นภาคใต้”

    ดังเช่นผลงานการดัดแปลงรูปแบบเจดีย์จุฬามณีของศาสนาพุทธผสมผสานกับมัสยิดของศาสนาอิสลามเกิดความเป็นเอกภาพของรูปแบบการจัดองค์ประกอบศิลป์ของรูปทรง และเทคนิคเชิงช่าง อันแสดงถึงสมาธิความสมดุล และการพึ่งพาอาศัย การอยู่ร่วมกันของคนในภาคใต้ ดังปรากฏจากภาพจิตรกรรมฝาผนัง วัดโคกเคียน จ.ปัตตานี

    ภาพจิตรกรรมฝาผนัง วัดชลธาราสิงเห จ.นราธิวาส ที่แสดงการนับถือตามวัฒนธรรมท้องถิ่นและความเชื่อคติพราหมณ์ด้วยภาพการหามโลงศพ ซึ่งมีลักษณะเป็นพุ่มยอดพนมเตี้ย สัญลักษณ์แทนเขาพระสุเมรุ หรือภาพจิตรกรรมฝาผนัง วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร จ.สงขลา ที่แสดงเรื่องราวที่มีความเป็นจริงตามสภาพแวดล้อม สังคม วิถีชีวิต ซึ่งปรากฏภาพสิ่งก่อสร้าง หอนาฬิกา ซุ้มประตู

    ภาพเรือขนส่งสินค้าชาวตะวันตกอยู่ในเนื้อหาหลักของภาพพุทธประวัติและทศชาดก เทคนิคเชิงช่างการสลักหินแกรนิตเป็นเจดีย์หรือถะของศิลปะจีน โดยสั่งทำจากเมืองจีนแยกส่วน แล้วมาประกอบในไทย รูปทรง 6 เหลี่ยม 7 ชั้น สร้างในสมัยเจ้าพระยาสงขลา ซึ่งผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาคนที่ 2 เป็นผู้สร้าง (มีจารึกว่าสร้างสมัยรัชกาลที่1) เห็นได้จากวัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร จ.สงขลา

    ในความหลากหลายนี้ จึงเกิดเป็นหนังสือ "พุทธศิลป์ในภาคใต้" โดยการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งศาสตราจารย์สุชาติ เถาทอง ได้ให้คำนิยมไว้อย่างน่าสนใจว่า “จุดเด่นของหนังสือช่วยให้เห็นพลังการผสมผสานในพุทธศิลป์ของภาคใต้ที่มีชีวิต มีความเติบโต พร้อมกับการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีรากเหง้าของอัตลักษณ์ทางศิลปะอย่างแท้จริง”

    รศ.ดร.สมพรสรุปให้ฟังว่า ความหลากหลายของศิลปวัฒนธรรมในภาคใต้นั้น ช่างในอดีตได้สร้างความเป็นเอกภาพด้วยการให้มีศูนย์รวมทางความเชื่อทางศาสนา และให้ความสำคัญเท่าเทียมกันโดยมีศาสนาพุทธเป็นหลักแกนกลางในการแสดงออกของผลงานพุทธศิลป์ ด้วยการสร้างสรรค์การจัดองค์ประกอบของรูปภาพและเนื้อหาที่แสดงถึงการอยู่ร่วมกัน และสอดแทรกเรื่องราวปริศนาธรรมอันจะเป็นหลักคิดเตือนใจให้เห็นว่า แม้จะมีความแตกต่างหลากหลาย แต่ก็อยู่ร่วมกัน และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้บนพื้นแผ่นดินไทย

    อยากเชิญชวนให้มาศึกษาและท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของภาคใต้ มาสัมผัสการแสดงออกคุณค่าความงาม และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ชวนให้ตีความหมาย นับเป็นเสน่ห์ความงามอันมีคุณค่าและน่าสืบทอดต่อไป.

  • เปลว สีเงิน

    บุคคล "ทรงอิทธิพล" ที่สุดในวงการ "ข่าวสารไทย" คือ "นายแหล่งข่าว"! กรณี "๓ ตำรวจ" พายิ่งลักษณ์หนี เมื่อวาน (๒๔ ก.ย.๖๐) มติชนออนไลน์กับผู้จัดการออนไลน์ ไปสัมภาษณ์ "นายแหล่งข่าว" ผู้พิพากษาจากศาลยุติธรรม แล้วเสนอผ่าน "ข่าวออนไลน์" ด้วยข้อความ "ก๊อบปี้เดียวกัน"!
  • บทบรรณาธิการ

    กรณีเหตุการณ์คนร้ายวางระเบิดปล้นเงินตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกรุงเทพ ที่ตั้งอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขากรุงเทพกรีฑา ซอยกรุงเทพกรีฑา 35 เขตประเวศ ถูกคนร้ายวางระเบิดเพื่อนำเงินในตู้เอทีเอ็มทั้งหมด 481,700 บาทไป เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันพุธที่ผ่านมา
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รถพ่วงบรรทุกหินพุ่งชนรถ กฟภ.กวาดพนักงานซ่อมสายไฟฟ้าอยู่ข้างทางตาย 6 ศพรวมทั้งคนขับรถพ่วงที่ถูกไฟคลอก
    ตำรวจ สภ.โพธิ์กลางเผย นศ.แพทย์เข้ารับทราบข้อหาวางยาฆ่าหมาแล้ว ส่วนคดีที่สุทธิสารทนายขอเลื่อน
    สกัดจับ 3 ชายหญิงชาวเวียดนาม รับจ้างขนนอแรดหนักกว่า 7 กก. มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท จากแอฟริกาผ่านสุวรรณภูมิเพื่อเข้าบ้านเกิด
  • x-cite inside

    สร้างกระแสให้ชวนคิดสำหรับภาพของแม่โพสต์รูปกระเป๋านักเรียนหนัก 6 กิโลกรัมบนเครื่องชั่งของลูกสาวเรียน ป.1 พร้อมตั้งคำถามกับตัวเองในทำนองว่า ..เด็กเล็กขนาดนี้จำเป็นต้องสะพายกระเป๋านักเรียนจนหลังแอ่นหรือเปล่า??? หรือเป็นเพราะระบบการศึกษาที่ต้องการให้เด็กเล็กๆ มีความรู้มากขึ้นตั้งแต่อายุน้อยกันแน่!!!
    เป็นเรื่องเป็นราวกัน ให้ได้ยิน ให้ได้เห็นกัน จนต้องตั้งคำถามว่าสังคมไทยมาไกลกันขนาดนี้ได้อย่างไร?? เพราะแม้กระทั่งเด็กตัวเล็กตัวน้อยก็ไม่พ้นชะตากรรมถูกละเมิดคุกคามทางเพศ หรือแม้แต่อยู่ในที่ทำงาน สถานที่ราชการแท้ๆ ก็ยังถูกเจ้านายหยอกล้อเอาเปรียบ ล่าสุดอยู่ในคอนโดมิเนียมก็เกือบถูกคนใจโฉดบุกรุกเข้าไปข่มขืน
    เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กำลังสร้างปัญหาให้คนในหลายประเทศเกือบทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่นับวันจะเพิ่มจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยปัจจัยทางสังคมเอื้ออำนวย และแผนการตลาดจากเครื่องดื่มน้ำเมาในรูปแบบต่างๆ