พร้อมแล้วจริงหรือ? "QR Code" มิติใหม่การเงินไทย

  • Monday, September 11, 2017 - 00:00

    “สังคมไร้เงินสด” น่าจะเป็นประโยคที่คนไทยเริ่มได้ยินผ่านหูบ่อยขึ้นในช่วงนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลกำลังโหมโครงการระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (National e-Payment) เพื่อให้มีระบบรองรับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้มาตรฐาน สอดคล้องกับการใช้งานเทคโนโลยีโดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือที่ขยายวงกว้างขึ้น และได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งโครงการนี้รัฐบาลได้เริ่มผลักดันมาตั้งแต่ปี 2558

    ในส่วนนี้เอง กระทรวงการคลังได้ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์อย่างมหาศาลของโครงการดังกล่าว ว่า ไม่เพียงจะช่วยทำให้ระบบการชำระเงินของประเทศมีความทันสมัย เป็นสากล และสอดรับกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ประเทศประหยัดต้นทุนในด้านการเงินในการบริหารจัดการเงินสดได้อีกเป็นหมื่นล้านบาท นั่นเองจึงเป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้รัฐบาลพยายามผลักดัน “โลกของสังคมไร้เงินสด” ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ในระบบการเงินของเรา

    โครงการเดินหน้าไปทีละก้าว เริ่มตั้งแต่ “พร้อมเพย์” ที่ให้การทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างสถาบันการเงินมีเสรีมากขึ้น หากการทำธุรกรรมอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมดำเนินการเหมือนที่ผ่านมา ตรงนี้ถือเป็นเรื่องดีและมีประโยชน์อย่างมาก เพราะเท่าที่ทราบกันนั้น “สถาบันการเงิน” ในปัจจุบันมีรายได้จากการทำธุรกรรมส่วนนี้เป็นกอบเป็นกำ โดยปัจจุบันพบว่ามีประชาชนลงทะเบียนเพื่อใช้บริการผ่านระบบ “พร้อมเพย์” แล้วกว่า 32 ล้านราย และมียอดการทำธุรกรรมรวมตั้งแต่ต้นปี 2560 กว่าแสนล้านบาท โดยมีการคาดการณ์ต่อว่ายอดการลงทะเบียนเพื่อใช้บริการ และยอดการทำธุรกรรมสะสมจะค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ขณะที่กระทรวงการคลังเองก็โหมโรงจัดงานเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเข้าสู่ระบบ e-Payment ให้มากขึ้น ผ่านโครงการแจกโชคให้กับผู้ใช้บัตรเดบิตในการชำระค่าสินค้าและบริการ ซึ่งมีผู้โชคดีทั้งประชาชนและร้านค้าได้รับข่าวดีหลายต่อหลายรายแล้ว

    และล่าสุดกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายบัตรต่างๆ ได้แก่ American Express, JCB International (Thailand), UnionPay International และ VISA พร้อมทั้งผู้ให้บริการทางการเงินในไทย ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย, สภาสถาบันการเงินของรัฐ, สมาคมธนาคารนานาชาติ, สมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย, สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, บริษัท National ITMX จำกัด และบริษัท Thai Payment Network จำกัด เดินหน้าผลักดันการใช้ “มาตรฐานคิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อการชำระเงิน” ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของวงการการเงินไทยก็ว่าได้

    “วิรไท สันติประภพ” ผู้ว่าการ ธปท. ย้ำว่า การใช้มาตรฐาน QR Code เพื่อการชำระเงินนั้น มีหลักการและประโยชน์สำคัญ 4 ด้าน คือ 1.เป็นมาตรฐานกลางที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงและใช้งานร่วมกันได้ ทั้งรายการชำระเงินในประเทศและต่างประเทศ โดยร้านค้ามี QR Code เดียวก็สามารถรับชำระเงินผ่านช่องทางที่หลากหลายจากลูกค้าได้ 2.เป็นการเพิ่มช่องทางการชำระเงินที่สะดวกและมีต้นทุนต่ำให้แก่ประชาชนและร้านค้า ช่วยให้การจัดทำบัญชีง่ายกว่าการทำธุรกรรมด้วยเงินสดมาก 3.เป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการชำระเงิน เพราะเจ้าของบัตรไม่ต้องให้บัตรหรือข้อมูลบนบัตรแก่ร้านค้า และระบบงานที่รองรับเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจึงมีความปลอดภัย

    และ 4.สามารถต่อยอดนวัตกรรมทางการเงินที่หลากหลายได้โดยง่าย เป็นรากฐานสำคัญของร้านค้าขนาดกลางและขนาดเล็กที่จะเก็บข้อมูลการรับชำระเงินอย่างเป็นระบบ เพื่อให้นำไปใช้ประโยชน์ในหลายด้าน รวมถึงการขอสินเชื่อ

    โดย ธปท.ในฐานะแม่งานหลักได้คาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่มใช้บริการ QR Code เพื่อการชำระเงินได้ทั่วไปภายในไตรมาส 4 ปี 2560 โดยขณะนี้ ธปท.ได้เปิดให้ธนาคารและผู้ให้บริการเสนอโครงการเข้าพิจารณาสู่ขั้นตอนทดลองระบบ (Regulatory Sandbox) ซึ่งมีธนาคาร 2 แห่ง คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกรไทย ที่อยู่ระหว่างการทดสอบระบบ และยังมีอีก 6 สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารทหารไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารธนชาต และธนาคารออมสิน ที่อยู่ระหว่างการยื่นคำขอเข้าโครงการ

    เมื่อ ธปท.เคาะระฆัง สั่งกระดิ่งเดินหน้าโครงการ QR Code เพื่อการชำระเงินแล้ว สถาบันการเงินส่วนใหญ่ก็รับนโยบายกันสุดฤทธิ์ โดย “ผยง ศรีวณิช” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า มีความพร้อมเต็มที่ในการให้บริการ QR Code ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานกลาง โดยที่ผ่านมาธนาคารได้มีการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง และในระยะแรกจะเน้นใช้งานกับลูกค้าปัจจุบันก่อน หลังจากนั้นจะเริ่มใช้งานกับผู้ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านบัตรสวัสดิการที่ภาครัฐเตรียมจะแจกจ่ายในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงการคลัง หลังจากนี้จะมีการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้มีรายได้น้อยเกี่ยวกับโมบาย แอปพลิเคชัน และระบบ QR Code เพื่อให้ใช้งานได้อย่างถูกต้อง

    ด้าน “ธนาคารกรุงเทพ” ยืนยันว่า ตามแผนงานในเฟสแรกในปลายปี 2560 จะทดสอบระบบดังกล่าวกับกลุ่มร้านค้าของธนาคารในย่านสีลมประมาณ 200 ร้านค้า และกลุ่มร้านค้าของธนาคารอื่นๆ ด้วย โดยธนาคารจะเปิดให้ผู้ถือบัตรเดบิต บีเฟิสต์ สมาร์ท ที่พีเอ็น UnionPay ที่เป็นพนักงานและบริษัทที่เป็นพันธมิตร เข้าร่วมโครงการประมาณ 1 พันราย และจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในประมาณต้นปี 2561 เป็นต้นไป

    ส่วน “ธนาคารกสิกรไทย” ได้เปิดระบบการชำระเงินด้วย QR Code อย่างเต็มรูปแบบแล้วกับกลุ่มร้านค้าขนาดย่อม ผ่านแอปพลิเคชัน “K PLUS SHOP” ซึ่งถือเป็นแอปพลิเคชันแรกที่รับจ่ายเงินด้วย QR Code ซึ่งเป็นแนวโน้มใหม่ของระบบการชำระเงินของโลก มีกลไกสำคัญ คือ การสแกน QR Code โดยในมุมร้านค้า คือ การใช้ระบบรับเงินของแอปพลิเคชัน มี QR Code ประจำตัวรานค้า ซึ่งเป็น QR Code มาตรฐาน ซึ่งในส่วนนี้พร้อมให้บริการทั้งร้านค้า หรือธุรกิจขนาดย่อม ทั้งร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านสินค้าแฟชั่น และการเดินทางในชีวิตประจำวัน เช่น กลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

    ขณะที่ “กรมสรรพากร” ซึ่งถือเป็นหน่วยงานของรัฐนั้น ก็ขานรับกับมิติใหม่ทางการเงินนี้เช่นกัน โดย “ประสงค์ พูนธเนศ” อธิบดีกรมสรรพากร ระบุว่า กรมสรรพากรเดินหน้าสนับสนุนนโยบาย e-Payment ของรัฐบาล จึงศึกษาติดตั้งระบบ QR-Code ให้บริการนิติบุคคลผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มและเสียภาษีประเภทต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเสียภาษีตามนโยบายไร้เอกสาร รวมทั้งยังเตรียมให้ประชาชนซื้อแสตมป์ผ่านออนไลน์ เพื่อลดปัญหาด้านต่างๆ ในการติดแสตมป์ด้วยการเข้าเว็บไซต์ของกรมสรรพากร เพื่อซื้อแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีบาร์โค้ดกำกับป้องกันการปลอมแปลง จากนั้นให้ประชาชนปรินต์แสตมป์ออกมาติดเอกสาร เพื่อทำธุรกรรมด้านต่างๆ คาดว่าจะเริ่มเปิดบริการช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า

    QR Code ถือเป็นมิติใหม่ทางด้านการเงินของประเทศไทย แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการใช้ระบบดังกล่าวบ้างประปราย และเป็นระบบปิดสำหรับบริษัทใดบริษัทหนึ่งเท่านั้น แต่หลังจากนี้เชื่อว่าระบบ QR Code จะได้รับความสนใจมากขึ้น และจะมีคำถามตามมาอีกมากพอสมควร อาทิ ทุกภาคส่วนของประเทศมีความพร้อมอย่างแท้จริงสำหรับระบบการชำระเงินที่ทันสมัยมากขึ้นแล้วหรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่าในส่วนของประชาชนในประเทศยังมีอีกจำนวนมากที่อาจจะเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินตรงนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีแนวทางในการแก้ปัญหาส่วนนี้อย่างไร

    เมื่อถามว่า “สังคมไร้เงินสด” มีประโยชน์อย่างแท้จริงหรือไม่ คำตอบที่ได้แบบไม่ต้องคิดมากก็คือ มี และดีในระดับนโยบาย ด้วยเพราะความสะดวกสบายในการใช้จ่ายที่คนไม่จำเป็นต้องกำเงินสดไปรับบริการเหมือนที่ผ่านมา มีเพียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวก็สามารถไปไหนต่อไหนได้ แต่! ในระดับปฏิบัติการนั้น เรามีความพร้อมอย่างแท้จริงแล้วหรือไม่

    เชื่อว่าตรงนี้ไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาด้านการเงินในส่วนนี้ แต่มองว่าคงต้องใช้เวลาอีกพอสมควร ทั้งการสร้างความรู้ ทำความเข้าใจ เพราะเป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่เพียงกลุ่มคนบางกลุ่มที่จะใช้ระบบ QR Code เพื่อการชำระเงินเท่านั้น แต่คงมองกว้างไปถึงเกือบทุกส่วนในประเทศ และคงมีคำถามตามมาอีกว่า “QR Code” คืออะไร? นั่นจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งพัฒนากันต่อไป.

  • เปลว สีเงิน

    บุคคล "ทรงอิทธิพล" ที่สุดในวงการ "ข่าวสารไทย" คือ "นายแหล่งข่าว"! กรณี "๓ ตำรวจ" พายิ่งลักษณ์หนี เมื่อวาน (๒๔ ก.ย.๖๐) มติชนออนไลน์กับผู้จัดการออนไลน์ ไปสัมภาษณ์ "นายแหล่งข่าว" ผู้พิพากษาจากศาลยุติธรรม แล้วเสนอผ่าน "ข่าวออนไลน์" ด้วยข้อความ "ก๊อบปี้เดียวกัน"!
  • บทบรรณาธิการ

    กรณีเหตุการณ์คนร้ายวางระเบิดปล้นเงินตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกรุงเทพ ที่ตั้งอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขากรุงเทพกรีฑา ซอยกรุงเทพกรีฑา 35 เขตประเวศ ถูกคนร้ายวางระเบิดเพื่อนำเงินในตู้เอทีเอ็มทั้งหมด 481,700 บาทไป เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันพุธที่ผ่านมา
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รถพ่วงบรรทุกหินพุ่งชนรถ กฟภ.กวาดพนักงานซ่อมสายไฟฟ้าอยู่ข้างทางตาย 6 ศพรวมทั้งคนขับรถพ่วงที่ถูกไฟคลอก
    ตำรวจ สภ.โพธิ์กลางเผย นศ.แพทย์เข้ารับทราบข้อหาวางยาฆ่าหมาแล้ว ส่วนคดีที่สุทธิสารทนายขอเลื่อน
    สกัดจับ 3 ชายหญิงชาวเวียดนาม รับจ้างขนนอแรดหนักกว่า 7 กก. มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท จากแอฟริกาผ่านสุวรรณภูมิเพื่อเข้าบ้านเกิด
  • x-cite inside

    สร้างกระแสให้ชวนคิดสำหรับภาพของแม่โพสต์รูปกระเป๋านักเรียนหนัก 6 กิโลกรัมบนเครื่องชั่งของลูกสาวเรียน ป.1 พร้อมตั้งคำถามกับตัวเองในทำนองว่า ..เด็กเล็กขนาดนี้จำเป็นต้องสะพายกระเป๋านักเรียนจนหลังแอ่นหรือเปล่า??? หรือเป็นเพราะระบบการศึกษาที่ต้องการให้เด็กเล็กๆ มีความรู้มากขึ้นตั้งแต่อายุน้อยกันแน่!!!
    เป็นเรื่องเป็นราวกัน ให้ได้ยิน ให้ได้เห็นกัน จนต้องตั้งคำถามว่าสังคมไทยมาไกลกันขนาดนี้ได้อย่างไร?? เพราะแม้กระทั่งเด็กตัวเล็กตัวน้อยก็ไม่พ้นชะตากรรมถูกละเมิดคุกคามทางเพศ หรือแม้แต่อยู่ในที่ทำงาน สถานที่ราชการแท้ๆ ก็ยังถูกเจ้านายหยอกล้อเอาเปรียบ ล่าสุดอยู่ในคอนโดมิเนียมก็เกือบถูกคนใจโฉดบุกรุกเข้าไปข่มขืน
    เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กำลังสร้างปัญหาให้คนในหลายประเทศเกือบทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่นับวันจะเพิ่มจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยปัจจัยทางสังคมเอื้ออำนวย และแผนการตลาดจากเครื่องดื่มน้ำเมาในรูปแบบต่างๆ