'โอ๊ค-พท.' ร้อนตัว ชนักปักหลัง ฟอกเงินกรุงไทย

  • Monday, September 11, 2017 - 14:34

    ปฏิกิริยาจาก พานทองแท้ ชินวัตร-โอ๊ค หลังมีกระแสข่าวว่า พนักงานสอบสวนคดีฟอกเงินการทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย เตรียมสรุปผลการสอบสวนว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาตนเองหรือไม่ภายในเร็ววันนี้ ดูจะไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นเรื่องปกติที่คนซึ่งอาจจะกลายเป็นผู้ต้องหาต้องรีบแจงตัวเอง และพยายามเบี่ยงให้รูปคดีเป็นเรื่อง การเมือง

    แต่การดาหน้าออกมาพร้อมๆ กันของพลพรรคเพื่อไทย-นปช.เสื้อแดง ไล่ตั้งแต่ ชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.เสื้อแดง และล่าสุด วัฒนา เมืองสุข ทำหน้าที่ปกป้อง โอ๊ค-พานทองแท้ เสมือนเป็นพี่เลี้ยงนอกห้องพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เห็นได้ชัดว่าคือการพยายามจะปกป้อง กล่องดวงใจ ของทักษิณ ชินวัตร หลังบุตรชายคนเดียวอาจกลายเป็น ชินวัตร คนล่าสุด ที่จะต้องมีคดีความ-ชนักปักหลังต่อจากอาสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

    ปมแห่งคดีที่ทำให้เรื่องนี้ลากโยงมาถึง พานทองแท้ ก็คือหลักฐานทางธุรกรรมการโอนเงินเข้าบัญชีของพานทองแท้ โดยคนในตระกูลบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นเจ้าของหมู่บ้านกฤษดามหานคร รัชฎา กฤษดาธานนท์ ซึ่งปัจจุบันถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ตัดสินจำคุกในคดีกรุงไทยพร้อมกับบิดา
    วิชัย กฤษดาธานนท์

    ซึ่งที่ผ่านมาจะพบว่า ทั้งการให้ปากคำของพานทองแท้ต่อ คตส.ที่เคยสอบสวนเรื่องนี้เมื่อช่วงปี 2549-2550 รวมถึงต่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอที่เขาเคยไปให้ปากคำมาแล้วและสื่อรายงาน ตลอดจนข้อมูลจากคนในเพื่อไทยที่ออกมาปกป้องนายน้อย พบว่ารายละเอียดของเช็คเงินที่โอนเข้าบัญชีดังกล่าวมีความแตกต่างกันไปตามกาลเวลา

    เช่นก่อนหน้านี้สื่อเสนอข่าวว่า พานทองแท้ให้ปากคำดีเอสไอว่า ที่นายรัชฎาสั่งจ่ายเช็ค 26 ล้านบาทมาให้เพื่อฝากซื้อหุ้น แต่นายพานทองแท้ปฏิเสธว่าหากต้องการฝากซื้อหุ้นให้ไปฝากกับ นางเกศิณี จิปิภพ มารดาของนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวของ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร มารดานายพานทองแท้ ทำให้นายรัชฎาสั่งยกเลิกเช็ค 26 ล้านบาทในชื่อนายพานทองแท้ และในวันรุ่งขึ้นได้โอนเงิน 26 ล้านบาทเพื่อไปซื้อหุ้น ช.การช่างในพอร์ตของนางเกศิณี จากนั้น 2-3 เดือนเมื่อหุ้นขึ้นราคา นางเกศิณีจึงขายหุ้นแล้วนำกำไรพร้อมเงินค่าหุ้นมาคืนนายรัชฎา

    แต่ วัฒนา เมืองสุข ที่น่าจะมีการเช็กข้อมูลมาก่อนแล้ว มีการขยายความเรื่องนี้ไว้ว่า รัชฎา กฤษดาธานนท์ ซึ่งเป็นเพื่อนมีความประสงค์จะร่วมลงทุนทำธุรกิจนำเข้ารถสปอร์ต ต่อมาเดือนพฤษภาคม 2547 นายรัชฎาได้นำเช็คของบิดาคือนายวิชัย มามอบให้โอ๊คเพื่อร่วมลงทุนจำนวน 10 ล้านบาท แต่เนื่องจากการนำเข้ารถมีขั้นตอนยุ่งยากมาก ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงยกเลิก โอ๊คจึงได้จ่ายเช็ค 10 ล้านบาทคืนให้นายวิชัยไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2548

    นอกจากนี้ วัฒนา พยายามเคลียร์ข้อกล่าวหาของพานทองแท้ โดยบอกว่า "สินบนหรือฟอกเงินเป็นธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย ไม่มีใครรับเงินเป็นเช็คให้มีหลักฐาน และไม่มีเหตุผลที่โอ๊คต้องจ่ายคืน เวลาที่โอ๊คจ่ายคืนในเดือนพฤษภาคม 2548 เป็นช่วงที่นายกฯ ทักษิณอยู่ในอำนาจ และเป็นการคืนเองไม่ได้คืนเพราะมีการตรวจสอบ"

    อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ก็ต้องอยู่ที่ว่าดีเอสไอจะสรุปสำนวนออกมาอย่างไร ที่คาดว่าน่าจะได้ข้อยุติเร็ววันนี้

    คดีฟอกเงินกรุงไทยที่เกี่ยวพันถึงพานทองแท้ครั้งนี้ พบว่าปัจจุบัน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอเข้ามาคุมการสอบสวนด้วยตัวเอง หลังก่อนหน้านี้อยู่ในความรับผิดชอบของ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ (ตำแหน่งเก่า) ซึ่งต่อมาถูกย้ายไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำให้ พ.ต.อ.ไพสิฐเข้ามาคุมคดีด้วยตัวเอง

    ที่ผ่านมา แนวทางสอบสวนของดีเอสไอมีการประสานงานกับทั้ง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และอัยการมาตลอด โดยรูปคดีเน้นการตรวจสอบไปที่ เส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้องในคดีกรุงไทย ทั้งที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ตัดสินจำคุกไปแล้ว และคนอื่นๆ ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยว่ามีพฤติการณ์ฟอกเงิน รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลเรื่องการโอน-ซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

    โดยดีเอสไอขอเอกสารย้อนหลังไปยังตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อให้ยืนยันว่ามีการโอนเงินซื้อขายหุ้นระหว่างกันของผู้เกี่ยวข้องจริงหรือไม่ หลังผู้เกี่ยวข้องในคดีทั้งพานทองแท้ นางเกศิณี, มานพ ทิวารี บิดา น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตโฆษกรัฐบาลเพื่อนสนิทพานทองแท้ เคยชี้แจงกับ คตส.และดีเอสไอแล้วว่าธุรกรรมต่างๆ เป็นเรื่องของการซื้อขายหุ้น โดยมีข่าวว่าหลังดีเอสไอได้เอกสารทั้งหมด ก็ได้ให้พนักงานดีเอสไอที่เชี่ยวชาญเรื่องธุรกรรมการเงินทำแผนผังความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่งมาให้พนักงานสอบสวนสรุปชี้ขาดอีกทีหนึ่ง

    "โอ๊ค-พานทองแท้" จะเป็น "ชินวัตร" คนล่าสุดที่ต้องคดี มีชนักติดหลังต่อจากวงศ์วานชินวัตรคนอื่นๆ หรือไม่ คาดว่าอีกไม่นานจะได้รู้กัน.

  • เปลว สีเงิน

    บุคคล "ทรงอิทธิพล" ที่สุดในวงการ "ข่าวสารไทย" คือ "นายแหล่งข่าว"! กรณี "๓ ตำรวจ" พายิ่งลักษณ์หนี เมื่อวาน (๒๔ ก.ย.๖๐) มติชนออนไลน์กับผู้จัดการออนไลน์ ไปสัมภาษณ์ "นายแหล่งข่าว" ผู้พิพากษาจากศาลยุติธรรม แล้วเสนอผ่าน "ข่าวออนไลน์" ด้วยข้อความ "ก๊อบปี้เดียวกัน"!
  • บทบรรณาธิการ

    กรณีเหตุการณ์คนร้ายวางระเบิดปล้นเงินตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกรุงเทพ ที่ตั้งอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขากรุงเทพกรีฑา ซอยกรุงเทพกรีฑา 35 เขตประเวศ ถูกคนร้ายวางระเบิดเพื่อนำเงินในตู้เอทีเอ็มทั้งหมด 481,700 บาทไป เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันพุธที่ผ่านมา
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รถพ่วงบรรทุกหินพุ่งชนรถ กฟภ.กวาดพนักงานซ่อมสายไฟฟ้าอยู่ข้างทางตาย 6 ศพรวมทั้งคนขับรถพ่วงที่ถูกไฟคลอก
    ตำรวจ สภ.โพธิ์กลางเผย นศ.แพทย์เข้ารับทราบข้อหาวางยาฆ่าหมาแล้ว ส่วนคดีที่สุทธิสารทนายขอเลื่อน
    สกัดจับ 3 ชายหญิงชาวเวียดนาม รับจ้างขนนอแรดหนักกว่า 7 กก. มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท จากแอฟริกาผ่านสุวรรณภูมิเพื่อเข้าบ้านเกิด
  • x-cite inside

    สร้างกระแสให้ชวนคิดสำหรับภาพของแม่โพสต์รูปกระเป๋านักเรียนหนัก 6 กิโลกรัมบนเครื่องชั่งของลูกสาวเรียน ป.1 พร้อมตั้งคำถามกับตัวเองในทำนองว่า ..เด็กเล็กขนาดนี้จำเป็นต้องสะพายกระเป๋านักเรียนจนหลังแอ่นหรือเปล่า??? หรือเป็นเพราะระบบการศึกษาที่ต้องการให้เด็กเล็กๆ มีความรู้มากขึ้นตั้งแต่อายุน้อยกันแน่!!!
    เป็นเรื่องเป็นราวกัน ให้ได้ยิน ให้ได้เห็นกัน จนต้องตั้งคำถามว่าสังคมไทยมาไกลกันขนาดนี้ได้อย่างไร?? เพราะแม้กระทั่งเด็กตัวเล็กตัวน้อยก็ไม่พ้นชะตากรรมถูกละเมิดคุกคามทางเพศ หรือแม้แต่อยู่ในที่ทำงาน สถานที่ราชการแท้ๆ ก็ยังถูกเจ้านายหยอกล้อเอาเปรียบ ล่าสุดอยู่ในคอนโดมิเนียมก็เกือบถูกคนใจโฉดบุกรุกเข้าไปข่มขืน
    เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กำลังสร้างปัญหาให้คนในหลายประเทศเกือบทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่นับวันจะเพิ่มจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยปัจจัยทางสังคมเอื้ออำนวย และแผนการตลาดจากเครื่องดื่มน้ำเมาในรูปแบบต่างๆ