บึ้มตู้ATMหน้าห้างโลตัส โจรร่างท้วมหอบเงินเผ่น

  • Thursday, September 14, 2017 - 00:00


    โจรท้วมอุกอาจบึ้มตู้ ATM หน้าโลตัสกรุงเทพกรีฑา ซิว 4.8 แสนก่อนซิ่งหาย ตำรวจชี้ระเบิดซีโฟร์แรงดันสูง แต่ไม่ซับซ้อน เชื่อประสงค์ทรัพย์มากกว่า ไม่เกี่ยวการเมืองหรือสร้างสถานการณ์ "บิ๊กแดง" วอนอย่าด่วนสรุป รอข่าวกรอง-ตร.ประมวลข้อมูลก่อน ศาลอาญาสั่งจำคุก 4 ปี "วัฒนา" มือบึ้ม รพ.พระมงกุฎฯ

    เมื่อวันที่ 13 กันยายน เวลา 04.30 น. ร.ต.ท.กิติพงศ์ สุนทรวิภาต รอง สว.(สอบสวน) สน.ประเวศ พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี เข้าตรวจสอบตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ หน้าห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส สาขากรุงเทพกรีฑา แขวงสะพานสูง เขตประเวศ กทม.หลังคนร้ายลอบวางระเบิดโจรกรรมเงินสดในตู้เอทีเอ็มหลบหนี บริเวณโดยรอบรัศมี 15 เมตร พบเศษเหล็กและกระจกกระจายเกลื่อน ส่วนตู้เอทีเอ็มได้รับความเสียหายทั้งหมด

    จากการสอบสวนนายทองทิว ชื่นขำ อายุ 58 ปี อาชีพ รปภ. พยานที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่ฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น จึงรีบวิ่งมาดู พบเพลิงกำลังลุกไหม้ตู้เอทีเอ็ม ขณะเดียวกันเห็นชายรูปร่างสูง สวมเสื้อแจ็กเกตสีดำ กางเกงสีดำ ใส่หมวกกันน็อกสีขาว ลากกล่องเหล็กสี่เหลี่ยมคาดว่าจะเป็นกล่องบรรจุธนบัตร ก่อนจะไปขึ้นรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิก สีดำ ไม่ทราบทะเบียน ขี่ออกไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าถนนศรีนครินทร์

    กระทั่งช่วงเช้า ที่ สน.ประเวศ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เดินทางมาติดตามความคืบหน้าพร้อมเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการติดตามตัวคนร้าย โดยมี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4, พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รองผบก.น.4, พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ เข้าร่วมประชุม

    จากนั้น พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวภายหลังสอบปากคำเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ทำงานอยู่ในช่วงเกิดเหตุ หัวหน้า รปภ. และพยานที่เห็นเหตุการณ์ว่า ทราบว่าคนร้ายใช้เวลาในการก่อเหตุประมาณ 5 นาที รูปร่างท้วม อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีดำ ใส่หมวกกันน็อกสีขาวเต็มใบ ใช้รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเป็นพาหนะ ซึ่งขณะเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติหน้าที่อยู่เพียงคนเดียว ตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการก่อเหตุโดยใช้ระเบิดทำลายสิ่งคุ้มครองทรัพย์มาก่อน ซึ่งคนร้ายน่าจะประสงค์ต่อทรัพย์มากกว่าก่อความไม่สงบหรือเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ส่วนสาเหตุที่คนร้ายเลือกใช้วิธีการเช่นนี้ เพราะเป็นวิธีการที่ใช้เวลาน้อยและทำลายสิ่งกีดขวางทรัพย์ได้อย่างง่ายดาย

    ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อีโอดี ยังไม่พบอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนประกอบของวัตถุระเบิดแบบแสวงเครื่อง คาดว่าระเบิดน่าจะเป็นแบบประทัดต่อสายชนวนออกมา ซึ่งคนร้ายต้องมีความรู้ในการประกอบระเบิดเบื้องต้นอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงขั้นชำนาญ ไม่ถึงขั้นมีการใช้แผงวงจรเป็นตัวจุดชนวน และคาดว่าคนร้ายมีคนเดียว ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี

    ต่อมาเวลา 10.30 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เดินทางมาติดตามคดีดังกล่าวที่ สน.ประเวศ พร้อมกล่าวว่า เหตุดังกล่าวเป็นการประสงค์ต่อทรัพย์ เพราะหลังเกิดเหตุ คนร้ายนำเงินออกจากตู้เอทีเอ็มจำนวน 4.8 แสนบาท ซึ่งเป็นการชิงทรัพย์ในรูปแบบใหม่ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยขณะนี้ยังไม่ทราบถึงชนิดของระเบิดที่ใช้ รวมถึงเส้นทางหลบหนีหลังก่อเหตุ ซึ่งคนร้ายมีเพียง 1 คน เบื้องต้นเตรียมแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำลายสิ่งกีดกั้นที่คุ้มครองทรัพย์ ทั้งนี้ ได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างรัดกุม เพื่อติดตามตัวคนร้ายและดำเนินการออกหมายจับต่อไป

    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) เปิดเผยภายหลังเข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ด้านความมั่นคง เพื่อรายงานความคืบหน้าการเก็บหลักฐาน ตรวจพิสูจน์ เหตุระเบิดที่ตู้เอทีเอ็มดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบชิ้นส่วนวัตถุระเบิดที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นระเบิดซีโฟร์แรงดันสูง น้ำหนักประมาณ 200 กรัม รัศมีการทำลายล้าง 25 เมตร คนร้ายใช้สายชนวนในการจุดระเบิด ไม่ใช่ระเบิดที่ซับซ้อน เชื่อว่าคนร้ายหวังผลต่อทรัพย์มากกว่า สังเกตจากแผนประทุษกรรมคือนำระเบิดมาวางไว้บริเวณช่องรับเงินของตู้เอทีเอ็ม

    ทั้งนี้ จากการประเมินคนร้ายเลือกก่อเหตุตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ เนื่องจากตู้ดังกล่าวมีลักษณะช่องรับเงินที่ยื่นออกมาด้านหน้า เพื่อนำวัตถุระเบิดมาวางไว้ ต่างจากตู้อื่นที่อยู่บริเวณใกล้เคียงที่ไม่มีช่องยื่นออกมา ซึ่งคนร้ายน่าจะมาดูลาดเลาก่อนจะก่อเหตุ และน่าจะมีความรู้เรื่องวัตถุระเบิดและตู้เอทีเอ็มมากพอสมควร จึงสามารถคำนวณได้ว่าแรงดันขนาดไหนทำให้ตู้ระเบิดได้

    ผู้สื่อข่าวถามว่า ลักษณะการประกอบระเบิดมีความคล้ายหรือใกล้เคียงกับระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้า หรือหน้ากองสลากเก่า หรือระเบิดการเมืองก่อนหน้านั้นหรือไม่ พ.ต.อ.กำธรกล่าวว่า ไม่มีความใกล้เคียงกันเลย วิธีประกอบแตกต่างกัน เชื่อว่าไม่เกี่ยวกับการเมืองหรือสร้างสถานการณ์แน่นอน สำหรับคนที่ประกอบระเบิดนั้น ไม่จำเป็นต้องมีความชำนาญ มีความรู้ทั่วไปก็สามารถประกอบได้ วัสดุหาง่าย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวชิ้นส่วนระเบิดไว้ตรวจสอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลจากห้องปฏิบัติการ

    ด้าน พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า รอรับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยข่าว และตรวจสอบเจตนาผู้ก่อเหตุจากภาพกล้องวงจรปิด ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน ส่วนจะเกี่ยวข้องกับประเด็นการเมืองหรือไม่นั้น ขอให้ดูผลลัพธ์สุดท้ายของการสืบสวน อย่าเพิ่งด่วนสรุป เพราะอาจจะเป็นแค่การปล้นทรัพย์ ยังไม่ได้สรุปเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งการระเบิดตู้เอทีเอ็มอาจตีความได้หลายอย่าง ขอสื่ออย่าด่วนสรุปด้วย ผู้บังคับบัญชาเองกำลังประมวลจากข้อมูลต่างๆ หน่วยข่าวกรองและตำรวจกำลังเร่งดำเนินการ จะรายงานให้กับผู้บัญชาการทหารบกที่จะรายงานต่อ รมว.กลาโหมทราบต่อไป

    วันเดียวกัน ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2869/2560 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 ได้เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวัฒนา หรือตุ่ม ภุมเรศ อายุ 62 ปี อดีตวิศวกรการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยสั่งจำคุก 4 ปี ฐานมีเครื่องยุทธภัณฑ์ (ระเบิดดินดำ) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกอีก 4 ปี รวม 8 ปี และฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองฯ ปรับ 1,950 บาท จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 4 ปี ปรับ 975 บาทริบของกลาง

    ส่วนคดีหมายเลขดำ อ.2868/2560 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นฯ นั้น ศาลนัดสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพจำเลยในวันที่ 16 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

    ทั้งนี้ ทั้งสองคดีสืบเนื่องจากนายวัฒนา ภุมเรศ ได้ประกอบระเบิดแสวงเครื่องชนิดจุดปะทุด้วยไฟฟ้า เป็นระเบิดแรงต่ำชนิดดินดำ ประกอบไว้ในท่อพลาสติกพีวีซี สีฟ้า หรือเรียกว่า "ไปป์บอมบ์" โดยมีตะปูเข็มเป็นสะเก็ดระเบิด แล้วนำไปใส่ไว้ในแจกันดอกไม้พลาสติกภายในบริเวณโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า แรงระเบิดทำให้มีผู้บาดเจ็บทั้งทหารและพลเรือนรวม 21 คน โดยเหตุระเบิดนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษคมที่ผ่านมา.

    ขอบคุณภาพจาก สวพ91

  • เปลว สีเงิน

    บุคคล "ทรงอิทธิพล" ที่สุดในวงการ "ข่าวสารไทย" คือ "นายแหล่งข่าว"! กรณี "๓ ตำรวจ" พายิ่งลักษณ์หนี เมื่อวาน (๒๔ ก.ย.๖๐) มติชนออนไลน์กับผู้จัดการออนไลน์ ไปสัมภาษณ์ "นายแหล่งข่าว" ผู้พิพากษาจากศาลยุติธรรม แล้วเสนอผ่าน "ข่าวออนไลน์" ด้วยข้อความ "ก๊อบปี้เดียวกัน"!
  • บทบรรณาธิการ

    กรณีเหตุการณ์คนร้ายวางระเบิดปล้นเงินตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกรุงเทพ ที่ตั้งอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขากรุงเทพกรีฑา ซอยกรุงเทพกรีฑา 35 เขตประเวศ ถูกคนร้ายวางระเบิดเพื่อนำเงินในตู้เอทีเอ็มทั้งหมด 481,700 บาทไป เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันพุธที่ผ่านมา
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รถพ่วงบรรทุกหินพุ่งชนรถ กฟภ.กวาดพนักงานซ่อมสายไฟฟ้าอยู่ข้างทางตาย 6 ศพรวมทั้งคนขับรถพ่วงที่ถูกไฟคลอก
    ตำรวจ สภ.โพธิ์กลางเผย นศ.แพทย์เข้ารับทราบข้อหาวางยาฆ่าหมาแล้ว ส่วนคดีที่สุทธิสารทนายขอเลื่อน
    สกัดจับ 3 ชายหญิงชาวเวียดนาม รับจ้างขนนอแรดหนักกว่า 7 กก. มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท จากแอฟริกาผ่านสุวรรณภูมิเพื่อเข้าบ้านเกิด
  • x-cite inside

    สร้างกระแสให้ชวนคิดสำหรับภาพของแม่โพสต์รูปกระเป๋านักเรียนหนัก 6 กิโลกรัมบนเครื่องชั่งของลูกสาวเรียน ป.1 พร้อมตั้งคำถามกับตัวเองในทำนองว่า ..เด็กเล็กขนาดนี้จำเป็นต้องสะพายกระเป๋านักเรียนจนหลังแอ่นหรือเปล่า??? หรือเป็นเพราะระบบการศึกษาที่ต้องการให้เด็กเล็กๆ มีความรู้มากขึ้นตั้งแต่อายุน้อยกันแน่!!!
    เป็นเรื่องเป็นราวกัน ให้ได้ยิน ให้ได้เห็นกัน จนต้องตั้งคำถามว่าสังคมไทยมาไกลกันขนาดนี้ได้อย่างไร?? เพราะแม้กระทั่งเด็กตัวเล็กตัวน้อยก็ไม่พ้นชะตากรรมถูกละเมิดคุกคามทางเพศ หรือแม้แต่อยู่ในที่ทำงาน สถานที่ราชการแท้ๆ ก็ยังถูกเจ้านายหยอกล้อเอาเปรียบ ล่าสุดอยู่ในคอนโดมิเนียมก็เกือบถูกคนใจโฉดบุกรุกเข้าไปข่มขืน
    เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กำลังสร้างปัญหาให้คนในหลายประเทศเกือบทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่นับวันจะเพิ่มจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยปัจจัยทางสังคมเอื้ออำนวย และแผนการตลาดจากเครื่องดื่มน้ำเมาในรูปแบบต่างๆ