อัยการมั่นใจมาก ล่าบอสขังคุกไทย

  • Thursday, September 14, 2017 - 00:00


    นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ

    อธิบดีอัยการต่างประเทศลั่นพร้อมลากตัว “บอส-วรยุทธ” กลับไทย ชี้เตรียมเอกสารไว้แล้วสำหรับประเทศที่มีและไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ชี้หากอินเตอร์โพลรวบได้ไม่เกิน 5 วันหนังสือถึง “วัชรพล” ยังไม่รู้ฟันตำรวจปล่อยคดีเมื่อใด!

    เมื่อวันที่ 13 ก.ย. นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนปฏิบัติหากพบตัวนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดังกระทิงแดง ผู้ต้องหาขับรถประมาทชนดาบตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตปี 2555 หลังตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) ได้ออกหมายจับส่งเผยแพร่ไปยังประเทศสมาชิก 190 ประเทศ ว่าหากพบเห็นในประเทศใด ตำรวจสากลก็สามารถเข้าจับกุมตัวตามหมายจับได้ แล้วควบคุมตัวไว้ชั่วคราวก่อนตามเวลาที่กฎหมายของประเทศนั้นๆ กำหนดไว้ เช่น อาจ 30 วัน จากนั้นตำรวจสากลก็จะแจ้งข้อมูลการจับกุม พิกัดที่อยู่นั้นให้ตำรวจไทยทราบเพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน และเมื่อตำรวจของเราได้รับทราบข้อมูลกับที่อยู่แล้วก็จะแจ้งให้สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ดำเนินตามพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551

    นายอำนาจเผยในฐานะอธิบดีอัยการสำนักต่างประเทศ ว่าจะเขียนรายละเอียดที่อยู่ที่ผู้ต้องหาถูกจับกุมตัว ระบุในคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่จะมีเอกสารทางคดีและหมายจับของไทยประกอบอยู่ด้วย ซึ่งมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ ภาษากลางราชการไว้แล้ว เพื่อให้ อสส.ลงนามในคำร้องแล้ว ในฐานะผู้ประสานงานตามกฎหมายขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน แล้วยื่นคำร้องพร้อมเอกสารทางคดีไปยังประเทศนั้นที่มีการจับกุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ จากนั้นจึงจะเริ่มกระบวนการทางกฎหมายของประเทศนั้นๆ ในการพิจารณาส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเบื้องต้นจะดูคำร้องของไทยเป็นอย่างไร เข้าเงื่อนไขหรือไม่ เช่น เป็นความผิด 2 ประเทศหรือไม่ มีสนธิสัญญาต่อกันหรือไม่ หรือเป็นกรณีหลักต่างตอบแทน โดยเมื่อกระบวนการพิจารณาเข้าสู่ระบบศาลในประเทศที่จับตัวได้แล้ว ผู้ต้องหาเองก็มีสิทธิต่อสู้โต้แย้งตามกฎหมาย แต่ระหว่างการพิจารณาคงต้องถูกคุมขังหรือบล็อกตัวไว้ก่อนเพื่อไม่ให้หนี

    เมื่อถามถึงความพร้อมหากต้องยื่นคำร้องภายในเวลาอันสั้น นายอำนาจยืนยันว่า ที่ผ่านมาอัยการทำงานประสานร่วมตำรวจและกระทรวงการต่างประเทศ ขณะนี้ก็ร่างคำร้องและจัดเตรียมที่ต้องยื่นโดยแปลภาษาอังกฤษไว้แล้ว คงรอเพียงข้อมูลที่อยู่เท่านั้น ดังนั้นถ้ามีการจับกุมตัวผู้ต้องหาและทราบข้อมูลที่อยู่ อัยการสามารถจัดเตรียมเอกสารให้เสร็จเรียบร้อยทั้งหมดได้ภายใน 5 วันทำการ และพร้อมยื่นต่อประเทศนั้นๆ โดยคำร้องอัยการได้จัดทำไว้ 2 แนวทาง คือ 1.แบบฟอร์มที่ประเทศนั้นมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย ซึ่งการพิจารณาจะมีไม่มาก และ 2.แบบฟอร์มที่ประเทศนั้นไม่มีสนธิสัญญาฯ ก็ต้องปฏิบัติผ่านวิถีทางการทูตตามขั้นตอน พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดนบัญญัติไว้ ซึ่งอาศัยหลักต่างตอบแทน โดย กต.จะมีส่วนพิจารณามิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย ซึ่งทั้งสองรูปแบบคำร้อง อสส.ต้องดำเนินการลงนามในฐานะผู้ประสานงานกลาง ส่วนระยะเวลาพิจารณาของประเทศนั้นจะรวดเร็วเพียงใดขึ้นกับกฎหมายเขา แต่คงไม่กระทบต่อระยะเวลาการควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ก่อน

    "ขณะนี้เราทำทุกอย่างตามขั้นตอนกฎหมาย และพร้อมดำเนินการโดยรวดเร็วเพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหากลับมาก่อนขาดอายุความ ต้องไม่ให้เห็นว่าคนรวยทำไมไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งกระทบต่อภาพรวมกระบวนการยุติธรรมและมิติอื่น เช่น การค้าการลงทุนก็กระทบไปหมด ซึ่งผู้ต้องหาเป็นที่รู้จักทั้งสังคมไทยและต่างประเทศ โดยต่างประเทศก็ติดตามเรื่องนี้เช่นกัน หากไม่ดำเนินการให้เต็มที่ ก็ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่น" นายอำนาจระบุ

    สำหรับข้อหาที่นายวรยุทธถูกสั่งฟ้องนั้น ปัจจุบันคงเหลือข้อหาเดียวคือ กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท อายุความ 15 ปีนับจากวันเกิดเหตุ ส่วนข้อหาไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชนตามสมควรและไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานในทันทีที่ชน ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 78 อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับ 5,000-20,000 บาท อายุความ 5 ปี เพิ่งหมดอายุความไปเมื่อวันที่ 3 ก.ย.2560

    วันเดียวกัน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีกล่าวหา พล.ต.ต.กฤษฎิ์ เปียแก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 กับพวก ฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม กรณีสอบสวนช่วยเหลือนายวรยุทธว่า เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการไต่สวน คงต้องให้รวบรวมพยานหลักฐาน ข้อมูลต่างๆ ซึ่งยังตอบไม่ได้ว่าใกล้จะได้ข้อสรุปแล้วหรือไม่.

  • เปลว สีเงิน

    ไป "ปัตตานี-สงขลา" มา ๒ วัน ครับ......... ไปกราบ "หลวงพ่อทวด" ที่วัดช้างให้ อำเภอโคกโพธิ์ และ "เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว" ที่ศาลในตัวเมืองปัตตานี แล้วแวะกินชาชัก แกล้มโรตีกรอบราดนมข้น ที่ล็อบบีโรงแรม C.S.ปัตตานี ของคุณป๋อง "อนุศาสน์ สุวรรณมงคล"
  • บทบรรณาธิการ

    การนำเสนอข้อมูล แสดงความเห็น และการวิพากษ์วิจารณ์กรณี นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิต เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 ที่โรงเรียนเตรียมทหาร ไม่ได้เป็นเรื่องต้องห้าม เพราะการยิ่งพูด ยิ่งนำเสนอข้อมูลอย่างรอบด้าน คือประโยชน์ที่คนในสังคมในภาพรวมจะได้นำไปคิดพิจารณาอย่างรอบด้าน เพราะในเรื่องดังกล่าวมีองค์ประกอบของเรื่องราวตามข้อเท็จจริงหลายประเด็นที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย สร้างความกระจ่าง ในส่วนการวิจารณ์โดยฉวยโอกาสนำประเด็นดังกล่าวมาโจมตีทางการเมือง ก็ไม่ต้องให้ความสำคัญ
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ตูน บอดี้สแลม ใช้เวลาช่วงฟื้นร่างกายตระเวนมอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์กีฬาหลายโรงเรียน ครูแต่งเพลง "ก้าวที่ยิ่งใหญ่" ให้ นร.ร้องต้อนรับ รพ.บางสะพานมอบเงินจากการขายเสื้อ 3.7 ล้านสมทบก้าวคนละก้าว คนไทยในแอลเอนับร้อยนัดรวมพลังวิ่งการกุศล 17 ธ.ค.หาทุนอีกแรง ขณะที่ "บัวขาว" ออกสตาร์ทเสาร์นี้
    ศาลอนุมัติหมายจับ "ครูจอมทรัพย์-ครูอ๋อง" โดน 2 ข้อหาหนักอั้งยี่ซ่องโจร-เบิกความเท็จ ตำรวจรวบทันควัน
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้ มีผู้ต้องขังชายอยู่ระหว่างฝากขัง จำนวน 2 ราย หลบหนีออกจากเรือนจำกลางเพชรบุรี ทราบชื่อต่อมา คือ นช.ธวัชชัย มะลิแย้ม อายุ 33 ปี และ นช.เอกชัย เคลือบแก้ว 36ปี
  • x-cite inside

    รู้หรือไม่ว่าคำหนึ่งคำสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ตั้งมากมาย เพราะทุกครั้งที่เปล่งวาจาออกมาจะไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้ ไม่ว่าจะเป็นความหมาย น้ำเสียง หรืออารมณ์ จนบางครั้งมันกลายเป็นการสร้างรอยแผลไว้ในใจคนฟัง แม้ว่าผู้พูดจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม
    วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นมหากาพย์ในโลกโซเชียลกันเลยทีเดียว สำหรับกรณี "สาวนางหนึ่ง" ยืนอุ๊บอิ๊บ..ที่ตรงนี้ชั้นจองแล้วนะเธอ เป็นเหตุให้ผู้ขับรถจะเลี้ยวเข้าจอดรถในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง..ทนไม่ไหว!!! ต้องลุกขึ้นต่อว่าต่อขาน และถ่ายคลิปประจานกันให้เห็นกันจะจะ ว่าอะไรคือสิทธิ?? อะไรคือแซงคิว??
    แม้ว่ากลุ่มคนไร้บ้านอาจจะถูกมองว่าเป็นอันตราย หรือเป็นที่รังเกียจของคนทั่วไป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเหล่านั้นจะต้องถูกเลือกปฏิบัติและถูกผลักออกจากสังคม โดยเฉพาะสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ อย่างเช่น เข้ารักษาพยาบาลจากภาครัฐที่ควรจะได้รับเท่าเทียมกับคนไทยทั่วไป มิใช่ถูกกีดกันให้ออกจากความเป็นมนุษย์อย่างที่พบเจอ