อุทธรณ์ลดโทษจำคุก"ศุภชัย"เหลือ7ปีคดียักยอกทรัพย์

  • Thursday, September 14, 2017 - 11:50

    14 ก.ย.60 - ที่ห้องพิจารณาคดี 809 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษกศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.1739/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อายุ 60 ปี อดีตประธานกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นจำเลยในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ผู้อื่น และจัดการทรัพย์สินผู้อื่นโดยทุจริตในฐานะเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 และ 354

    คดีนี้อัยการโจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2558 ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2556 สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2555 และที่ประชุมมีมติเลือกนายศุภชัย จำเลย เป็นประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ชุดที่ 29 อยู่ในตำแหน่ง 2 ปี ต่อมานายทะเบียนสหกรณ์ได้ตรวจสอบพบว่าการเรียกประชุมใหญ่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับ และกฎหมาย นายทะเบียน จึงมีหนังสือลงวันที่ 23 เม.ย. 2556 ไม่รับรองตำแหน่งประธานกรรมการจากการประชุมดังกล่าว ต่อมาสหกรณ์ยูเนี่ยนฯ ได้ประชุมใหญ่วิสามัญและมีมติให้การรับรองนายศุภชัย จำเลย เป็นประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์อีกครั้ง และยังเปิดประชุมคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 2 สมัยสามัญ ครั้งที่ 1/2556 และมีมติแต่งตั้งนายศุภชัย จำเลย ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการสหกรณ์ฯ อีกตำแหน่งด้วย กระทั่งวันที่ 10 เม.ย. - 8 ต.ค. 2556 จำเลย ซึ่งเป็นประธานกรรมการสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่นฯ ได้กระทำการทุจริต โดยให้เจ้าหน้าที่บัญชีเบิกเงินสดของสหกรณ์ ผู้เสียหาย หลายครั้งหลายหนรวม 8 ครั้งๆ ละระหว่าง 184,000-6,000,000 บาท รวม 22,132,000 บาทเข้าบัญชีของจำเลย หรือบุคคลที่ 3 โดยทุจริต เหตุเกิดที่ทำการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. ทั้งนี้จำเลยให้การปฏิเสธมาโดยตลอด

    โดยคดีนี้เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2559 จำเลยได้ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก, 353, 354 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันรวม 8 กระทง จำคุกกระทงละระหว่าง 3-5 ปี รวมจำคุก32 ปี คำให้การจำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้ 16 ปี พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วนับเป็นเรื่องร้ายแรง โทษจำคุกจึงไม่มีเหตุให้รอลงอาญา

    วันนี้ศาลเบิกตัวนาย ศุภชัย จำเลย จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มาฟังคำพิพากษา

    ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ตามที่จำเลยอุทธรณ์ว่าได้ชดใช้ค่าเสียหายก่อนถูกฟ้องและผู้เสียหายได้รับเงินคืนแล้ว ถือเป็นเรื่องทางแพ่งที่มีการชดใช้ครบถ้วนแล้ว อุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่อุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาจากการที่ได้ชดใช้ค่าเสียหายเมื่อปี 2557 ขอให้ปราณีจากการที่ศาลชั้นต้นลงโทษสูงไปนั้น อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น ส่วนอุทธรณ์ให้รอการลงโทษหรือไม่ ศาลเห็นว่าจำเลยเป็นประธานสหกรณ์ฯ เป็นที่ไว้วางใจของประชาชน การที่จำเลยยักยอกทรัพย์มีผลกระทบต่อกิจการของสหกรณ์ ทำให้ขาดความไว้วางใจ การยักยอกทรัพย์ดังกล่าวยังทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง จนต้องฟื้นฟูกิจการ แม้มีการชดใช้ค่าเสียหายแล้ว ก็ไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษ และที่จำเลยอุทธรณ์ในประเด็นข้อเท็จจริงไม่มีการยกมาว่ากล่าวตั้งแต่ศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย

    ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 ประกอบ 354 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน รวม 8 กระทง กระทงละ 1-2 ปี รวมจำคุก 14 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 7 ปี

    ภายหลัง นายวันชัย บุนนาค ทนายความของนายศุภชัย เปิดเผยว่า ในคดีนี้ตอนแรกศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามมาตรา 352 วรรคแรก, 353, 354 แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของนายศุภชัยเป็นการกระทำความผิดฐานเป็นผู้มีหน้าที่จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นมาตราเดียว แต่ศาลก็ยังเห็นว่าที่จำเลยมีการชดใช้เงินที่ยักยอกจำนวน 27 ล้านบาท คืนแก่ผู้เสียหาย เป็นการบรรเทาความร้ายแรง จึงเป็นเหตุให้ลดโทษเหลือ 14 ปี ประกอบกับจำเลยรับสารภาพ ลดโทษจำคุกเหลือ 7 ปี ซึ่งในส่วนนี้ที่ตนได้เคยโต้แย้งคัดค้านเกี่ยวกับเรื่องการชดใช้ค่าเสียหาย จนเป็นเหตุในการถอนฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์เคยไม่รับพิจารณาในประเด็นนี้ เนื่องจากเห็นว่าการถอนฟ้องคดีเป็นอำนาจของนายทะเบียน เมื่อเหตุเป็นเช่นนี้ ตนจึงจะนำข้อโต้แย้งดังกล่าวขึ้นสู่ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยต่อไป

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา ศาลได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องและการร้องทุกข์นายศุภชัย โดยศาลได้ยกคำขอถอนฟ้อง เนื่องจากตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ ให้นายทะเบียนสหกรณ์สั่งระงับการดำเนินงานทั้งหมดหรือบางส่วนของสหกรณ์ หรือให้งดเว้นการกระทำที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่สหกรณ์หรือสมาชิก ดังนั้นการดำเนินการใดต้องเป็นไปโดยนายทะเบียนสหกรณ์ ซึ่งบุคคลอื่นไม่สามารถทำการที่จะเป็นการระงับสิทธิ์ของสหกรณ์แทนได้ ประกอบกับเมื่อพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีมีความเสียหายมูลค่ามาก.

  • เปลว สีเงิน

    บุคคล "ทรงอิทธิพล" ที่สุดในวงการ "ข่าวสารไทย" คือ "นายแหล่งข่าว"! กรณี "๓ ตำรวจ" พายิ่งลักษณ์หนี เมื่อวาน (๒๔ ก.ย.๖๐) มติชนออนไลน์กับผู้จัดการออนไลน์ ไปสัมภาษณ์ "นายแหล่งข่าว" ผู้พิพากษาจากศาลยุติธรรม แล้วเสนอผ่าน "ข่าวออนไลน์" ด้วยข้อความ "ก๊อบปี้เดียวกัน"!
  • บทบรรณาธิการ

    กรณีเหตุการณ์คนร้ายวางระเบิดปล้นเงินตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกรุงเทพ ที่ตั้งอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขากรุงเทพกรีฑา ซอยกรุงเทพกรีฑา 35 เขตประเวศ ถูกคนร้ายวางระเบิดเพื่อนำเงินในตู้เอทีเอ็มทั้งหมด 481,700 บาทไป เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันพุธที่ผ่านมา
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รถพ่วงบรรทุกหินพุ่งชนรถ กฟภ.กวาดพนักงานซ่อมสายไฟฟ้าอยู่ข้างทางตาย 6 ศพรวมทั้งคนขับรถพ่วงที่ถูกไฟคลอก
    ตำรวจ สภ.โพธิ์กลางเผย นศ.แพทย์เข้ารับทราบข้อหาวางยาฆ่าหมาแล้ว ส่วนคดีที่สุทธิสารทนายขอเลื่อน
    สกัดจับ 3 ชายหญิงชาวเวียดนาม รับจ้างขนนอแรดหนักกว่า 7 กก. มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท จากแอฟริกาผ่านสุวรรณภูมิเพื่อเข้าบ้านเกิด
  • x-cite inside

    สร้างกระแสให้ชวนคิดสำหรับภาพของแม่โพสต์รูปกระเป๋านักเรียนหนัก 6 กิโลกรัมบนเครื่องชั่งของลูกสาวเรียน ป.1 พร้อมตั้งคำถามกับตัวเองในทำนองว่า ..เด็กเล็กขนาดนี้จำเป็นต้องสะพายกระเป๋านักเรียนจนหลังแอ่นหรือเปล่า??? หรือเป็นเพราะระบบการศึกษาที่ต้องการให้เด็กเล็กๆ มีความรู้มากขึ้นตั้งแต่อายุน้อยกันแน่!!!
    เป็นเรื่องเป็นราวกัน ให้ได้ยิน ให้ได้เห็นกัน จนต้องตั้งคำถามว่าสังคมไทยมาไกลกันขนาดนี้ได้อย่างไร?? เพราะแม้กระทั่งเด็กตัวเล็กตัวน้อยก็ไม่พ้นชะตากรรมถูกละเมิดคุกคามทางเพศ หรือแม้แต่อยู่ในที่ทำงาน สถานที่ราชการแท้ๆ ก็ยังถูกเจ้านายหยอกล้อเอาเปรียบ ล่าสุดอยู่ในคอนโดมิเนียมก็เกือบถูกคนใจโฉดบุกรุกเข้าไปข่มขืน
    เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กำลังสร้างปัญหาให้คนในหลายประเทศเกือบทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่นับวันจะเพิ่มจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยปัจจัยทางสังคมเอื้ออำนวย และแผนการตลาดจากเครื่องดื่มน้ำเมาในรูปแบบต่างๆ