"เสียง ศิลป์ แผ่นดินทอง" ผสานบทเพลงพระราชนิพนธ์และจิตรกรรม

  • Monday, September 18, 2017 - 09:32


    อ.แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ร่วมแต่งเติมภาพที่วาดสดพร้อมกับผู้ที่มาร่วมงานเปิดนิทรรศการ

    เป็นอีกครั้งที่บุคคลที่เคยถวายงานใกล้ชิดพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่าง อาจารย์แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ผู้เคยร่วมเล่นดนตรีถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ในวง อ.ส.วันศุกร์ มาเป็นเวลานาน และได้ก่อตั้ง "มูลนิธิคีตรัตน์" ได้จัดกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านดนตรีและศิลปะของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในนิทรรศการที่ชื่อว่า "เสียง ศิลป์ แผ่นดินทอง" โดยผสานบทเพลงพระราชนิพนธ์เข้ากับการแสดงผลงานจิตรกรรมของ 19 ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย ที่นำผลงานมาร่วมจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 14-24 กันยายน 2560 ณ บริเวณควอเทียร์ แกลลอรี ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์


    อ.ปรีชา เถาทอง กับผลงานภาพในหลวง ร.9 สื่อถึงสายฝน อันหมายถึงฝนหลวง น้ำพระทัยของพระองค์ที่ทรงมีต่อพสกนิกร

    ในงานมีการเสวนาเกี่ยวกับการถวายงานในหลวง ร.9 โดย รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ รองประธานมูลนิธิคีตรัตน์ และเป็นผู้ถวายงานด้านดนตรีแด่ในหลวง ร.9 มากว่า 30 ปี ในฐานะนักดนตรีวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ เป็นผู้ริเริ่มโครงการ “คีตรัตนบรมราชานุสรณ์ ธ สถิตกลางใจราษฎร์นิรันดร์” กล่าวว่า มูลนิธิคีตรัตน์มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะสืบสานบทเพลงพระราชนิพนธ์ จึงก่อตั้งโครงการ “คีตรัตนบรมราชานุสรณ์ 365 วันแห่งความคิดถึง” โดยส่วนหนึ่งของโครงการ คือการจัดนิทรรศการที่ผสานศาสตร์ระหว่างดนตรีและศิลปะ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ภายใต้ชื่องาน “เสียง ศิลป์ แผ่นดินทอง” โดยเป็นการร้อยเรียงศาสตร์ทั้งคีตศิลป์และจิตรกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ เพื่อน้อมรำลึกถึงในหลวง ร.9 องค์อัครศิลปิน ผู้ทรงพระปรีชาสามารถในศาสตร์ทั้งสองด้าน พร้อมทั้งมุ่งหวังให้คนไทยร่วมกันส่งเสริม สืบสาน และเผยแพร่บทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ให้คงอยู่สืบไป


    รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ เปาแซ็กโซโฟนเพลงพระราชนิพนธ์

    รศ.ดร.ภาธรยังเล่าถึงการถวายงานของตนเองว่า นับเป็นความโชคดีที่ได้เล่นดนตรีถวาย และทุกครั้งที่ทรงดนตรีจะมีความเป็นส่วนพระองค์ ได้เห็นพระอิริยาบถของพระองค์ท่านแตกต่างจากทั่วไป และพระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจเยอะมาก การทรงดนตรีถือได้ว่าเป็นการพักผ่อน และสมัยทรงครองราชย์ใหม่ๆ ทรงใช้ดนตรีเป็นกุศโลบาย เป็นเครื่องมือสื่อสารไปถึงประชาชน เช่น เสด็จฯ ไปทรงดนตรีตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ทรงร่วมเล่นดนตรีกับนิสิต นักศึกษา อาจารย์ อย่างไม่ถือพระองค์

    "สมัยผมยังเด็ก พระองค์ทรงดนตรีอาทิตย์ละ 2 วัน พอเสด็จฯ แปรพระราชฐานไปหัวหิน เราก็ต้องตามเสด็จไป จะทรงดนตรีในวันเสาร์ เป็นพระราชจริยวัตรอย่างนี้มา 40 ปี เมื่อพระองค์ประชวร ประทับที่โรงพยาบาลศิริราช ผมก็ไปเล่นดนตรีถวาย เพื่อจะได้ทรงพระสำราญ ปลาบปลื้มใจมากที่ได้มีโอกาสถวายงานรับใช้"


    อ.ปรีชา ดรออิ้งสดภาพในหลวง ร.9 โดยมี รศ.ดร.ภาธร บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ประกอบ

    ด้าน อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติอีกรายที่มีโอกาสถวายงานในหลวง ร.9 เมื่อครั้งทำหนังสือเรื่องพระมหาชนก ซึ่งเป็นหนังสือที่มีภาพประกอบทั้งเรื่อง เล่าว่า ถึงแม้ในหลวง ร.9 จะมีพระราชกรณียกิจมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่พระองค์ไม่ลืมคืองานศิลปะ ทรงให้ความสำคัญทั้งศิลปะและดนตรี ทรงคิดว่าเป็นสิ่งที่จะเข้าไปสู่หัวใจประชาชน และนำไปสู่ความเข้าใจระหว่างประชาชนกับพระองค์ นับเป็นความยิ่งใหญ่มาก สำหรับช่วงถวายงานวาดภาพประกอบหนังสือพระมหาชนก ซึ่งมีศิลปิน 8 คนที่ทำงาน สิ่งแรกที่รับสั่งคือ อย่าเขียนแบบโบราณ อย่าลอกรูปที่เคยมีมาแล้ว ทรงให้งานออกมาสมัยใหม่ ให้ศิลปินแต่ละคนเป็นตัวของตัวเอง ทรงมีพระอารมณ์ขันมากมาย เป็นสิ่งที่เรียกว่าส่วนพระองค์จริงๆ ทรงแซวโน่นแซวนี่

    "ทรงโปรดมากที่ผมหัวเราะเสียงดัง คนอื่นอาจจะไม่ค่อยกล้าหัวเราะดัง ทรงแซว อ.ประหยัด พงษ์ดำ ว่ารูปของอาจารย์ประหยัดใช้อายแชโดว์เยอะไปหน่อยนะ ก็เพราะอาจารย์ประหยัดแกเขียนตาดำมากเกินไป ทรงแซวพวกเรา มีอยู่ครั้งหนึ่ง พวกเราทำงานอยู่ ทรงขับรถเฟียตเก่าๆ ขับมาด้วยพระองค์เอง ไม่มีใครติดตาม ทรงมาหาพวกเรา ทรงหอบเอารูปที่เราวาดมาเต็มพระกร ตรัสว่า เมื่อคืนไม่ได้นอนเลย นั่งตรวจงานศิลปิน 8 คน ทั้งหมดนับเป็นความโชคดีของพวกเราศิลปินที่ได้ถวายงาน แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ ก็ตาม" อ.เฉลิมชัยกล่าว


    ผลงานผสานดนตรีกับศิลปะการวาดภาพ เป็นภาพในหลวง ร.9 ประทับยืนขณะทรงดนตรีแซ็กโซโฟน

    ส่วนศิลปินแห่งชาติและศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับแถวหน้าของเมืองไทยอีก 19 คน ที่นำผลงานมาแสดงครั้งนี้ ได้แก่ ศ.ปรีชา เถาทอง, รศ.สุรสิทธิ์ เสาว์คง, อ.ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ, อ.เริงศักดิ์ บุญวาณิชย์กุล, อ.เอกชัย ลวดสูงเนิน, อ.เสงี่ยม ยารังษี, อ.สุริยา นามวงษ์, อ.นิพนธ์ จังกินา, อ.ธนฤษภ์ ทิพย์วารี, อ.อานันท์ ราชวังอินทร์, อ.พรชัย ใจมา, อ.ทรงเดช ทิพย์ทอง, อ.สุรทิน ตาตะนะ, อ.ลิขิต นิสีทนาการ, ลำพู กันเสนาะ, วิษณุพงษ์ หนูนันท์, เพชร เชิดกลิ่น, อ.นิติกร กรัยวิเชียร และ อ.ทีฆวุฒิ บุญวิจิตร

    นอกจากภาพวาดแล้ว ยังมีภาพพิมพ์ภาพวาดฝีพระหัตถ์ของในหลวง ร.9 จากหออัครศิลปินมาแสดงร่วมอีก 1 ภาพ การแสดงคอนเสิร์ตเพลงพระราชนิพนธ์และดนตรีที่ผลัดเปลี่ยนแนวเพลงไปตามการตีความภาพวาดในแต่ละวัน โดยภาพที่แสดงเปิดจองให้เป็นที่ระลึกแก่ผู้ที่สนใจที่บริจาคสนับสนุนกิจกรรมของมูลนิธิ ซึ่งแค่วันแรกก็มีผู้จับจองไปทั้งหมด


    นักดนตรีชั้นแนวหน้าของเมืองไทยร่วมเล่นเพลงพระราชนิพนธ์

    ศ.ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ ที่นำภาพวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง ร.9 ขนาดใหญ่ และนับว่าโดดเด่นที่สุดในงาน กล่าวว่า ภาพนี้ได้ต้นแบบมาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นภาพที่ในหลวง ร.9 ทรงแต่งชุดพระมหากษัตริย์ไทยเต็มพระยศ ประทับอยู่บนเก้าอี้ สีที่เป็นเส้นๆ ไหลจากด้านบน เป็นการสะท้อนไปถึงน้ำพระราชหฤทัยที่เป็นฝนหลวง เทคนิคใช้สีน้ำเทลงไป และใช้ฟ็อกกี้ฉีดให้น้ำไหลลงมา เป็นเสมือนสายฝน เหมือนน้ำเหงื่อ หรือน้ำพระเมตตาของพระองค์ที่ทรงมีต่อประชาชน ส่วนตัวเลขด้านล่างมีความหมาย 89 หมายถึงพระชนมพรรษา 89 พรรษา 70 ปี หมายถึงปีครองราชย์ และ 4,447 หมายถึง โครงการพระราชดำริที่พระองค์ทรงทำไว้ให้คนไทย

    งาน “เสียง ศิลป์ แผ่นดินทอง” ได้รับสนับสนุนการจัดกิจกรรมจากองค์กรชั้นนำ ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การบินไทย, ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป, สิงห์ คอร์เปอเรชั่น, ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และดิ เอ็มควอเทียร์ โดยงานจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 14-24 กันยายน 2560 เวลา 10.00-21.00 น. ณ บริเวณ ควอเทียร์ แกลลอรี ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิคีตรัตน์ ได้ที่ www.facebook.com/KitaratFoundation.

  • เปลว สีเงิน

    ยังไม่ถึงวันที่ ๒๖ ตุลา........... กรุงเทพฯ ก็เริ่ม "คับแคบ" ตั้งแต่วันที่ ๒๓ แล้ว! เมื่อถึงวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ" ประชาชนไม่เป็นแสน-เป็นล้านหรือนี่ ที่ต่างมุ่งหน้าสู่สนามหลวง ด้วยใจประสงค์ตรงกัน?
  • บทบรรณาธิการ

    พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ แนะนำหนทางสู่การตระหนักรู้และทำในสิ่งที่ควรเพื่อเดินหน้าต่อไปในห้วงแห่งความโศกเศร้าหลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ในหัวข้อ รับมือกับความเศร้าโศกในยามสูญเสีย
  • เอ็กซ์-ไซท์

    หนุ่มชาวนครปฐมทำทอง1บาทหล่นหาย แต่โชคดีได้รับคืนหลังนายกอบต.สระพัฒนา เก็บได้ระหว่างเดินทางไปวางพวงมาลาวันปิยมหาราช ก่อนติดต่อส่งคืนเจ้าของขอบคุณ "สมกับเป็นตัวแทนชาวบ้าน"
    หน่วยเฉพาะกิจโชคชัย จังหวัดชุมพรจับพ่อค้ายาบ้า "แก๊งหนุ่ม ซอมบี้" ยึดของกลางยาบ้าตราแอปเปิ้ลร่วมหมื่นเม็ด เผยเดือนเดียวจับ 25 คดี
    ชาวประมงพื้นบ้านหาดเจ้าสำราญ จัดกิจกรรม “สานต่อคำสอนพ่อ” นำศาลพระภูมิที่ชำรุดทิ้งกลางทะเล ทำเป็นปะการังเทียมให้สัตว์น้ำอยู่อาศัย เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้ยั่งยืน
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง