RDU รู้เรื่องยา แอปพลิเคชันแนะนำการใช้ยาเพื่อผู้บริโภค

  • Tuesday, September 26, 2017 - 00:00


    เปิดตัวแอปพลิเคชัน “RDU รู้เรื่องยา” ไปแล้วเมื่อวันที่ 24 กันยายน โดยความร่วมมือของ 6 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet) คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

    ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร กล่าวว่า รัฐบาลไทยได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ให้ประชาชนใช้ยาอย่างสมเหตุผล ปลอดภัย จึงเกิดความร่วมมือของ 6 หน่วยงานในการพัฒนาแอปพลิเคชันข้อมูลยาในครั้งนี้ ถือเป็นนวัตกรรมที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ทำให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาฉลากยา ฉลากยาเสริม และข้อมูลการใช้ยาอย่างปลอดภัยที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้เรื่องการใช้ยาที่จำเป็นได้ง่ายขึ้น และมีการใช้ยาอย่างปลอดภัยและสมเหตุผล

    ขณะนี้ แอปพลิเคชันมีข้อมูลยากว่า 700 รายการ อยู่ระหว่างการทดสอบความสมบูรณ์ เพื่อมอบความรู้เรื่องยา (Drug Literacy) เป็นของขวัญปีใหม่ปี 2561 แก่ประชาชน โดยใช้แอปพลิเคชันนี้บันทึกข้อมูลยาเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือจากคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่ซองยา ได้แก่ ชื่อโรงพยาบาล ชื่อยาที่ได้รับยา วิธีการใช้ยา ข้อมูลฉลากเสริมพร้อมข้อมูลความปลอดภัยด้านยา เป็นต้น และมีข้อมูลอื่นๆ เช่น ข้อมูลยา ข่าวสารเรื่องยา สาระยาน่ารู้ รวมถึงใช้ในการค้นหาโรงพยาบาลและร้านยาคุณภาพ เมื่อระบบเสร็จสมบูรณ์จะเริ่มใช้ที่ รพ.ศิริราช รพ.รามาธิบดี รพ.ราชวิถี รพ.วชิรพยาบาล รพ.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ รพ.ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 10 แห่ง คือ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 จ.สุพรรณบุรี รพ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี รพ.พระพุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทรา รพ.สระแก้ว รพ.ระนอง รพ.กระบี่ รพ.บุรีรัมย์ รพ.อุดรธานี รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี และ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย

    ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาอย่างน้อยปีละ 20,000-38,000 คน ส่งผลต่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึง 46,000 ล้านบาท โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากการใช้ยาที่ไม่เหมาะสมหรือเกินความจำเป็น ที่ผ่านมา สสส.ร่วมกับศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) ทำการศึกษาข้อมูลการใช้ยาทำให้พบพฤติกรรมการใช้ยาของคนไทยที่ไม่เหมาะสม เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะใน 3 โรคยอดฮิตอย่าง หวัด แผล ท้องเสีย การใช้ยาในกลุ่มเอ็นเสดเป็นเวลานาน เช่น ยาแก้ปวดคลายกล้ายเนื้อทำให้เสี่ยงต่อโรคไต หรือแม้แต่ยาพาราเซตามอล หากมีการใช้อย่างไม่ถูกต้องจะเกิดพิษต่อตับ ข้อมูลการใช้ยาเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยง่าย สสส.จึงยินดีสนับสนุนข้อมูลข่าวสารเรื่องยา สถานการณ์ยาและข้อมูลการใช้ยาที่มีเนื้อหาถูกต้องและทันสมัย โดยเปิดให้เชื่อมโยงผ่าน Application Programming Interface เพื่อนำไปแสดงบน Mobile Application "RDU รู้เรื่องยา" ในหัวข้อ “ข่าวสารเรื่องยา” รวมถึงกระจายการเข้าถึงการใช้ยาอย่างสมเหตุผลผ่านการทำงานตรงไปที่บุคลากรทางการแพทย์และเภสัชกร ในโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รวมทั้งเครือข่ายเภสัชกรรมชุมชนในการให้คำแนะนำกับผู้บริโภคในพื้นที่

    รศ. นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ประธานเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet) กล่าวว่า การทำแอปพลิเคชัน "RDU รู้เรื่องยา" ขึ้นนี้ เป็นความพยายามของเภสัชกรและแพทย์ในเครือข่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้ยาแก่ประชาชนชาวไทยให้มากยิ่งขึ้น โดยประสานกับทั้งฝ่ายการศึกษาและเภสัชกรในกระทรวงสาธารณสุข เพื่อจัดทำข้อมูลยาของประเทศที่มีมาตรฐาน ทันสมัย และเป็นหนึ่งเดียว โครงการนี้อาจแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ได้แก่

    ระยะที่ 1 ที่เปิดตัวในวันนี้ เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลยาที่กำลังได้รับหรือที่สนใจได้อย่างทั่วถึง และเชื่อถือได้ ทั้งยังสามาถเก็บข้อมูลยาของตนเองได้ในมือถือ ผ่านการสแกน QR code ที่ติดอยู่บนฉลากยาเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องเขียนบันทึกหรือทำอะไรเพิ่มเติม

    ระยะที่ 2 จะมีการเตือนเมื่อถึงเวลากินยา และจะมีระบบเตือนเมื่อได้รับยาที่เคยแพ้ หรือได้รับยาใหม่ที่อาจมีปัญหาตีกันกับยาเดิม สามารถแจ้งบุคลากรผู้สั่งและจ่ายยาได้ในทันที เป็นการป้องกันอาการไม่พึงประสงค์จากยาที่รุนแรงจนอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

    ระยะที่ 3 เป็นความฝันที่จะเชื่อมต่อข้อมูลยาของประชาชนกับสถานพยาบาลเมื่อผู้ป่วยเข้ารักษาตัว เพื่อทำให้ได้รับยาอย่างต่อเนื่องถูกต้อง และหลีกเลี่ยงการได้ยาซ้ำซ้อน เกินขนาด หรือขัดขวางการรักษา เพิ่มความปลอดภัยด้านยาให้แก่ผู้ป่วยมากขึ้น

    ทั้ง 6 องค์กรนี้ยังเห็นร่วมกันว่า ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนจะต้องมีความรู้ในการใช้ยามากขึ้น ใช้ยาได้อย่างถูกต้อง เท่าที่จำเป็น และสมเหตุผล ทั้งสามารถร่วมให้ข้อมูลยาแก่ทีมผู้รักษาได้ แอปพลิเคชันนี้จะเป็นตัวช่วยที่สำคัญเพื่อสุขภาพที่ดีของปวงชนชาวไทย.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ยังไม่ถึงวันที่ ๒๖ ตุลา........... กรุงเทพฯ ก็เริ่ม "คับแคบ" ตั้งแต่วันที่ ๒๓ แล้ว! เมื่อถึงวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ" ประชาชนไม่เป็นแสน-เป็นล้านหรือนี่ ที่ต่างมุ่งหน้าสู่สนามหลวง ด้วยใจประสงค์ตรงกัน?
  • บทบรรณาธิการ

    พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ แนะนำหนทางสู่การตระหนักรู้และทำในสิ่งที่ควรเพื่อเดินหน้าต่อไปในห้วงแห่งความโศกเศร้าหลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ในหัวข้อ รับมือกับความเศร้าโศกในยามสูญเสีย
  • เอ็กซ์-ไซท์

    หนุ่มชาวนครปฐมทำทอง1บาทหล่นหาย แต่โชคดีได้รับคืนหลังนายกอบต.สระพัฒนา เก็บได้ระหว่างเดินทางไปวางพวงมาลาวันปิยมหาราช ก่อนติดต่อส่งคืนเจ้าของขอบคุณ "สมกับเป็นตัวแทนชาวบ้าน"
    หน่วยเฉพาะกิจโชคชัย จังหวัดชุมพรจับพ่อค้ายาบ้า "แก๊งหนุ่ม ซอมบี้" ยึดของกลางยาบ้าตราแอปเปิ้ลร่วมหมื่นเม็ด เผยเดือนเดียวจับ 25 คดี
    ชาวประมงพื้นบ้านหาดเจ้าสำราญ จัดกิจกรรม “สานต่อคำสอนพ่อ” นำศาลพระภูมิที่ชำรุดทิ้งกลางทะเล ทำเป็นปะการังเทียมให้สัตว์น้ำอยู่อาศัย เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้ยั่งยืน
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง