ศาลฎีกาเลื่อนไป 22 ธค.อ่านคำพิพากษาคดีการ์ดพธม.บุกNBT

  • Thursday, October 12, 2017 - 12:39

    12 ต.ค.60- ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก มีนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีกลุ่มนักรบศรีวิชัย ซึ่งเป็นกลุ่มการ์ดของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) บุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ในช่วงการชุมนุมขับไล่รัฐบาลเมื่อปี 2551 ซึ่งศาลนัดอ่านคำพิพากษาในเวลา 9.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 704 โดยคดีนี้มีการเลื่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกาจากเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากทนายความแจ้งว่าจำเลย 1 ราย มีอาการป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมอง ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ รวมทั้งจำเลยอีก 3 รายยังไม่ได้รับหมายเรียก จึงขอเลื่อนฟังคำพิพากษา ซึ่งศาลพิเคราะห์แล้วอนุญาตให้เลื่อนมาเป็นวันที่ 12 ต.ค.นี้

    คดีนี้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.4486/2551 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายธเนศร์ คำชุม กับพวก รวม 85 คนซึ่งเป็นกลุ่มนักรบศรีวิชัยของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นจำเลยในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานเป็นซ่องโจร, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, ร่วมกันไม่มีเหตุอันสมควรเข้าไปหรือซ่อนตัวในเคหสถานหรือสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยมีอาวุธในเวลากลางคืน, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ,ร่วมกันพาอาวุธไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 92, 210, 215, 309, 358, 364, 365 และ 371 พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ. 2490, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2545 และ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2535

    คำฟ้องระบุว่า ระหว่างวันที่ 22-26 ส.ค. 2551 จำเลย 85 คน ร่วมกันประชุมวางแผนนัดแนะระดมพลจากสะพานมัฆวานรังสรรค์และสถานที่อื่น ตกลงกันไปเพื่อกระทำความผิดฐานร่วมกันบุกรุกอาคารสำนักงานสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที และสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย ระหว่างวันที่ 25-26 ส.ค. 2551 จำเลยทั้งหมดพกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุน มีดดาบ มีดพก ร่วมกันไปทำลายทรัพย์สินและบุกรุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที โดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันทำลายทรัพย์สินกว่า 15 รายการ รวมความเสียหายกว่า 6 แสนบาท โดยเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้หยุดการกระทำจำเลยทั้งหมดก็ไม่หยุด อีกทั้งจำเลยยังร่วมข่มขืนใจ น.ส.ตวงพร อัศววิไล และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที และพนักงานคนอื่นๆ ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ไม่ให้จัดรายการออกอากาศ และขับไล่ให้ออกจากที่สำนักงาน

    คดีนี้ศาลชั้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2553 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ศ. 2490 ความผิด พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และฐานซ่องโจร รวมจำคุก 1 ปี 18 เดือน จำเลยที่ 2 มีความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนฯและซ่องโจร จำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 500 บาท ส่วนจำเลยอื่นได้รับโทษตามความผิดฐานบุกรุก ฐานซ่องโจรลดหลั่นกันได้แก่ จำเลยที่ 3-29, 31-38, 40, 41, 43-46, 48-79 และ 82 จำคุก1 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 39 และ 80 มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน ปรับ 500 บาท จำเลยที่ 30, 47 และ 81 มีกำหนด 12 เดือน จำเลยที่ 83-85 มีกำหนด 9 เดือน จำเลยที่ 24 มีกำหนด 1 ปี 12 เดือนไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 30, 47, 81, 83-85 ได้รับโทษจำคุกมาก่อน ขณะกระทำความผิดจำเลยที่ 30,47 และ 81 อายุยังไม่เกิน 20 ปี จำเลยที่ 83-85 ยังเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี จึงเห็นควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษจำเลยดังกล่าวไว้มีกำหนด 2 ปี ให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ภายในกำหนดเวลา 1 ปี ข้อหา และคำร้องอื่นให้ยก

    ต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2557 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1-41, 43-85 มีความผิดฐานบุกรุกในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธและข่มขู่จะใช้กำลังประทุษร้าย ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 30 ,47 และ 81 ขณะก่อเหตุอายุไม่เกิน 20 ปี ลงโทษจำคุก 8 เดือน และจำเลยที่ 83-85 ขณะเกิดเหตุอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้จำคุกคนละ 6 เดือน และจำเลยที่ 1 ยังมีความผิดฐานพกพาอาวุธปืน ไปในที่สาธารณะ และมีเครื่องวิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาตลงโทษจำคุก 4 เดือน จำเลยที่ 1-41, 43-85 ให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน ยกเว้นจำเลยที่ 1 รวมโทษแล้วคงจำคุกไว้ 8 เดือน จำเลยที่ 30 ,47 และ 81 ลดโทษหนึ่งในสามคงจำคุก 6 เดือน และจำเลยที่ 83-85 ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือน โดยจำเลยที่ 30, 47, 81, 83-85 ขณะกระทำผิดเป็นเยาวชนจึงให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษ ยกฟ้องฐานซ่องโจร นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

    สำหรับจำเลยส่วนใหญ่ในคดีนี้ ปัจจุบันได้รับการประกันตัวระหว่างยื่นฎีกาสู้คดี โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดและกรมธรรม์ประกันชีวิตคนละ 2 แสนบาท ต่อมามีเพียงบางรายที่ถูกออกหมายจับปรับนายประกัน และไม่มีจำเลยรายใดถูกคุมขัง

    ล่าสุดเมื่อเวลา 12.30 น. ศาลได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไปเป้ฯวันที่ 22 ธันวาคม 2560 เนื่องจากจำเลยบางคนไม่มาศาล และให้ออกหมายจับจำเลย 36,37 มาฟังคำพิพากษา

  • เปลว สีเงิน

    ยังไม่ถึงวันที่ ๒๖ ตุลา........... กรุงเทพฯ ก็เริ่ม "คับแคบ" ตั้งแต่วันที่ ๒๓ แล้ว! เมื่อถึงวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ" ประชาชนไม่เป็นแสน-เป็นล้านหรือนี่ ที่ต่างมุ่งหน้าสู่สนามหลวง ด้วยใจประสงค์ตรงกัน?
  • บทบรรณาธิการ

    พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ แนะนำหนทางสู่การตระหนักรู้และทำในสิ่งที่ควรเพื่อเดินหน้าต่อไปในห้วงแห่งความโศกเศร้าหลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ในหัวข้อ รับมือกับความเศร้าโศกในยามสูญเสีย
  • เอ็กซ์-ไซท์

    หนุ่มชาวนครปฐมทำทอง1บาทหล่นหาย แต่โชคดีได้รับคืนหลังนายกอบต.สระพัฒนา เก็บได้ระหว่างเดินทางไปวางพวงมาลาวันปิยมหาราช ก่อนติดต่อส่งคืนเจ้าของขอบคุณ "สมกับเป็นตัวแทนชาวบ้าน"
    หน่วยเฉพาะกิจโชคชัย จังหวัดชุมพรจับพ่อค้ายาบ้า "แก๊งหนุ่ม ซอมบี้" ยึดของกลางยาบ้าตราแอปเปิ้ลร่วมหมื่นเม็ด เผยเดือนเดียวจับ 25 คดี
    ชาวประมงพื้นบ้านหาดเจ้าสำราญ จัดกิจกรรม “สานต่อคำสอนพ่อ” นำศาลพระภูมิที่ชำรุดทิ้งกลางทะเล ทำเป็นปะการังเทียมให้สัตว์น้ำอยู่อาศัย เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้ยั่งยืน
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง