มหกรรมคาราวาน"รถถังจีน" ตลาดอาวุธคึกยุค"คสช."

  • Thursday, October 12, 2017 - 20:27

    ไม่มีจุดอ่อนใดในรัฐบาลทหารที่จะถูกโจมตีได้มีน้ำหนักเท่ากับการจัดหาอาวุธล็อตใหญ่ โดยใช้งบประมาณหลักพันล้านในสภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี ข้าวยากหมากแพง

    ถือว่าเป็นเรื่อง "ขนม" ของการเมืองและฝ่ายตรงข้าม คสช. ที่จะนำเรื่องดังกล่าวไปใส่ตารางชั่งวัดความสมเหตุสมผล เพื่อนำมาใช้ทิ่มแทงคนที่ยืนอยู่ท่ามกลางระหว่าง "เขาควาย" แต่ทั้งหลายทั้งปวงก็อยู่ที่เหตุผล หลักการ ข้อเท็จจริง และสำคัญที่สุดคือ "เจตนา"

    จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีดรามาเรื่องการวิ่งมาราธอนของนักร้องชื่อดังเพื่อหารายได้ช่วยเหลือโรงพยาบาล โดยตั้งคำถามพุ่งเป้าไปที่โรงพยาบาลทหาร ในทำนองว่า กองทัพไม่ยอมนำงบประมาณในการจัดหายุทโธปกรณ์มาให้โรงพยาบาลที่ประสบปัญหา

    ขณะที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็เพิ่งถูกจับจ้องเรื่องการเดินทางไปสหรัฐ เพื่อ "ดีล" อาวุธกับมหามิตร เพื่อใช้เสื้อสูทประชาธิปไตยค้ำยันรัฐบาลทหารก่อนไปสู่การเลือกตั้ง พร้อมกับ "มหกรรม" ภาพ คาราวานรถถัง VT-4 จากประเทศจีนล็อตแรกที่อยู่บนรถพ่วงชานต่ำ (โรลเบส) คลุมด้วยผ้าใบ ถูกลำเลียงมาตามเส้นทางจากท่าเรือทุ่งโปรง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ไปยังโรงเก็บ บก.ร้อย ม.พัน 22 ภายในค่ายอดิศร เพื่อให้ทางศูนย์การทหารม้าดำเนินการเข้าสู่กระบวนการตรวจรับ

    ถือว่าเป็นไปอย่างรวดเร็วทันใจ ก่อนกำหนดการเดิมถึง 6 เดือน!!!

    สอดคล้องกับคำพูดของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่บอกว่า จุดยืนของไทยคือ "คบทุกคน" ดังนั้น มหามิตรไม่ว่าค่ายใดเสนอขายของให้ และหากไทยได้ประโยชน์ ก็ต้องรับไว้ในห้วงเวลาที่ "รัฐบาลทหาร" ยังอยู่

    เหล่านั้นถือเป็นการมองในภาพรวมด้านงบประมาณ และมุมวิเคราะห์ทางการเมือง ที่ในฐานะประชาชนที่เสียภาษี ที่สามารถตรวจสอบและวิจารณ์ได้ตามเรื่องปกติ ขณะที่กองทัพในฐานะผู้ใช้ กระทรวงกลาโหมในฐานะหน่วยระดับนโยบาย ก็มีหน้าที่ชี้แจงทำความเข้าใจ

    กระนั้น ในวงของผู้ที่ศึกษาข้อมูลเรื่องอาวุธก็มีมุมมองต่อรถถังจีน VT-4 หรือ MBT 3000 อย่างหลากหลาย... ทางด้านเหล่าบรรดา "Fan boy" ผู้นิยมอาวุธจีน ต่างมองว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสม และมีเทคโนโลยีตามเจเนอเรชั่นที่ "ทหารม้า 4.0" ต้องศึกษาใช้งาน ไม่ตกยุคเหมือนกองทัพในประเทศล้าหลัง

    รถถังรุ่นดังกล่าวในล็อตแรกส่งมา 28 คัน วงเงิน 4,984 ล้าน โดยทยอยนำมาลงที่ท่าเรือตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการตรวจเช็กวิทยุสื่อสาร และตรวจเช็กอุปกรณ์ฝึกอบรมการใช้งาน ทดสอบประสิทธิภาพก่อนส่งมอบให้กองทัพบก โดยเทคโนโลยีจากเครื่องยนตร์เป็นของเยอรมนี

    อีกทั้งในความกังวลเรื่องการซ่อมบำรุงหลังการขาย ที่ในอดีต "ไทย" เคยเจอแจ็กพอตมาแล้ว จึงต้องอุดรูรั่วด้วยการสร้างระบบรับประกันระยะยาว โดยจีนมีโครงการที่จะมาเปิดศูนย์การส่งกำลังบำรุงและซ่อมบำรุงในประเทศไทย พร้อมส่งช่างเทคนิค วิศวกร มาประจำที่ประเทศไทยด้วย และมีการสะสมชิ้นส่วนซ่อมและการปรนนิบัติบำรุงเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 25 ปี โดยเล็งพื้นที่ตั้งไว้ที่ จ.นครราชสีมา

    ขณะที่ยังมีอีกหลายมุมมองที่ตั้งข้อสังเกตไว้หลายแง่มุม ทั้งความรวดเร็วทันใจในการส่งมอบ ที่อาจจะไปงัดของในสต๊อกที่ตรงตามสเปกมาเพิ่มเติม ปรับแต่ง

    "ถือว่าจีนส่งให้เราเร็วกว่ากำหนด 6 เดือน เป็นเรื่องแข่งขันทางธุรกิจ แต่เราก็ได้ประโยชน์ครบถ้วนสมบูรณ์ ถือเป็นเรื่องที่ดี เมื่อได้รถมาเร็ว จะได้มีการเตรียมการที่เร็ว" พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผช.ผบ.ทบ.ดูแลสายส่งกำลังบำรุงเมื่อปี 2559 เป็นผู้ลงนามในสัญญาระบุ

    ส่วนที่มีการวิจารณ์เรื่องที่จีนอาจนำของในสต๊อกคุณภาพไม่ดีมาส่งมอบ พลเอกเฉลิมชัยกล่าวว่า "คงไม่ใช่ ซึ่งในปี 2559 ผมมีโอกาสได้เดินทางไปดูโรงงาน และกระบวนการผลิตของเขา ก็ยืนยันว่าใช้ได้ และสมบูรณ์"

    ยังไม่นับขัอวิจารณ์ด้านคุณสมบัติของเกราะ ความแข็งแรงทนทาง สีเขียวพรางบนตัวรถ ซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจรับที่ต้องทำหน้าที่ดูอย่างละเอียดยิบ ไม่ให้ถูกสัพยอกว่าเป็น "รถถังลายพราง วูดแลนด์ เซินเจิ้น"

    ในส่วนของโครงการจัดหารถถังใหม่เพื่อทดแทนรถถัง M-41 มีแผนพัฒนากองทัพตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ชัดเจน ที่ผ่านมาอาจชะลอไปตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาที่เน้นหนักไปที่การจัดหารถเกราะล้อยาง เป็นโครงการระยะยาวต่อเนื่อง

    ส่วนการจัดหารถถัง oplot จากประเทศยูเครน ประเทศผู้ผลิต BTR-3E1 ก็ยังเน้นไปที่การเข้าประจำยังกองพันรถถัง ของกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ในช่วงแรกๆ ก่อนแจกจ่ายให้หน่วยทหารม้า ทว่าเกิดปัญหาสงครามในประเทศยูเครน ทำให้ผลิตส่งให้ไทยล่าช้ากว่าสัญญา ส่งผลให้การจัดหารถถังในระยะที่ 2 คณะกรรมการคัดเลือกแบบ จึงต้องเบนเข็มไปซื้อจากจีนด้วยเหตุผลทางด้านการทหารและการเมือง ด้วยประการทั้งปวง

    "ตามแผนพัฒนากองทัพมีความต้องการจัดหารถถังจำนวน 2 กองพัน แบ่งเป็นกองพันละ 44 คันตามการบรรจุอัตราเต็ม ล็อตแรกได้ดำเนินการไปแล้ว 21 คัน และในงบประมาณปี 2560 จัดหา 10 คัน งบประมาณปี 2561 จัดหาเพิ่มอีก 10 คัน ตามกรอบงบประมาณที่มีอยู่ ทำให้แจกจ่ายให้ 2 กองพันดังกล่าวได้ กองพันละ 20 กว่าคัน ทั้งนี้ ตนได้ปรับอัตราลดลงให้เหมาะสม สามารถปฏิบัติภารกิจได้ โดยอยู่ในเกณฑ์อัตรากองพันละ 30 คัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ถึงตามเกณฑ์ แต่ขอให้เป็นไปตามกรอบนี้ก่อน" พลเอกเฉลิมชัยกล่าว

    ขณะที่ 2 กองพันรก ได้แก่ กองพันทหารม้าที่ 6 (ม.พัน.6) จ.ขอนแก่น และกองพันทหารม้าที่ 21 (ม.พัน.21) จ.ร้อยเอ็ด ซึ่ง 2 กองพันอยู่ในสายการบังคับบัญชาของ กองพลทหารม้าที่ 3 ที่ได้จัดตั้งขึ้นตามมติ ครม.ริเริ่มตามแนวคิดของ "ป๋าเปรม" พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ "พ่อม้า" อาวุโสสุด ซึ่งอนุมัติไปพร้อมการจัดตั้งกองพลทหารราบที่ 7 ในภาคเหนือ ตามแนวคิด "บิ๊กป้อม" พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ในครั้งแรก

    ในห้วงเวลานี้ ที่เห็นภาพรถถังใหม่ในเพจอาวุธต่างๆ ทั้งมีการวิพากย์วิจารณ์ แชร์รูปกันจากกำลังพลในหน่วย จนเป็น "มหกรรม" ที่ยิ่งปิด แต่ยิ่งเปิด สวนทางกับวัฒนธรรมของจีนในอดีตที่ข้อมูล "อาวุธ" เป็นเรื่องความลับ แต่ในทางกลับกับ การปิดข้อมูลตามหลักการกฎเกณฑ์และกฎหมาย ภายใต้สถานกาณ์ภาพหลุด กลับยิ่งเป็น "การตลาด" เพื่อช่วยปลุกกระแสอาวุธในอาเซียนให้คึกคัก และหันมามองอาวุธจีนได้แบบแยบยล

    แน่นอนว่า "หลักเกณฑ์" ความเป็นสากลในเรื่องการนำภาพจากหน่วยที่ตั้งทางทหาร ถือเป็นความผิด ในประเทศอารยะ ต้องถูกดำเนินการทางวินัย "คาราวาน VT-4" ที่มีรูปภาพนำมาเผยแพร่ อาจเป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ใช่ความผิดที่ถึงขั้นวินัยร้ายแรงอย่างที่หลายคนมองไว้ว่าเป็น "กฎเหล็ก"

    และต่อให้มี "ดรามา" นอกหรือในวงการ "อาวุธ" แค่ไหน การจัดซื้ออาวุธยังคงมีต่อไปตามแบบฉบับของรัฐสมัยใหม่ที่มีต้องกองทัพเป็นองค์ประกอบ

    รอเพียงแค่ว่า เมื่อวันเวลาผ่านไป สิ่งที่ปรากฏจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ทั้ง "ของ" และ "คน" ที่จะเป็นตัวตัดสินใจว่า จริงหรือปลอม!!!.

  • เปลว สีเงิน

    ยังไม่ถึงวันที่ ๒๖ ตุลา........... กรุงเทพฯ ก็เริ่ม "คับแคบ" ตั้งแต่วันที่ ๒๓ แล้ว! เมื่อถึงวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ" ประชาชนไม่เป็นแสน-เป็นล้านหรือนี่ ที่ต่างมุ่งหน้าสู่สนามหลวง ด้วยใจประสงค์ตรงกัน?
  • บทบรรณาธิการ

    พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ แนะนำหนทางสู่การตระหนักรู้และทำในสิ่งที่ควรเพื่อเดินหน้าต่อไปในห้วงแห่งความโศกเศร้าหลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ในหัวข้อ รับมือกับความเศร้าโศกในยามสูญเสีย
  • เอ็กซ์-ไซท์

    หนุ่มชาวนครปฐมทำทอง1บาทหล่นหาย แต่โชคดีได้รับคืนหลังนายกอบต.สระพัฒนา เก็บได้ระหว่างเดินทางไปวางพวงมาลาวันปิยมหาราช ก่อนติดต่อส่งคืนเจ้าของขอบคุณ "สมกับเป็นตัวแทนชาวบ้าน"
    หน่วยเฉพาะกิจโชคชัย จังหวัดชุมพรจับพ่อค้ายาบ้า "แก๊งหนุ่ม ซอมบี้" ยึดของกลางยาบ้าตราแอปเปิ้ลร่วมหมื่นเม็ด เผยเดือนเดียวจับ 25 คดี
    ชาวประมงพื้นบ้านหาดเจ้าสำราญ จัดกิจกรรม “สานต่อคำสอนพ่อ” นำศาลพระภูมิที่ชำรุดทิ้งกลางทะเล ทำเป็นปะการังเทียมให้สัตว์น้ำอยู่อาศัย เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้ยั่งยืน
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง