เมื่อนายกฯตู่ 'ตกเบ็ดเอาเหยื่อ'

  • Saturday, November 11, 2017 - 00:01


    "นายกฯ" ไม่อยู่...........!

    นัยว่า ๑๐-๑๒ พ.ย.ไปประชุมเอเปก ที่ดานัง เวียดนาม

    แล้วบินต่อ ไปประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ ๑๓-๑๕ พ.ย.

    กลับมา รุ่งขึ้นก็...หวยออก

    หวย "ลอตเตอรี่" นะครับ ไม่ใช่หวย ครม.ชุดใหม่!?

    เพราะเหตุนั้น ช่วงนี้ บรรยากาศจะค่อนข้างอับเฉา อย่ากระนั้นเลย เพื่อความมันในอารมณ์ของชาวบ้าน-ชาวเมือง

    เรามาตั้งวง "นินทา" นายกฯ หลับหลังกันดีกว่า!

    นายกฯ ลุงตู่นี่...แสบจริงๆ

    อย่างที่หนังกำลังภายในเขาว่า "ไร้กระบวนท่า คือกระบวนท่า"

    ทำเป็นไม่ประสีประสา............

    เขียนจดหมายรักนักการเมืองประถมสี่เป็นคำถามไปในสายลมและแสงแดด ๖ ข้อ เด๋อๆ ด๋าๆ

    แล้วไปแอบดูปฏิกิริยาอยู่โน่น..ญวน ฟิลิปปินส์..........

    "ดูซิ...เค้าจะว่ายังไงกันมั่ง?"

    ผลปรากฏว่า ทั้งเจี๊ยวเล็ก-เจี๊ยวใหญ่ เจี๊ยวกันไปทุกรุ่นขนาด โดยเฉพาะในหมู่นักกินเมือง

    อุ้ย...ขอโทษ นักการเมือง ผู้ยึด "เลือกตั้ง" เป็นสรณะ!

    ผมเอาคำถามทั้ง ๖ ที่นายกฯ ลุงตู่ "คิดเอง-เขียนเอง" มานั่งอ่าน นอนอ่านอยู่ ๒ วัน กับ ๑ คืน

    มึนตึ้บเลย ต้องอมเกี้ยมบ๊วยกระตุกเส้นประสาทไปเม็ด ถึงค่อยคลาย

    ประเด็นแรกที่จับได้ คือ.........

    ๖ คำถาม คือ "ความในใจ" ที่ท่านสะสมมาเรื่อยๆ ตลอดการทำงานเก็บกวาดบ้านเมือง และปั้นออกมาเป็นก้อนคำถามเชิงอรรถ

    ............."อรรถาธิบาย" น่ะ!

    หมายถึงทั้งถาม ทั้งอธิบาย-ขยายความในคำถาม อะไรที่เป็นตะกอนอยู่ในใจ คิดได้ตอนไหน ก็เขียนใส่ลงไปตอนนั้น

    จึงดูวกๆ วนๆ และถามเอง-ตอบเองอยู่ในตัวกลายๆ!

    ทั้งเรื่องปัญหาบ้านเมืองหมักหมมที่ต้องสะสางและยังค้างคา และเรื่องอนาคต เราจะเอากันยังไง จะไปยังไง

    ซึ่งผูกโยงกับเรื่องพรรค-เรื่องตัวนักการเมือง ทั้งที่ผ่านมาในอดีต และที่จะเข้ามาในอนาคต ต่างๆนานา

    สรุปว่า ๖ คำถามจาก "ความในใจ" ของลุงตู่

    สะท้อน "ความคิดคำนึง" ที่เป็นตะกอนอยู่ในก้นบึ้งหัวใจ ต่อการเข้ามาทำหน้าที่ในปัจจุบัน

    ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ในเส้นทาง "ประชาธิปไตยเลือกตั้ง" ที่กำลังจะเกิดขึ้น

    ซึ่งดูแล้ว ถ้าปล่อยเข้าสู่ "วังวน" เดิมๆ.............

    และ "พรรค-ตัวบุคคล-แนวคิด" เดิมๆ เข้ามามีอำนาจเหมือนเดิมอีก

    สิ่งที่รัฐบาล คสช.กำลังก่อร่าง-สร้างประเทศอยู่ขณะนี้ด้วยแผนต่างๆ นำประเทศ "อนาคตใหม่"

    จะไม่ถูกรื้อทำลาย สู่ความสูญเปล่าหรือ?

    ในความสูญเปล่านั้น..............

    ไม่ใช่ "ความสูญเปล่าของตัวนายกฯ ลุงตู่" ของรัฐบาล คสช.หรือของใครคนใด-คนหนึ่ง

    หากแต่มันเป็น "ความสูญเปล่า" ร่วมกันของประชาชาติ ซึ่งนายกฯ ลุงตู่ "คิด-ด้วยห่วง" ในประเด็นนี้เป็นหลักใหญ่

    ฉะนั้น ๖ คำถามเชิงอรรถ (าธิบาย) ของนายกฯ เจตนาหลัก น่าจะเป็น

    -ยั่วให้แย้ง

    -แยงให้คิด

    -สะกิดให้ดูก่อนเลือก!

    คือสังคมไทย เป็นสังคมไม่ชอบคิดมาก ชอบคิดตัดตอน แล้วตัดต่อง่ายๆ เพื่อเชื่อกันง่ายๆ

    เห็นได้จากการสื่อสารในสังคมสื่อออนไลน์ทุกวันนี้

    แบบที่ต้องศึกษา-ค้นคว้าถึงต้นเหตุ-ต้นผล ก่อนเชื่อ...ไม่ชอบ อะไรที่เกิน ๕ บรรทัด ๘ บรรทัด ก็บอกว่ายาว ไม่อยากอ่าน

    แต่ชอบแสดงความคิดเห็น ชอบวิพากษ์-วิจารณ์ เท่ากับที่ไม่ชอบค้นหาเหตุผล และไม่ชอบอ่านนั่นแหละ

    สิ่งตามมาจากความคิดไร้รากนั้น จะเป็นเหมือนสังคมปลา เห็นแค่เบ็ดเปล่าไหวๆ แม้กระทั่งเหยื่อเทียมปลายเบ็ด

    นึกว่าใช่......."งับหมด"!

    การเมืองว่าด้วยเลือกตั้งที่ผ่านๆ มา ก็ลักษณะนี้ คือชาวบ้านมักเป็น "ปลาติดเบ็ด" ด้วยหลงเหยื่อนักเลือกตั้งล่อ

    เขาพูดอะไร-หลอกอะไรก็หลงตามไปหมด

    ไม่คิดทบหน้า-ทวนหลัง ไม่ศึกษาหาเหตุผล เป็นสังคม "เจ็บ..แต่ไม่เคยจำ" ตลอดกาล

    นายกฯ ลุงตู่ คิดคำนึงประเด็นนี้ จึงตั้งคำถามโยนให้ฝูงปลาฮุบ

    ได้ผลทันตาเห็น..........

    ปลานานาพันธุ์และขนาด งับเหยื่อกันโผงผาง เรียกว่าน้ำบาน จากเจ้าพระยาถึงปากมหาสมุทรเลยทีเดียว!

    ที่นายกฯ ต้องการ ไม่ใช่ปลา

    "อาการ" ของแต่ละปลาคือแต่ละคนตะหาก คือ "คำตอบ" ที่นายกฯ อยากได้และเห็น

    ซึ่งนายกฯ ก็ได้แล้ว-เห็นแล้ว!

    คือ "เห็นกึ๋น-เห็นอาการ" จากพรรคการเมือง จากนักเลือกตั้ง จากประชาชน จากนักวิชาการ และสื่อต่างๆ ที่ฮุบเหยื่อ คือ ๖ คำถามนั้น

    รูปธรรมชัดเจน นักเลือกตั้งทั้งตัวผู้-ตัวเมีย ออกมาอวดฉลาด ทั้งที่เบ็ดยังคาปากว่า "นายกฯ ถามโง่ๆ"

    ก็ขำปนสมเพช พวกคนฉลาดแต่กลับเป็นทาสโจรกินเมือง

    ที่ว่า "ลุงตู่" แสบ ใครๆ เขาก็ตกเบ็ด "เอาปลา"

    แต่ลุงตู่ ตกเบ็ด "เอาเหยื่อ"..............

    "เหยื่อ" ก็คือพวก "ปลาหน้าโง่" แต่กลับอวดว่าฉลาดที่แห่มาฮุบเบ็ดเปล่านั่นแหละ

    ทั้งที่เบ็ดเปล่าคาปาก พวกฉลาดก็ยังไม่รู้ตัวอีกว่า "ฮุบคำถามโง่ๆ" เข้าเต็มคำซะแล้ว

    "ยิ่งดิ้น" เท่ากับยิ่ง "โชว์โง่".........

    เหมือนคน "กินปูนร้อนท้อง" อยู่เฉยๆ เพราะ "ไม่เกี่ยวกับตัวเอง" ก็ไม่มีใครสงสัยอะไร

    คำถามนั้น ไม่ได้เจาะจงถึงใคร-พรรคไหน เป็นคำถามนามธรรมลอยๆ

    ใคร "ร้อนตัว" ก็เท่ากับยอมรับเอง

    เหมือนคนผีเข้า ถูกน้ำมนต์ลุงตู่ซัด ก็ดิ้นตูมตามออกมาเอง ชาวบ้าน-ชาวช่อง เลยรู้กันหมด

    ในส่วนที่ว่าลุงตู่ "ได้" คือ...............

    เมื่อดิ้นตูมตามกันแล้ว ทั้งจากคำถามและจากอาการพรรค-นักเลือกตั้ง เท่ากับช่วยเตือนสติให้ชาวบ้าน "ฉุกคิด"

    "ฉุกคิด" ถึงการเลือกพรรค-เลือกคนเป็น ส.ส.เข้ามาเป็นรัฐบาล ตระหนักถึงอนาคตประเทศ ที่เกี่ยวพันกับการตัดสินใจเลือก ส.ส.ของชาวบ้านเองโดยตรง

    เจ็บ จากนักกินเมืองในอดีต แล้วจำกันมั้ย?

    หรือยังจะเอา "พวกโกงเข้ามากินเมือง" หวังได้แบ่งปันเศษเดนเหมือนเดิมอีก

    จะเปิดทดสอบชาวบ้าน ด้วยการให้ "เลือกตั้งท้องถิ่น" ก่อนในเร็วๆ นี้

    นี่....๖ คำถามนี้ ผลที่ต้องการ จะออกไปแนวนี้มากกว่า

    ส่วนที่พูดกันว่า...........

    เป็นคำถามแบะท่า อยากอยู่ต่อ หรือปูทางตั้งพรรค เพื่อสืบต่ออำนาจ นั้น

    ต้องพูดประจานโง่ตัวเองทำไม?

    เหมือนเขาแต่งเมียมา ๓ ปี ตั้งท้องอ่อนๆ มา ๓-๔ เดือน แล้วยังเสือกไปถามเขา

    จะรับเป็นลูก-เป็นเมีย อยู่กินกันมั้ย แล้วจะลงหลัก-ปักฐานให้เป็นเรื่องเป็นราวมั้ย?

    ของอย่างนี้ สิ่งที่ ตาเห็น-หูฟัง-ใจประมวล มันตอบตัวเองแต่ละคนได้อยู่แล้ว

    ถ้า "ฟันแล้วทิ้ง" ลุงตู่เผ่นแต่ปีแรกแล้ว

    แบบนี้ชัดเจนว่า "รักจริงหวังแต่ง"

    เหมือนพี่ตูนกับน้องก้อย วิ่งด้วยกันตั้ง ๒,๑๙๑ กิโล ถ้าไม่รักกันจริง คงถอดรองเท้าทิ้ง แล้วแยกทางแต่ ๑๐ กิโลแรกแล้ว

    ฉะนั้น เลิกถาม-เลิกเซ้าซี้กันที............

    ว่าลุงตู่จะอยู่หรือจะไป เมื่อการเมืองสู่โหมดเลือกตั้ง?

    ถ้าจะไปน่ะนะ จะไม่มาตั้งคำถามให้ น.ส.เจี๊ยบ ณ แวร์ อาร์ ยู ต้องออกมาแสดงภาษาส่อสกุล ไอ เลิฟ ลุงตู่ บ่อยๆ แบบนี้หรอก

    แต่ทั้งหมดนี้นะ...........

    ผมขอพูดคำเดียว "สิ่งที่เห็นวันนี้ ใช่สิ่งที่เป็นพรุ่งนี้"

    ดังนั้น มีอะไรก็ดูๆ กันไป หลังธันวาไปแล้ว "สิ่งที่ไม่เห็น" นั่นแหละคือ "สิ่งที่เป็น"

    "เตรียมใจ-เตรียมดู" ตอนนั้นดีกว่า เนอะ.

  • เปลว สีเงิน

    แหม....ชาวโซเชียลตามติดยิ่งกว่าคู่จิ้น! เสียงกริ๊ดดังไล่หลังยิ่งกว่าฉาก “แจ็ค"กับ"โรส” ยืนกอดกันบนหัวเรือไททานิก "บิ๊กตู่" กับ "บิ๊กป้อม" ไม่เจอหน้ากันหลายวัน วานนี้(๒๐ พฤศจิกายน) ไฟต์บังคับต้องไปเจอกันบนเรือหลวงถลาง
  • บทบรรณาธิการ

    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 โดย ป.ป.ช.ได้กำหนดกรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ขณะไปตรวจรถชนกันคนขับวัย71อ้างตาไม่ดีดาบตำรวจนำกำลังไปตรวจสอบคดีรถชนกันในตัวเมืองชัยภูมิ เฒ่าวัย 71 ซิ่งกระบะฝ่าสัญญาณไฟพุ่งชนเต็มแรงแล้วลากร่างไปไกลสุดที่จะยื้อชีวิต
    ตูนซึ้งใจกราบคุณตาขาขาดวัย 90 ปีที่เจียดเบี้ยยังชีพคนพิการสมทบก้าวคนละก้าว ด้านเชษฐ์สไมล์บัฟฟาโลออกวิ่งในเมืองชลหาทุนให้อีกกว่า 5 แสนบาท
    เครื่องเล่นโมบายปลาหมึกยักษ์ในงานนมัส การพระสมุทรเจดีย์โค่นลงมาทั้งยวง ทำเอาผู้ใหญ่ เด็กที่ขึ้นไปนั่งบาดเจ็บไปตามๆ รมต.ออมสินรีบไปตรวจสอบ พบไม่ได้ขออนุญาต
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว