ตรวจหมด งบกองทัพ

  • Sunday, November 12, 2017 - 00:00

    สตง.ต้องตรวจเข้ม-เร็ว ผู้ว่าฯ คนใหม่ สเปกแบบไหน?

    “กรรมการตรวจเงินแผ่นดินเป็นบทบาทที่มีความสำคัญ คตง.ทุกคนเมื่อเข้ามาแล้วต่างก็ทำงานแบบทุ่มเทให้ประเทศและเป็นที่พึ่งของประชาชน ก็จะทำให้การทำงานทุกอย่างไปสู่ความสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ ประชาชนน่าจะพึงพอใจในบทบาทของ คตง.ที่สามารถเป็นที่พึ่งได้

    ส่วน สตง.จะต้องมีการตรวจสอบการใช้เงินทุกบาทของหน่วยงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง จะตรวจสอบไม่ให้เกิดการรั่วไหล เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณสุดท้ายไปถึงประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการตรวจสอบต่างๆ ของ สตง.ก็จะพยายามทำให้เร็วที่สุด แต่ก็ต้องละเอียดรอบคอบด้วย”

    เป็นคำยืนยันจาก พลเอกชนะทัพ อินทามระ ประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ที่เพิ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งล่าสุดเมื่อ 22 กันยายน 2560 โดยเป็นประธาน คตง.ที่มาจากอดีตนายทหารคนแรก โดยเมื่อเข้ามาทำหน้าที่ในยุค คสช.จึงทำให้บทบาทของ คตง.และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ในการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินแผ่นดินโดยเฉพาะงบกองทัพยิ่งถูกจับตามองมากขึ้น

    พลเอกชนะทัพย้ำว่า แม้จะเป็นอดีตทหารแต่การตรวจสอบงบของทุกเหล่าทัพ สตง.จะดำเนินไปตามปกติ

    “ผมให้ความสำคัญกับหน่วยงานรัฐทุกหน่วย ไม่ได้มองว่าเป็นทหารอะไรทั้งสิ้น ถ้าเป็นปัญหาข้อสงสัยอะไร เราก็ไปตรวจสอบหมดทุกอย่าง”

    พลเอกชนะทัพ กล่าวถึงนโยบายการทำงานของ คตง.และ สตง.ต่อจากนี้ว่า หลัง คตง.ชุดปัจจุบันเข้าปฏิบัติหน้าที่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา สิ่งที่ คตง.ให้นโยบายต่อข้าราชการของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็คือ สตง.ขอให้พยายามลดความขัดแย้ง แต่ก็ต้องทำงานการตรวจสอบเช่นเดิมและขอให้ตรวจสอบเข้มแข็งกว่าเดิมด้วย ที่ผ่านมา คตง.ก็เห็นว่าความไม่เข้าใจระหว่างกันของหน่วยงานมีค่อนข้างเยอะ เราก็พยายามลดตรงนี้ โดยที่ให้ สตง.เข้าไปช่วยแนะนำกระบวนการที่ติดขัดในเรื่องข้อระเบียบ หรืออะไรที่ต้องแก้ไข คือพยายามให้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้นระหว่าง สตง.กับหน่วยงานต่างๆ

    ...การทำงานของหน่วยงานต่างๆ เขามีหน้าที่เหมือนกับการปิดทองหน้าองค์พระ ก็คือทำงานให้ประสบความสำเร็จโดยใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประเทศชาติและประชาชน แต่ขณะเดียวกันการทำงานของ สตง.เป็นการทำงานแบบปิดทองหลังองค์พระ คือ สตง.ไม่จำเป็นต้องไปโฆษณาอะไรต่างๆ แต่ทำงานเพื่อตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ ให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายที่กำหนดอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้งานทั้งหมดไปสู่พี่น้องประชาชน เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างแท้จริง

    ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่า สตง.จะไปทำงานในจุดที่เป็นการไประงับยับยั้ง หรือเรียกเงินคืนที่เป็นผลงาน แต่ขณะนี้เราไม่ใช่ต้องการงานตรงนั้น แต่ต้องการให้งานต่างๆ ไปสู่ประชาชนโดยสำเร็จ เหมือนเดิมโดยครบถ้วนไม่มีการรั่วไหล ซึ่งมันจะเกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ เราก็ย้ำให้ข้าราชการของ สตง.ได้เข้าใจตรงนี้

    ประธาน คตง. พูดถึงทิศทางการทำงานของ คตง.-สตง.ที่เป็นหนึ่งในองค์กรอิสระที่มีบทบาทในเรื่องการตรวจสอบป้องกันการทุจริตงบประมาณแผ่นดินว่า นโยบายหลักในการทำงานของ สตง.ต่อจากนี้ ต้องรอให้ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินฉบับใหม่ ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติประกาศใช้ออกมาก่อน จากนั้น คตง.ก็จะกำหนดนโยบายหลักการตรวจสอบเงินแผ่นดิน และหลักเกณฑ์มาตรฐานการตรวจสอบเพื่อให้ครอบคลุมและเพื่อให้ผู้ว่าฯ สตง.ที่จะเข้ามาใหม่ ได้เข้ามาทำงานแบบประสานสอดคล้องกับนโยบายที่ คตง.กำหนด แต่นโยบายที่จะออกมาก็จะครอบคลุมทุกเรื่องที่เป็นภารกิจของ สตง. โดยหลังกฎหมายตรวจเงินแผ่นดินประกาศใช้แล้วอาจจะต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างการทำงานของ สตง.ให้รวดเร็ว อาจจะมีการจัดทีมทำงานเพื่อให้งานกระชับรวดเร็ว

    อย่าลืมว่าทุกอย่างที่ สตง.ทำจะต้องละเอียดรอบคอบแต่ก็ไม่ช้า เพราะต้องนึกถึงความเป็นธรรมของหน่วยงานภาครัฐที่รับการตรวจสอบ เพราะหากไปทำแบบรวดเร็วแต่ไม่รอบคอบมันก็อาจเกิดความเสียหาย ก็จะเกิดความไม่สบายใจต่อผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบโดยเฉพาะกับเจ้าหน้าที่ เรื่องนี้ คตง.ก็ให้ความสำคัญ ดังนั้นความยุติธรรม ความเป็นธรรม กับความรวดเร็ว จะต้องอยู่ในจังหวะที่สอดคล้องกัน

    สตง.ต้องไม่ทำงานแบบฟาดโครม

    พลเอกชนะทัพ-ประธาน คตง. เล่าย้อนให้ฟังสมัยยังสวมเครื่องแบบเป็นทหาร ที่เคยมีประสบการณ์ในด้านการตรวจสอบภายในกองทัพมาหลายสิบปี ทั้งในสำนักงานตรวจบัญชีกองทัพบก-สำนักงานตรวจสอบภายในทหารบก ได้ผ่านตำแหน่งต่างๆ มากมาย เช่น รองปลัดบัญชีทหารบก จนเมื่อเกษียณแล้วมาสมัครเป็น คตง.ว่า สมัยรับราชการทหารอยู่หน่วยงานตรวจสอบภายในของกองทัพบก จึงทำให้ได้สัมผัสการทำงานของ สตง.มาเยอะ ก็เข้าใจบทบาทของ สตง.ดีในหลายเรื่อง ทำให้เห็นว่าหากเข้ามาเป็น คตง.แล้วจะทำเรื่องนโยบายอย่างไร เพราะเราจะเข้าใจถึงบริบทขององค์กรต่างๆ ผมก็พยายามบอกข้าราชการของ สตง.ที่จะเข้าไปตรวจสอบองค์กรต่างๆ ว่าให้ดูบริบทการทำงานของแต่ละองค์กร เพราะหากเราเข้าใจการทำงานของเขา เราก็จะแนะนำเขาได้ว่าต้องทำอย่างไรให้ถูกต้อง

    “ไม่ใช่ว่าเราลงไปถึงก็ฟาดโครมๆ ไม่ใช่ แต่ สตง.ต้องเข้าไปเพื่อทำให้การทำงานของเขาสำเร็จ การทำงานคือทุกคนก็อาจตั้งใจทำงานให้ตรงตามกฎระเบียบ แต่อาจจะเกิดจากสภาวะที่ว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือระเบียบไม่ครอบคลุม ตรงนี้ก็อาจเกิดการติดขัด เราก็พยายามเข้าไปช่วยแก้ไข แต่หากเราเห็นว่าอะไรที่เป็นการปฏิบัติโดยมิชอบ ก็ต้องดำเนินการเช่นส่งเรื่องไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ”

    ถามไปว่า หมายถึงว่าสมัยเป็นทหารทำงานด้านการตรวจสอบภายในร่วมกับ สตง.ก็เห็นบทบาทของ สตง.ว่ามีปัญหา พลเอกชนะทัพ ตอบว่า คือบทบาทของ สตง.เข้มข้นดีในยุคที่ผมรับราชการทหาร ก็คิดว่าเขาก็ทำงานตามบทบาทหน้าที่ แต่เมื่อเข้ามาสัมผัสแล้วเราก็จะเห็นว่า บางอย่างเราต้องพัฒนา ปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป อย่างที่ตอนนี้เรากำลังจะไปไทยแลนด์ 4.0 แล้ว เราก็ต้องปรับโครงสร้าง เช่นนำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงานตรวจสอบของเราให้มากขึ้น เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดความเสี่ยงต่างๆ

    ถามไปว่า สามารถนำประสบการณ์สมัยทำงานด้านการตรวจสอบภายใน อย่างสำนักปลัดบัญชีทหารบกมาใช้อย่างไรบ้าง พลเอกชนะทัพ-ประธาน คตง. ย้ำว่าจากประสบการณ์ที่เคยมี สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือต้องมองไปข้างหน้าว่า ในช่วงที่ประเทศเรามีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงในยุคการปฏิรูป เราจะต้องทำให้ประชาชนเห็นว่าการทำงานของ สตง.เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนจริงๆ

    สตง.ยุคใหม่เราคำนึงถึงประเทศชาติประชาชนมากที่สุด เช่นเมื่อ คตง.กำหนดนโยบายออกมาแล้ว ในช่วงสามปีต่อจากนี้จะต้องทำให้สำเร็จครบถ้วน แต่บางเรื่องเช่นการพัฒนาเทคโนโลยีในการทำงานก็ต้องใช้เวลา ก็พยายามเร่ง และการปรับปรุงโครงสร้างของ สตง.ก็ต้องให้เร็ว ก็จะทำให้ต่อไปการทำงานของ สตง.ครอบคลุมกว้างขวางขึ้น เช่นกรณีภาครัฐทำนโยบายสาธารณะต่างๆ ก็ต้องมาดูว่าสิ่งที่ทำไป ได้เข้าไปถึงประชาชนครอบคลุมหรือไม่ หรือว่าติดขัดตรงไหน หากสิ่งไหนที่ สตง.เข้าไปช่วยแนะนำเพื่อแก้ปัญหาติดขัด โดยเสนอแนะภาครัฐได้ สตง.ก็จะเข้าไปช่วยตรวจสอบ เพื่อดูว่าตรงไหนมีช่องโหว่ไม่เรียบร้อย สตง.จะไปดูให้

    แต่หากตรงไหนพบว่ามีการกระทำแบบประพฤติมิชอบก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย อย่าคิดว่า สตง.จะเข้าไปตรวจสอบแบบใจดี-ไม่ใช่ เราตรวจสอบตามหลักการวิชาการ มืออาชีพ เพื่อให้การทำงานของ สตง.เป็นมาตรฐานสากล

    ลั่นพร้อมสแกนงบกองทัพ

    - เป็นประธาน คตง.ที่มาจากทหาร ซึ่งที่ผ่านมาการตรวจสอบของ สตง.เกี่ยวกับกองทัพบางเรื่อง เช่นงบการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ หรือการจัดซื้อเรือดำน้ำก็ถูกวิจารณ์ไม่น้อย แล้วแนวทางการตรวจสอบของ สตง.ต่องบทหารจะเป็นอย่างไร?

    ผมให้ความสำคัญกับหน่วยงานรัฐทุกหน่วย ไม่ได้มองว่าเป็นทหารอะไรทั้งสิ้น ถ้าเป็นปัญหาข้อสงสัยอะไรเราก็ไปตรวจสอบหมดทุกอย่าง แต่เรื่องรายละเอียดต่างๆ เจ้าหน้าที่เขาจะทราบหลังไปดูแล้ว ซึ่งพอแถลงไปบางทีอาจไม่ตรงใจสื่อมวลชน แต่ว่าข้อเท็จจริงมันก็คือข้อเท็จจริง ซึ่งอะไรผิดก็คือผิด แต่หากไม่ผิดก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เพราะกระบวนการต่างๆ หากทำถูกต้องก็ต้องถือว่าเขาถูกต้อง เพราะเราก็ตรวจเหมือนกันหมดตามมาตรฐาน เพียงแต่เมื่อ สตง.เข้าไปแล้วบริบทของทุกองค์กรจะไม่เหมือนกัน เช่นหน่วยงานด้านความมั่นคงก็แบบหนึ่ง ขณะที่บางหน่วยเช่นกระทรวงมหาดไทยก็เป็นอีกลักษณะหนึ่ง คือแต่ละที่สัมผัสประชาชนได้แค่ไหน บางครั้งเรื่องความมั่นคงอาจไม่ถึงประชาชน แต่ประเทศชาติต้องได้ประโยชน์เรามองแบบนั้น คือประเทศชาติต้องได้ประโยชน์สูงสุดและต้องไม่รั่วไหล

    ...เรื่องการจัดซื้ออะไรต่างๆ ของฝ่ายความมั่นคงเขาจะมีแผนรองรับ ที่ต้องดูว่าเมื่อมีแผนแล้วได้งบประมาณหรือไม่ หากมีงบประมาณรองรับก็จะมีการเสนอแผนการจัดซื้อเข้าไป แต่การจัดซื้อไม่ใช่ว่าสั่งแล้วได้วันนี้ แต่บางทีต้องรอหนึ่งปีหรือ 2-3 ปีข้างหน้า ทยอยส่งมาให้ แล้วความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จังหวะช่วงนั้นเป็นอย่างนั้น อันนี้ก็คือภาครัฐที่เขาต้องเจรจาคุยกัน บางทีก็ต้องดูว่าเขาขายหรือไม่ขาย

    ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ก็จัดซื้อได้ตลอด มันไม่เหมือนกับของอย่างอื่นทั่วไปที่มีทั่วไปเยอะ แต่อันนี้ไม่ใช่ การพิจารณาระหว่างของถูกกับของที่มีคุณภาพ บางทีมันต้องชั่งใจว่าจะใช้อย่างไร งบประมาณมีพอหรือไม่

    “การจัดซื้อของกองทัพส่วนใหญ่เป็นลักษณะจีทูจี ระหว่างภาครัฐกับภาครัฐ ที่ดูแล้วยังไงก็ต้องตรงไปตรงมา แต่กระบวนการจัดซื้อก็ต้องไปดูว่าเป็นอย่างไร และเมื่อซื้อมาแล้วมีคุณภาพเป็นอย่างไร บางครั้งเราก็เห็นว่าบางอย่างหากซื้อของถูก คุณภาพมันก็จะลดลงกว่าของจากบางประเทศที่มีคุณภาพแต่อาจแพง แต่บางทีเงินเราก็จำกัด ซึ่งสมัยผมเป็นทหาร สตง.เขาก็มีการเข้าไปตรวจสอบอยู่ตลอด และพบว่าก็ไม่มีปัญหาอะไร ยืนยันว่า สตง.ตรวจสอบเต็มที่”

    เมื่อถามถึงทิศทางการทำงานของ สตง.ในยุคปฏิรูปว่าต่อจากนี้ สตง.จะต้องมีการปฏิรูปการทำงานอะไรหรือไม่ พลเอกชนะทัพ-ประธาน คตง. มองว่าคงไม่ถึงกับปฏิรูป แต่อาจจะมีการปรับโครงสร้าง ให้หน่วยงานมีความคล่องตัว ทำงานได้รวดเร็ว กระชับ เป็นทีมงานที่ทำงานครบถ้วนสมบูรณ์ในตัวเอง อย่างอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ สตง.พบว่าก็ใกล้เคียงกับองค์กรอิสระอื่นๆ แต่เราเองก็ต้องปรับ เพราะอย่างการไปรับรองงบการเงินของหน่วยงานต่างๆ เป็นงานที่ใช้คนมากเวลามาก ก็อาจต้องขอเว้นบางส่วนที่จำเป็น การทำงานก็จะต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น การเข้าไปถึงปัญหาที่เกิด สตง.จะเข้าไปเร็ว แต่รายละเอียดต่างๆ ก็ต้องใช้เวลา เพราะหากทำแบบรีบร้อนมันอาจจะเกิดความไม่เป็นธรรม

    อำนาจใหม่ในมือ คตง.

    พลเอกชนะทัพ เปิดเผยถึงการตรวจสอบเรื่องหรือสำนวนที่ค้างการพิจารณาของ สตง.ที่ยังไม่แล้วเสร็จว่า จนถึงขณะนี้พบว่ามีพอสมควร แต่ก็พยายามเร่งดำเนินการ เช่นกรณีการปฏิบัติโดยมิชอบก็ส่งไปให้ ป.ป.ช.แล้ว นอกจากนี้เรื่องวินัยการเงินการคลัง จากปัจจุบันคณะกรรมการวินิจฉัยการเงินการคลังของ คตง.ที่เป็นลักษณะอนุกรรมการ แต่หากร่าง พ.ร.บ.ตรวจเงินแผ่นดินฉบับใหม่ประกาศใช้ ก็จะมีการยกสถานะและบทบาทให้เป็นคณะกรรมการวินิจฉัย และมีการเขียนกำหนดโทษหลังคณะกรรมการวินิจฉัยแต่ละเรื่องเสร็จแล้วไว้สามกรณี คือ ภาคทัณฑ์, ตำหนิต่อสาธารณะ และการเรียกค่าปรับทางปกครอง ที่เป็นลักษณะเพื่อการป้องปราม

    ส่วนการทำงานกรรมการชุดนี้ที่อยู่ใน คตง.จะรีบดำเนินการ โดยหากพบว่าหน่วยงานไหนมีการดำเนินการอะไรที่ไม่ถูกต้อง ก็ต้องถูกดำเนินการตามกระบวนการวินัยการเงินการคลัง

    ...แม้บทลงโทษอาจไม่หนัก แต่โทษที่ออกมาจะติดตัวคนที่เกี่ยวข้องในการทำงานในการเติบโต ที่จะต้องถูกบันทึกไว้ในประวัติการทำงาน แต่หากใครไม่พอใจผลการวินิจฉัยที่ตามร่างกฎหมายฉบับใหม่ให้ถือเป็นที่สิ้นสุด ก็ยังสามารถร้องต่อศาลปกครองสูงสุดได้

    - มองว่าปัญหาการทุจริตเงินงบประมาณแผ่นดินส่วนใหญ่เกิดจากอะไร ยังมีช่องโหว่ตรงไหนที่ทำให้การใช้เงินงบประมาณยังไม่มีประสิทธิภาพ?

    ส่วนใหญ่การใช้เงินที่ไม่มีประสิทธิภาพและการรั่วไหลก็เป็นสองส่วน ที่เหมือนกับเป็นค่านิยมที่มองว่าทุกอย่างต้องมีเปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ คตง.เราก็ทราบดีและพยายามจะแก้ให้ได้ โดยเน้นที่การสร้างทัศนคติและค่านิยมให้มีความซื่อสัตย์สุจริต เพราะหากไม่มีตรงนี้ปัญหาแบบเดิมๆ ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข เราก็ต้องค่อยๆ แก้ เพราะสังคมเป็นแบบนี้มานาน เราต้องยอมรับว่าถึงเวลาแล้วต้องดำเนินการให้จริงจัง ซึ่งทำทีเดียวคงไม่ได้ต้องค่อยๆ ให้ลดลงไป

    พลเอกชนะทัพ กล่าวต่อไปว่า เมื่อพิจารณาจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันและจากร่าง พ.ร.บ.ตรวจเงินแผ่นดินฉบับใหม่ที่เป็นกฎหมายลูก ซึ่งจะประกาศใช้เร็วๆ นี้ พบว่ามีการเพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินในการพิจารณาของ สนช.วาระสองและสาม ที่มีการปรับแก้จากร่างแรก โดยเฉพาะอำนาจในเรื่องการทำงานของผู้ว่าฯ สตง.ให้มากขึ้น โดยผู้ว่าฯ สตง.ก็จะมีอิสระในการวางแผนการตรวจสอบเป็นหลัก แต่เมื่อผู้ว่าฯ สตง.ดำเนินการตรวจสอบเสร็จและเสนอเรื่องเข้ามายังคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ก็จะต้องมีการรายงานให้ คตง.ทราบผลด้วย เพราะอย่าลืมว่า สตง.เป็นหน่วยเริ่มต้นของทุกงาน เช่นปัจจุบันก็มีการร้องเรียนอะไรต่างๆ จากหลายฝ่าย เช่นจากประชาชนส่งมาวันละหลายเรื่อง แล้วก็มีการให้คนไปตรวจสอบ โดยในการตรวจสอบหากเรามีการประสานกับคนที่เกี่ยวข้องได้ เช่นกรมสอบสวนคดีพิเศษ เราก็จะมีการประสานให้เขาไปสอบขยายผลด้วย หากเรื่องไหนที่ สตง.เห็นว่ามีความสำคัญ

    เส้นแบ่งบทบาทผู้ว่าฯ สตง.กับ คตง.

    เราตั้งคำถามย้ำถึงการให้หลักประกันเรื่องความเป็นอิสระในการทำงานของผู้ว่าฯ สตง.ที่ คตง.จะลงมติเลือกกันในช่วงสัปดาห์หน้าว่า คตง.จะให้ความเป็นอิสระกับผู้ว่าฯ สตง.มากน้อยแค่ไหน ประเด็นดังกล่าวมีคำยืนยันจาก พลเอกชนะทัพ-ประธาน คตง. ว่าสำหรับผู้ว่าฯ สตง.จะมีความเป็นอิสระในการวางแผนการตรวจสอบ เพราะกรรมการจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการวางแผนการตรวจสอบหน่วยใดหน่วยหนึ่งของผู้ว่าฯ สตง. อย่างตอนนี้เวลามีเรื่องร้องเรียนมา เราก็ให้ผู้ว่าฯ สตง. (รักษาการ) ไปดำเนินการ แต่เมื่อเสร็จแล้วก็ต้องมารายงานให้ คตง.ทราบว่าผลเป็นอย่างไร

    - การทำงานระหว่างผู้ว่าฯ สตง.กับ คตง.ในยุคต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร?

    การคัดเลือกผู้ว่าฯ สตง.ที่ คตง.กำลังดำเนินอยู่ ก็จะต้องให้ผู้ว่าฯ สตง.เข้าใจบทบาทของตัวเองให้มากและเข้าใจบทบาทของคณะกรรมการ ต้องมีการหารือกันใกล้ชิดกันมากขึ้นในการทำงาน เพื่อให้การทำงานไปด้วยกัน

    ..อย่าลืมว่า คตง.มีด้วยกัน 7 คน แต่ผู้ว่าฯ สตง.มีคนเดียว กระบวนการต่างๆ ในความยุติธรรมมันก็อยู่ที่คณะกรรมการด้วยที่จะช่วยพิจารณาให้รอบคอบก่อนที่จะเสนอหน่วยอื่นต่อไป ถ้าให้ผู้ว่าฯ สตง.คนเดียวก็อาจจะมีปัญหาว่า ถึงจะมีความอิสระ แต่ความยุติธรรมอะไรต่างๆ ควรต้องมีกระบวนการที่จะช่วยกลั่นกรอง

    “เราก็จะให้ความเป็นอิสระกับผู้ว่าฯ สตง.คนใหม่อย่างเต็มที่ แต่ก็เป็นไปในบทบาทของผู้ว่าฯ สตง.เอง ไม่ใช่นอกเหนือทุกอย่าง คือไม่ใช่อิสระทั้งหมด คือก็ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการการตรวจเงินแผ่นดินอีกที"

    ถามขยายความว่า หมายถึงการทำงานของผู้ว่าฯ สตง.ต่อจากนี้จะไม่เป็นแบบเดิมๆ เช่น ผู้ว่าฯ สตง.มาให้ข่าวรายวันจะทำไม่ได้อีกแล้ว พลเอกชนะทัพ ก็เน้นย้ำว่า หากคดียังไม่สิ้นสุดไม่สามารถให้ข่าวได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตามร่าง พ.ร.บ.ตรวจเงินแผ่นดินก็เขียนกำหนดไว้ เพราะที่ผ่านมาเกิดความเสียหาย คือจริงๆ ตามกฎหมายก็มี แต่ไม่มีใครดำเนินการ

    ...ต้องเข้าใจว่า ที่ผ่านมาก็เป็นความขัดแย้งที่เห็นอยู่ว่าตรงนี้คือปัญหา เขาก็เลยมีการกำหนดให้มันชัดเจนมากขึ้น และตอนนี้นโยบายของ คตง.ก็จะมีการวางนโยบายตรงนี้ให้มันชัดขึ้น ในการทำงานของผู้ว่าฯ สตง.มีบทที่จะต้องลงโทษอะไรต่างๆ ตามที่กฎหมายเขียนกำหนดไว้

    - ก็คือหากเรื่องไหนผู้ว่าฯ สตง.จะให้ข่าวหรือแถลงข่าวผลการตรวจสอบ จะต้องได้ข้อยุติและต้องรายงานให้ คตง.ทราบก่อนแถลงข่าว?

    ใช่ครับ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหาย เพราะต้องไม่ลืมว่าสิ่งที่เข้าไปเจอ แม้จะเป็นการป้องปราม แต่ก็ไม่ควรให้ข่าว

    ก็อย่างที่ผมบอกไว้ว่า สตง.เราทำงานแบบปิดทองหลังองค์พระ เราไม่มีหน้าที่ให้ข่าว แต่ผู้สื่อข่าวก็มีบทบาทในการที่จะไปหาข่าวเอง คือไม่ใช่ว่าไปชนกัน เอา สตง.ไปชนกับหน่วยงานรัฐ ซึ่งตรงนี้มันไม่ได้ แล้วมันเกิดปัญหาในช่วงที่ผ่านมา คือเราอาจจะให้ข่าวได้ หรือสื่อไปหาข่าวได้เอง เช่น เรื่องที่ตรวจสอบมีการส่งไปที่ไหน แต่หากจะเป็นลักษณะการไปเปิดเผยแล้ว ทำให้เกิดความเสียหายกับผู้ปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเขาถูกกล่าวหาอยู่ มันจะเป็นลักษณะความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่มีใครไปแก้ให้เขา ตรงนี้ต้องระมัดระวัง

    สำหรับความคืบหน้าการเตรียมเลือกผู้ว่าฯ สตง.คนใหม่นั้น พลเอกชนะทัพ เปิดเผยว่า คตง.จะเรียกผู้สมัครทั้งหมดมาสัมภาษณ์ แสดงวิสัยทัศน์ในวันที่ 16 พ.ย. และน่าจะลงมติเลือกผู้ว่าฯ สตง.ได้หลังจากนั้น โดยคาดว่า คตง.จะส่งชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้ว่าฯ สตง.ไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อให้ความเห็นชอบต่อไปได้ในวันจันทร์ที่ 20 พ.ย.

    ..การเลือก ลำดับแรกดูคุณสมบัติก่อนว่าคนไหนผ่านหรือไม่ผ่าน จากนั้นก็มาดูการแสดงวิสัยทัศน์ ดูทั้งหมด แล้ว คตง.ก็จะนัดประชุมเพื่อให้คะแนน -ผู้ว่าฯ ที่จะเลือกจะเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายเมื่อประกาศชื่อออกมา กรรมการก็ต้องการให้รายชื่อที่ คตง.เลือกเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย แต่ไม่ใช่ว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะทุกคนไม่มีใครร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้งหมด แต่ก็จะทำให้ดีที่สุด เพื่อให้เข้าไปทำงานให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ โดยต้องเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริต

    ผมเชื่อว่าเมื่อเราเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถและไม่มีปัญหาในเรื่องคุณสมบัติ ผมคิดว่า สนช.ก็คงเห็นด้วย เพราะเมื่อส่งชื่อไปแล้ว สนช.ก็มีการตรวจสอบคุณสมบัติและเรียกมาแสดงวิสัยทัศน์เช่นกัน

    ถามมุมมองว่า จากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน รวมถึงร่าง พ.ร.บ.ตรวจเงินแผ่นดินฉบับใหม่ ที่ให้อำนาจกับ คตง.และผู้ว่าฯ สตง.มากขึ้น ทำให้ต่อไปนี้ที่คนเคยมองกันว่า คตง.และ สตง.ไม่มีอำนาจอะไรมาก เป็นยักษ์ไม่มีตะบอง หรือเป็นเสือไม่มีเขี้ยวเล็บ ต่อไปก็จะไม่ใช่แล้ว เพราะมีอำนาจและบทบาทมากขึ้น พลเอกชนะทัพ-ประธาน คตง. มีความเห็นว่า บางคนก็มองว่า สตง.เป็นเสือไม่มีเขี้ยวเล็บ แต่ก็พบว่าบางคนก็กลัว สตง.มาก ก็แล้วแต่มุมมอง แต่อยากให้มองว่า สตง.ไม่ใช่ยักษ์อะไร แต่ สตง.มีอำนาจหน้าที่ในการช่วยแนะนำหน่วยงานต่างๆ ของรัฐให้ทำสิ่งที่ถูกต้องตามระเบียบ และหากไม่ทำตามระเบียบก็อาจต้องถูกลงโทษ เช่นการดำเนินการตามวินัยการเงินการคลัง หรือหากพบว่าปฏิบัติโดยมิชอบก็เสนอเรื่องไปยังกรรมการ ป.ป.ช.หรือ ป.ป.ท.

    ...ถ้า สตง.ตรวจสอบแล้วพบว่าการปฏิบัตินั้นไม่ได้เกิดจากการประพฤติมิชอบ เช่น ปฏิบัติไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเป็นการปฏิบัติเพราะติดขัดข้อระเบียบต่างๆ แต่เป็นการทำให้กับประชาชน ตรงนี้เราก็พร้อมจะเข้าไปช่วยแก้ไข โดยบางครั้งหากพบว่ากฎระเบียบต่างๆ ยังไม่ครอบคลุมก็อาจเสนอหน่วยงานภาครัฐเพื่อให้พิจารณาปรับปรุงให้กว้างขึ้น เพื่อให้การทำงานไปสู่ประชาชนให้ได้ แต่หากระเบียบไม่ได้เปิดไว้ หน่วยงานนั้นก็ต้องดูด้วยว่าการดำเนินการทำได้แค่ไหน อย่างไร เพราะหากขัดระเบียบก็อาจเกิดปัญหา มองว่าหากจะทำก็ควรมีการหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนว่าทำได้แค่ไหน อย่างไร ไม่ใช่ตัดสินใจทำเอง เช่นหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลายครั้งที่ปฏิบัตินอกกรอบ ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ

    พลเอกชนะทัพ ยังกล่าวตอบข้อซักถามที่ว่า เวลามีประเด็นเรื่องงบประมาณ-การจัดซื้ออะไรต่างๆ ก็มักจะมีคนมายื่นเรื่องให้ สตง.ตรวจสอบบ่อยๆ โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นประเด็นการเมือง โดยประธาน คตง.ย้ำว่า ก็เป็นสิทธิ์ของคนที่จะมายื่นเรื่องให้ สตง.ตรวจสอบ ใครยื่นมา สตง.ก็พร้อมตรวจสอบให้ทั้งหมด เราไม่เลือกปฏิบัติ เราจะไม่เล่นการเมือง ไม่ไปตามกระแส เราจะพูดข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าอะไรคืออะไร

    - ก่อนหน้านี้ สตง.ก็มีผลงานหลายเรื่อง เช่นกรณีการทำหนังสือทักท้วงการดำเนินการโครงการรับจำนำข้าว ก็เลยทำให้คนก็จับตามองการทำงานของ สตง.?

    ก็เป็นจุดเริ่มต้น คือต่อไปภาครัฐเมื่อกำหนดหรือทำนโยบายสาธารณะ ก็จะต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนว่าหากทำแล้วจะเกิดความเสียหายอะไรหรือไม่ สตง.ที่เป็นหน่วยตรวจสอบเบื้องต้น หากพบว่าทำไปแล้วจะเกิดความเสียหายค่อนข้างมาก เราก็จะประสาน กกต.และ ป.ป.ช.เพื่อประชุมร่วมสามฝ่าย และเสนอให้ดำเนินการหยุดยั้ง ก็เป็นไปตามร่าง พ.ร.บ.ตรวจเงินแผ่นดินที่กำลังจะประกาศใช้

    “การทำงานของ สตง.ต่อจากนี้ไปถือว่าเป็นองค์กรอิสระที่เป็นหน่วยหลักองค์กรหนึ่ง ยืนยันจะทำงานให้เกิดประโยชน์ ให้ประชาชนทุกคนเห็น” ประธาน คตง.ย้ำในตอนท้าย.

    .....

    แคนดิเดตผู้ว่าฯ สตง.คนใหม่ คตง.เคาะชื่อสัปดาห์หน้า

    คณะกรรมการการตรวจเงินแผ่นดิน ที่มีพลเอกชนะทัพ อินทามระ เป็นประธาน จะประชุมเพื่อลงมติเลือกผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คนใหม่ ในช่วงปลายสัปดาห์หน้านี้ ที่คาดว่าน่าจะเป็นช่วง 17 พ.ย.หรือไม่ ก็วันที่ 20 พ.ย. จากนั้น คตง.จะส่งรายชื่อไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อไป

    โดยรายชื่อผู้สมัครเป็นผู้ว่าฯ สตง.คนใหม่ หลังจากที่ได้มีการปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีคนไปสมัครทั้งสิ้น 18 ชื่อ ดังนี้

    1.พัลลภ ศักดิ์โสภณกุล รอง ผอ.สำนักงบประมาณ 2.ศิริพงษ์ วีระแสงพงษ์ อดีตรองผู้ว่าฯ สตง. 3.พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและอดีตเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) 4.นางสิรินทร์ พันธ์เกษม รองผู้ว่าฯ สตง. 5.ประจักษ์ บุญยัง รองผู้ว่าฯ สตง. 6.รศ.พล.ต.ต.อภิชัย ศรีโสภิต ผู้บังคับการ ศูนย์บริการทางการศึกษา โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

    7.พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าฯ สตง. 8.มณเฑียร เจริญผล รองผู้ว่าฯ สตง. 9.พ.อ.โฆษิต พิพัฒนปัญญา ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 10.ว่าที่ ร.ต.อำนวย อุปถัมภ์ ทนายความ1 1.นางพรรณชนิตตา บุญครอง อดีตผู้ตรวจราชการ กระทรวงการคลัง 12.วรวิทย์ ทิพย์ธรรมธารา รองเลขาธิการสำนักงาน ป.ป.ช.

    13.ดร.ดวงตา ตันโช ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ 14.นางเยาวลักษณ์ มานะตระกูล อดีตรอง ผอ.สำนักงบประมาณ 15.เฉลิมศักดิ์ จันทรทิม อดีตเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และอดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 16.ประยงค์ ปรียาจิตต์ อดีตเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 17.นางภัทรา โชว์ศรี ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน 18.สุรเชษฐ์ งามวงศ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด.

  • เปลว สีเงิน

    แหม....ชาวโซเชียลตามติดยิ่งกว่าคู่จิ้น! เสียงกริ๊ดดังไล่หลังยิ่งกว่าฉาก “แจ็ค"กับ"โรส” ยืนกอดกันบนหัวเรือไททานิก "บิ๊กตู่" กับ "บิ๊กป้อม" ไม่เจอหน้ากันหลายวัน วานนี้(๒๐ พฤศจิกายน) ไฟต์บังคับต้องไปเจอกันบนเรือหลวงถลาง
  • บทบรรณาธิการ

    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 โดย ป.ป.ช.ได้กำหนดกรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ขณะไปตรวจรถชนกันคนขับวัย71อ้างตาไม่ดีดาบตำรวจนำกำลังไปตรวจสอบคดีรถชนกันในตัวเมืองชัยภูมิ เฒ่าวัย 71 ซิ่งกระบะฝ่าสัญญาณไฟพุ่งชนเต็มแรงแล้วลากร่างไปไกลสุดที่จะยื้อชีวิต
    ตูนซึ้งใจกราบคุณตาขาขาดวัย 90 ปีที่เจียดเบี้ยยังชีพคนพิการสมทบก้าวคนละก้าว ด้านเชษฐ์สไมล์บัฟฟาโลออกวิ่งในเมืองชลหาทุนให้อีกกว่า 5 แสนบาท
    เครื่องเล่นโมบายปลาหมึกยักษ์ในงานนมัส การพระสมุทรเจดีย์โค่นลงมาทั้งยวง ทำเอาผู้ใหญ่ เด็กที่ขึ้นไปนั่งบาดเจ็บไปตามๆ รมต.ออมสินรีบไปตรวจสอบ พบไม่ได้ขออนุญาต
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว