ไม่มี 'รบครั้งที่ร้อย' ของอภิสิทธิ์

  • Wednesday, November 15, 2017 - 00:00


    "คุณอภิสิทธิ์" นี่............

    นับวัน อาการ "จิตหลอน" ทางการเมืองชักจะขึ้นสมองจนน่าเป็นห่วง

    "เต้น-ผวา" ไล่งับกระทั่งเงา!

    ดูแล้วหนักใจแทน

    เพราะในจำนวน "นักการเมือง" ของไทย ซึ่งคนละประเภทกับ "นักเลือกตั้ง"

    ท่านเป็นคนหนึ่งที่สังคมคาดหมายในความเป็น "ทรัพยากรบุคคลทางการเมือง" ในตัวท่าน

    และความเป็นจริง ด้วยประสบการณ์ทางการเมืองของท่านนอกจากเคยเป็นถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว

    ยังได้ชื่อว่า "นักการเมืองผ่านศึก" ถึงขั้นเฉียดเป็น-เฉียดตายมาแล้ว ในสมรภูมิแดง "เผาบ้าน-เผาเมือง" เมื่อปี ๕๒-๕๓

    ถ้าตอนนั้น..............

    บ้านเมืองไม่มี "นายกฯ อภิสิทธิ์" ต่อต้านสงครามชิงเมืองจาก นปช.ระบอบทักษิณ

    สงสัยประเทศไทยวันนี้ ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "แดงทั้งแผ่นดิน" ไปแล้วก็ได้?

    จากกร้าวแกร่งของอภิสิทธิ์ชนิด "เหนือคาดหมาย" ของคนทั้งชาติตอนนั้น เป็นแต้มบวกในทางประเมินค่าคุณอภิสิทธิ์ว่า

    เป็นผู้มี "ภาวะผู้นำ" ด้วยความรับผิดชอบสูง

    เป็นความสูงที่ตั้งอยู่บนฐาน "จิตดี-สมาธิแข็ง"

    เรียกว่า "สอบผ่าน" ทุกวิชาบริหารการบ้าน-การเมือง ทั้งด้านทฤษฎีและด้านปฏิบัติการ

    เป็น "หุ้นบลูชิป" ในตลาดการเมืองเลยทีเดียว!

    แต่อดีตนายกฯ คนนี้ ทำให้ต้องแปลกใจ ในความคิดและการแสดงออกของท่าน ต่อการเมืองภายใต้รัฐบาล คสช.

    จริงอยู่..........

    คุณอภิสิทธิ์ เป็นนักการเมืองค่ายประชาธิปไตยเลือกตั้ง

    ส่วนรัฐบาล คสช.โดยนายกฯ ประยุทธ์ เป็นการเมืองค่ายเผด็จการทหาร

    คุณอภิสิทธิ์คล้ายสรุปว่า "เผด็จการ-ประชาธิปไตย" เป็น "เส้นขนาน" ไม่มีทางบรรจบกันได้

    แต่คุณอภิสิทธิ์อาจลืมไปอย่างหนึ่งว่า ในบรรดาโจทย์เลขทั้งจักรวาล ไม่มีทาง ซ.ต.พ.ได้เลย

    จนกว่าได้เห็น "เส้นขนาน" สองเส้น ที่ใต้ตัวเลขนั้นๆ!

    "การเมือง-การบ้าน" ก็เหมือนโจทย์เลข........

    ที่แต่ละรัฐบาล โดยเลือกตั้งบ้าง โดยเผด็จการบ้าง แก้โจทย์บ้าง เพิ่มตัวเลขยุ่งเข้าไปในโจทย์อีกบ้าง ก็ไม่ลงตัวกันซักที

    ซ้ำกลับมีแต่นุงนังเชิงซ้อนเพิ่มขึ้น..เพิ่มขึ้น

    มันเป็นไปไม่ได้หรอก ที่จะให้ "ล้านๆ ตัวเลข" ยุ่งเหยิงเป็นโจทย์ประเทศไม่รู้จบไปเรื่อยๆ

    ก็ต้องมี "ตัวช่วย" อะไรซักอย่างเข้ามา "ขีดเส้นใต้ ๒ เส้น" เป็นการพักโจทย์ที่ยุ่งเหยิงไว้แค่นั้นก่อน

    เพื่อ.....

    ทางหนึ่ง สะสางตัวเลขโจทย์ยุ่งเหยิงเก่าๆ ให้เข้าที่-เข้าทาง

    อีกทางหนึ่ง โจทย์ไหนที่มีทางไปได้ ก็เดินหน้ากันต่อไป

    นี่...ควรใช้ "จิตกว้าง" มองในปฏิบัติการเพื่อการแก้ไขและสร้างเสริม ส่วนจะระบบ-ระบอบอะไรนั้น

    มันก็แค่ "เครื่องมือ" ชั่วคราว ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่หมักหมม-คาราคาซังขณะหนึ่งเท่านั้น

    ไม่ควรต้องไป "ขึงตึง" ตายตัว ว่ามันต้องประชาธิปไตยเท่านั้น ผิดจากนี้ไป ไม่ใช่..ใช้ไม่ได้..แก้ไม่ได้

    ควรเงยหน้ามองผล "ทางแก้ไข" มากกว่าดักดานอยู่แค่ "ชื่อระบอบ-ระบบ"!

    ไม่ต้องดูอื่นไกล เงยหน้าจากตำราประชาธิปไตยหมดอายุสิแล้วเหลียวมองไปในโลกกว้าง ก็จะเห็น

    สหรัฐอเมริกานั่นไง?

    ให้ ๑๐๐ ปี พิมพ์ดอลลาร์ตลอด ๒๔ ชั่วโมง กระดาษที่เรียกดอลลาร์ที่พิมพ์นั้น ก็ยังไม่พอใช้หนี้ประเทศต่างๆ ที่ติดค้างเขาอยู่

    มันเป็นตัวเลข "โจทย์ประเทศ" เชิงเศรษฐกิจหลัก ที่สหรัฐฯ แก้มากว่า ๒ ทศวรรษ ก็แก้ไม่ตก!

    แล้วสหรัฐฯ "เจ้าหลักการสินค้าประชาธิปไตย" ทำยังไง?

    ก็ทำอย่างที่เห็นกันทั้งโลกตอนนี้.............

    "หน้า" ขายประชาธิปไตย

    "ตูด" ขายเผด็จการฝังราก

    ทั้งยุยง ทั้งส่งเสริม ทั้งแทรกแซง แทรกซึม เข้าไปก่อสงคราม เข้าไปมอมหน้าคนในแต่ละชาติ แล้วปลุกปั่นให้เกลียดกัน-ฆ่ากันเอง

    ทำให้แต่ละประเทศเป็น "ตาอิน-ตานา"

    แล้วตัวเอง เข้าไปเป็น "ตาอยู่" ในขั้นตอนสุดท้าย!

    ก็จะเห็นว่า "เส้นขนาน" ของระบบ-ระบอบนั่นแหละ สุดท้าย ในทุกปัญหาของการบ้าน-การเมืองที่แก้ไม่ได้

    ก็จะถูกนำมาใช้เป็น "เส้นใต้ ๒ เส้น" ซ.ต.พ. หรือ Q.E.D. ของโจทย์เลขข้อนั้น!

    โลกเป็นจริง กับโลกตำรา มันเป็น "คนละโลกเดียวกัน" อย่างนี้ การเป็นนักการเมือง "หัวสมัยใหม่" นั้นดี

    แต่การจะเอา "หัว" ออกมาโชว์ให้เห็นว่าเป็น "หัวสมัยใหม่" แท้จริงนั้น

    "คอ" ต้องไม่ขัดอยู่ใน "คอห่าน"!

    ที่พูดนี่ ไม่ได้หมายให้คุณอภิสิทธิ์หรือประชาธิปัตย์ ต้องสงบเสงี่ยมและสงบนิ่ง เป็น "เด็กดี" ของรัฐบาลทหาร

    มันเป็นเช่นนั้นไม่ได้อยู่แล้วโดยสายเลือดประชาธิปัตย์

    แต่ "ประโยชน์บ้าน-ประโยชน์เมือง" คือศูนย์กลางของงานการเมืองของทุกพรรค-ทุกบุคคลมิใช่หรือ?

    นั่นคือความใคร่ครวญด้วยรู้จักแยกแยะในแต่ละสถานการณ์ นำ "ผลได้-ผลเสีย" ขึ้นตาชั่งหาน้ำหนัก แล้วตัดสินใจเพื่อการนั้น

    นั่นแหละ "วิถีแห่งนักการเมือง" เพื่อบ้าน-เพื่อเมืองแท้จริงละ!

    ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์...........

    จอมพลสฤษดิ์ "แค้นนัก" ตอนเป็นนายทหาร เพราะขวางทางเกาะแกะเงินหลวง จนต้องหลบไปอยู่ต่างประเทศ

    แต่พอปฏิวัติ

    คนแรกที่จอมพลสฤษดิ์เชิญตัวมาเป็นมือเศรษฐกิจให้รัฐบาลเผด็จการทหาร ทำหน้าที่วางระบบ-จัดระเบียบ การเงิน-การคลัง-การงบประมาณให้ประเทศ

    คืออาจารย์ป๋วย!

    อาจารย์ป๋วยไม่เคยศรัทธาการเมืองระบบเผด็จการ ไม่เคยศรัทธาจอมพลสฤษดิ์

    แต่เมื่อจอมพลสฤษดิ์ขอร้อง ให้อิสระในการทำงานและการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สังคมชาติบ้านเมือง

    ดร.ป๋วยยอมมาเป็นลูกมือทำงานการเมืองให้รัฐบาลเผด็จการ

    พูดได้เลยว่า ที่สถาบันการเงินของไทย "ธนาคารแห่งประเทศไทย" ได้รับการยอมรับเข้าระดับมาตรฐานโลกทุกวันนี้

    ก็ "อาจารย์ป๋วย" นี่แหละสร้าง!

    นี่คือตัวอย่างผู้ใคร่ครวญด้วยรู้จักแยกแยะสถานการณ์เพื่อ "สังคมรวม"

    กระทั่ง "นายควง อภัยวงศ์" ผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ก็เถอะ คือหนึ่งใน "คณะราษฎร" ที่ปฏิวัติสยาม "เปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕"

    ผู้รับมอบหมายให้เข้าไปทำหน้าที่ "จัดสายตะแล็ปแก็ป" ในไปรษณีย์กลาง เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนา

    ก็ "นายควง" นี่แหละ!

    นี่ก็เพราะท่านใคร่ครวญแล้ว ด้วยสถานการณ์และความเป็นไปยุคนั้น-สมัยนั้น สิ่งที่ทำนั้น สอดคล้องกับกาลสมัย ท่านก็ทำ

    พูดมายืดยาว แล้วผมมีเจตนาอะไรกับอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ บางท่านอาจสงสัย?

    เจตนาดีสถานเดียว ไม่มีอื่นแอบแฝง

    แต่เพราะเห็นท่าน แสดงภาวะผู้นำ "กอดหลักการ" ร่ายตำราประชาธิปไตยเป็น "บทขัด-บทแทรก" ในปฏิบัติการรัฐบาลเผด็จการทหารแทบทุกเรื่อง

    ไม่ใช่ให้ท่านไปเออออ-ห่อหมกกับรัฐบาล คสช.หรือกับเรื่องที่นายกฯ ประยุทธ์ทำ

    แต่มันจำเป็นมั้ย พูดแล้ว-ทำแล้ว มันได้ผลทางบวกทั้งกับตัวเองและทั้งกับสถานการณ์รวมมั้ย?

    ถ้าได้ เอาเลย..........

    แต่ที่เห็น-ที่ทำ มันไม่ได้อะไร มีแต่เอนเทอร์ เดอะ มีต เอนเทอร์ เดอะ โบน คือเข้าเนื้อ-เข้ากระดูกตัวเองแทบทุกเรื่อง

    เรื่อง "จังหวะ" นี่สำคัญ บางเรื่องนายกฯ ประยุทธ์ก็ทำไม่เข้าท่า แต่เรื่องนั้น อยู่ในจังหวะและฉากที่นายกฯ ประยุทธ์เขาเป็นผู้แสดง

    (ทน) ดูเขาไปก่อนก็ไม่เสียหายอะไร

    การที่ "ทะลุกลางปล้อง" ในฉากของเขา ตัวเรานั่นแหละกลายเป็น "ตัวรุ่มร่าม"

    อยู่เฉยๆ คือนิ่งเสีย จะตำลึงทองมากกว่า!

    อย่างกรณี ๖ คำถามที่นายกฯ ประยุทธ์เขาตั้งให้คนไปตอบนั่นน่ะ

    มันเป็นแค่ "ลีลาประกอบฉาก" ของนายกฯ ประยุทธ์เขา ไม่ใช่เรื่องเป็นเนื้อหนังเกี่ยวพัน "ประโยชน์บ้าน-ประโยชน์เมือง" โดยตรง

    คุณอภิสิทธิ์ไม่ต้องคันก็ได้

    แต่กลับคัน ไปคั้นวาทะอย่างนั้น-อย่างนี้ ถึงขั้น หยิบฉวยขยะทางโซเชียลมีเดียไปพูดเป็นจริง-เป็นจัง ว่าทางการเกณฑ์คนไปแสดงความเห็น

    เข้าเนื้อ-เข้าตัวเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์ทางเอกลักษณ์เอกบุรุษทางการเมืองเลย!

    เกณฑ์-ไม่เกณฑ์ มันก็ยี่เกเหมือนเดิม แต่ถ้าเกณฑ์จริงๆ น่ะคนร่วม ๗๐ ล้าน เกณฑ์มาได้แค่หลักหมื่น ท่านก็เคยเป็น "นายข้าราชการทั้งประเทศ" มาก่อน

    ตอบด้วยตรรกะอำนาจซิ...เกณฑ์-ไม่เกณฑ์?

    ในฉากบ้านเมืองที่ "รัฐบาลทหาร" กำลังออกฉาก นักการเมืองระบบเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่ถึงคิว ควรวางตัว-วางบทบาทอย่างไรไม่ให้เสียรังวัด

    อยากให้คุณอภิสิทธิ์มองที่ "ครูการเมือง" ของท่าน คือ "อดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย"

    "รู้เขา-รู้เรา รบร้อยครั้ง-ชนะร้อยครั้ง"

    แต่ขืนนำทัพรบ อย่างที่คุณอภิสิทธิ์รบอยู่ตอนนี้ ไม่มีให้รบถึงร้อยครั้งหรอก

    มัน "จบ" ตั้งแต่ "รบแรก" แล้ว!

  • เปลว สีเงิน

    แหม....ชาวโซเชียลตามติดยิ่งกว่าคู่จิ้น! เสียงกริ๊ดดังไล่หลังยิ่งกว่าฉาก “แจ็ค"กับ"โรส” ยืนกอดกันบนหัวเรือไททานิก "บิ๊กตู่" กับ "บิ๊กป้อม" ไม่เจอหน้ากันหลายวัน วานนี้(๒๐ พฤศจิกายน) ไฟต์บังคับต้องไปเจอกันบนเรือหลวงถลาง
  • บทบรรณาธิการ

    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 โดย ป.ป.ช.ได้กำหนดกรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ขณะไปตรวจรถชนกันคนขับวัย71อ้างตาไม่ดีดาบตำรวจนำกำลังไปตรวจสอบคดีรถชนกันในตัวเมืองชัยภูมิ เฒ่าวัย 71 ซิ่งกระบะฝ่าสัญญาณไฟพุ่งชนเต็มแรงแล้วลากร่างไปไกลสุดที่จะยื้อชีวิต
    ตูนซึ้งใจกราบคุณตาขาขาดวัย 90 ปีที่เจียดเบี้ยยังชีพคนพิการสมทบก้าวคนละก้าว ด้านเชษฐ์สไมล์บัฟฟาโลออกวิ่งในเมืองชลหาทุนให้อีกกว่า 5 แสนบาท
    เครื่องเล่นโมบายปลาหมึกยักษ์ในงานนมัส การพระสมุทรเจดีย์โค่นลงมาทั้งยวง ทำเอาผู้ใหญ่ เด็กที่ขึ้นไปนั่งบาดเจ็บไปตามๆ รมต.ออมสินรีบไปตรวจสอบ พบไม่ได้ขออนุญาต
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว