ชี้ชัดเด็ก “ออกมาเล่น” สมองเจ๋งกว่าอยู่ห้องเรียน

  • Saturday, November 18, 2017 - 00:00


    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว

    ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขยายความสำคัญของการเล่นว่า ปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่กำลังขาดกิจกรรมทางกายอย่างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในเขตเมือง เด็กไทยใช้เวลาอยู่หน้าจอเฉลี่ยวันละ 3.1 ชั่วโมงต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แถมยังมีภาวะเฉื่อยและเนือยนิ่งมากขึ้น และอาจมีความเสี่ยงเป็นโรคในกลุ่ม NCDs หรือโรคติดต่อไม่เรื้อรัง นำโดยโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เป็นต้น

    ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว สสส.มุ่งไปให้ความรู้และจัดโรดโชว์กิจกรรมทางกายตามโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่เด็กใช้เวลาอยู่มากที่สุด โดยให้สถานศึกษาเหล่านั้นจัดกิจกรรมให้เด็กได้ทำกิจกรรมทางกาย เช่น การเล่นหรือออกกำลังกาย ประมาณวันละ 60 นาทีต่อวัน แบ่งเป็น 10-20-30 คือ 10 นาทีก่อนเข้าเรียน ต่อด้วย 20 นาทีระหว่างวัน และ 30 นาทีสุดท้ายหลังเลิกเรียน โดยอาจจะทำกิจกรรมร่วมกับผู้ปกครอง ครู และสถานศึกษา ซึ่งเป็นปัจจัยแวดล้อมสำคัญของเด็กที่จะร่วมสร้างความรู้ความเข้าใจ และการดำเนินการที่สอดคล้องกัน ภายใต้โครงการกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะทางกายในสถานศึกษา

    “มีงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกยืนยันว่า เด็กที่มีกิจกรรมทางกายอย่างเหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป จะทำให้สมองมีพัฒนาการที่ดีทั้งในด้านการคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ สมาธิ และความจำ รวมถึงการสร้างมนุษยสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ดีกว่าเด็กเอาแต่นั่งเรียน หรือนั่งๆ นอนๆ เล่นเกม ดูทีวี เป็นเวลานานจนกลายเป็นความเคยชิน ทำให้มีกิจกรรมทางกายต่ำ เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ”

    ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส.กล่าว และว่า สำหรับกิจกรรมตัวอย่างที่ สสส.นำเสนอให้โรงเรียนต่างๆ โดยแบ่งเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับการเล่น 2 ช่วงวัยสำคัญทั้งเด็กเล็ก หรือนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 และกิจกรรมสำหรับเด็กโต หรือนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 เช่น ฐานวิ่งลอดเชือก (Jump Loop) ที่บูรณาการความรู้มาจากวิชาคณิตศาสตร์และนันทนาการเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มพัฒนาการทางด้านสมอง การประมาณการ และเพิ่มทักษะการเคลื่อนไหวของเด็กๆ หรือจะเป็นฐานบอลหรรษา (The Lucky Ball) ที่จะช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารการเคลื่อนไหวและทรงตัว การเชื่อมโยงประสาทสัมผัส และสอนให้รู้จักความสามัคคี นอกจากนี้ยังมีฐานลำเลียงบอล (Rolling Runner) และฐานบันไดงู (Snake Ladder)

    “โครงการกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะทางกายในสถานศึกษาที่เราดำเนินงานเข้าปีที่ 4 ถือว่าประสบความสำเร็จ ได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง ครู และสถานศึกษานำร่อง โดยจากนี้ สสส.จะพยายามผลักดันกิจกรรมดังกล่าวผ่านหน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งชุมชนต่างๆ เพราะลำพัง สสส.เพียงหน่วยงานเดียวมีงบประมาณไม่เพียงพอที่จะขยายผลไปทั่วประเทศ จึงต้องอาศัยเครือข่ายต่างๆ ช่วยทำหน้าที่หลักเพื่อให้เด็กไทยมีสุขภาวะที่ดีในทุกมิติ”

    ดร.นพ.ไพโรจน์กล่าวต่อวว่า หลังจากทราบแนวทางทำงานของ สสส.แล้ว ขออนุญาตย้ำทำความเข้าใจและประโยชน์ของการ “ออกมาเล่น” (Active Play) ให้ชัดเจนอีกครั้งว่า การเล่นคือกิจกรรมการเล่นใดๆ ที่เด็กเป็นผู้ร่วมเล่นด้วยตนเอง ทำให้เด็กได้รับความสนุกสนาน เป็นการเล่นที่ไม่มีการกำหนดรูปแบบกติกาที่เป็นทางการ และอยู่นอกเหนือชั่วโมงพลศึกษา

    ทั้งยังหมายถึงการละเล่นพื้นบ้านหรือเล่นสนุกที่บ้านได้ด้วย การออกมาเล่นเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางกาย (Physical Activities หรือ PA) อันหมายถึงการเคลื่อนไหวโดยใช้กล้ามเนื้อโครงสร้าง และทำให้มีการใช้พลังงานของร่างกาย ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่

    ระดับเบา คือระดับที่มีการเคลื่อนไหวน้อยมาก เช่น การยืน การนั่ง, ระดับปานกลาง คือการเคลื่อนไหวออกแรงที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ มีความหนักและเหนื่อยในระดับเดียวกับการเดินเร็ว ขี่จักรยาน การทำงานบ้าน โดยมีชีพจรเต้น 120-150 ครั้ง/นาที และระหว่างที่เล่นยังสามารถพูดเป็นประโยคได้และมีเหงื่อซึมๆ

    ส่วนระดับหนัก คือการเคลื่อนไหวร่างกายที่มีการทำซ้ำและต่อเนื่อง โดยใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น การวิ่ง การเดินขึ้นบันได การออกกำลัง มีระดับชีพจร 150 ครั้งขึ้นไป จนทำให้หอบเหนื่อยและพูดเป็นประโยคไม่ได้ ทั้งนี้ สำหรับการออกมาเล่นให้ได้รับประโยชน์สูงสุดและส่งผลที่ดีต่อสุขภาพ เด็กๆ จะต้องมีกิจกรรมทางกายในระดับปานกลางและหนัก

    ดร.นพ.ไพโรจน์กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่าเด็กที่ออกมาเล่นจะมีพัฒนาการสมองที่ดีกว่าเด็กที่มีพฤติกรรมเนือยนิ่ง ดังนี้ ข้อ 1 ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain) หรือเรียกว่า พัฒนาการทางสติปัญญา เกิดจากการทำงานของสมองในขณะที่เด็กเล่น โดยทำหน้าที่สั่งการให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายเคลื่อนไหวอย่างประสานสัมพันธ์กัน พร้อมๆ กับเด็กจะทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมขณะเล่น และส่งผลต่อการพัฒนาสติปัญญาเด็กในการเรียนรู้สาระวิชาการด้านอื่นๆ อีกด้วย

    ข้อ 2 ด้านจิตพิสัย (Affective Domain) คือการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการทางเจตคติ คุณธรรม จริยธรรม ประสบการณ์ที่มีคุณค่าด้านเจตคติของเด็กที่มีต่อตนเองและผู้อื่น เด็กจะยอมรับกฎระเบียบและถือปฏิบัติตาม พร้อมทั้งเห็นคุณค่าของการเคารพกติกาในการเล่น เกิดทักษะสังคมและเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น

    ข้อ 3 ด้านทักษะพิสัย (Psychomotor Domain) คือการเรียนรู้พัฒนาทักษะทางกาย โดยเด็กจะสามารถเลียนแบบท่าทางจากการเล่น รู้จักพัฒนาการควบคุม บังคับการเคลื่อนไหว และเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย
    นอกจากนี้ยังลดโอกาสเกิดภาวะอ้วน 10%, ลดโอกาสการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยง เช่น บุหรี่ ยาเสพติด เพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย, ลดค่าใช้จ่ายรักษาสุขภาพ และลดลงลดโอกาสในการเกิดโรคหัวใจ เส้นเลือดสมองตีบ มะเร็ง และเบาหวาน
    สรุปง่ายๆ ว่า “ออกมาเล่น” หรือ Active Play เป็นกิจกรรมที่มีศักยภาพเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กทั้งมิติทางกาย สมอง และสังคม ดังนั้นเมื่อเห็นข้อดีกันแล้วก็ควรสนับสนุนให้ลูกหลานออกมาเล่นอย่างน้อยวันละ 60 นาที.

    วิ่งสู่ชีวิตใหม่
    ทะลุหลักหมื่น

    ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ที่ปรึกษาคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นประธานเปิดงานวิ่ง "ไทย เฮลท์ เดย์ รัน 2017" ภายใต้โครงการ "วิ่งสู่ชีวิตใหม่ ปีที่ 6" ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่บริเวณสะพานพระราม 8 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน โดยมีแข่งขันวิ่งมินิมาราธอน 10 กม., เยาวชน 3 กม. และกิจกรรมเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพระยะทาง 5 กม.

    บรรยากาศมีนักวิ่งทั้งหน้าใหม่-เก่ารวมกันกว่า 10,000 คน มีนักร้อง-นักแสดงดังเข้าร่วมวิ่งอย่างคับคั่ง อาทิ อ้อม-สุนิสา สุขบุญสังข์, "น้องเม" ปวีณ์สุดา จันทร์เกศ เดอะสตาร์ปี 4, นุ่น-อาจารี เกียรติเฟื่องฟู ทีม Crazy Running ฯลฯ ผลประเภทโอเวอร์ออลชาย รุ่นมินิมาราธอน 10 กม. ได้แก่ ณัฐวุฒิน์ อินนุ่ม สถิติเวลา 34.04 นาที ส่วนแชมป์โอเวอร์ออลหญิงตกเป็นของ สุนิสา พรหมแสง 43.40 นาที ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

    ศ.นพ.อุดมศิลป์กล่าวว่า ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่ละครั้งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดนักวิ่งหน้าใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนตัวเองให้หันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น เกิดกลุ่มและชมรมวิ่งใหม่ๆ สร้างกระแสการวิ่งผ่านโซเชียลมีเดีย และมีการให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพที่สามารถเข้าใจได้ง่ายผ่านช่องทางนี้กันมากขึ้น

    ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ปี 2559 ไทยมีประชากรที่มีกิจกรรมทางกายด้วยการวิ่งราว 12 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่เดิมมีเพียง 5.8 ล้านคน และเชื่อว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    นี่....เขาเล่นกันเป็นทีม คดีที่ "ลุงตู่" ให้เจ้าหน้าที่ใน คสช.แจ้งความให้ดำเนินคดี "หมวดเจี๊ยบ" ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต ตอนนี้เปลี่ยนนามสกุลเป็น "ทิวากรดำรง" ในความผิดเข้าข่าย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา ๑๔ (๒) และข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ หลังไปโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัววิจารณ์ ลุงตู่ว่า
  • บทบรรณาธิการ

    จากกรณีคดีอลเวงแย่งชิงสิทธิ์ลอตเตอรี่เงินรางวัล 30 ล้านบาทที่จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ที่อ้างว่าถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่หนึ่ง แต่ปรากฏว่าสลากชุดดังกล่าวหายไป
  • เอ็กซ์-ไซท์

    เมียสารภาพลดโทษจำ25ปี คดีจนท.ล่อซื้อยาไอซ์ปี59เล่าต๋าราชายาเสพติดชดใช้กรรม ศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิตคดีค้ายาไอซ์ปี 59 หลังเจ้าหน้าที่ปลอมตัวล่อซื้อ เมียถูกจำคุก 25 ปีและชดใช้เงิน 2.5 ล้าน ขณะที่ลูกชายกับสมุนเจอประหารชีวิตหลังยืนกรานต่อสู้คดี
    เกิดเหตุระทึกในสนามบินสุวรรณภูมิ หญิงสาวชาวยุโรปปีนสลิงชั้น 6 อาคารผู้โดยสารสูง 20 เมตรห้อยโหนท่ามกลางความตื่นตะลึงของผู้เห็นเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่พยายามเจรจา 2 ชม.ไม่เป็นผลก่อนร่วงลงมา
    ตำรวจตามตะครุบเจ้าหนี้โหดเผาบ้านลูกหนี้ไลฟ์โชว์เฟซบุ๊ก เพื่อนคนถ่ายคลิปพลอยเข้าปิ้งไปด้วย ที่แท้เหยื่อก็เป็นเพื่อน ยืมเงิน 1 หมื่นบาทแล้วไม่ไปกรีดยางใช้ตามสัญญา ขณะที่ผู้ก่อเหตุก็แก้เกี้ยวแค่หยอกกัน
  • x-cite inside

    ในจำนวนร่าง พ.ร.บ.ที่ภาคประชาชนมีส่วนในการร่างและผลักดัน จนเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้มีอยู่ไม่กี่ฉบับ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551’ ที่ส่งผลให้เกิดการจัดตั้ง ‘สภาองค์กรชุมชนตำบล’ ขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6,000 ตำบลทั่วประเทศ
    ปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่สาธารณะป่าห้วยเม็กของชาวบ้านตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ เมื่อชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ สามารถต่อสู้เพื่อทวงคืนผืนป่าจากบริษัทเครื่องดื่มผสมเคเฟอีนที่มีอำนาจเงินตราและมีทุนมหาศาล เหมือนดังไม้ซีกที่งัดไม้ซุงได้สำเร็จ...
    นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่เกิดขึ้นในโรงภาพยนต์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายนำกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง กว่า 100 คน จัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ผ่านการชมภาพยนตร์เรื่อง “ของขวัญ” ผลงานการสร้างสรรค์ของ 4 ผู้กำกับแถวหน้า "ปรัชญา ปิ่นแก้ว, นนทรีย์ นิมิบุตร, ก้องเกียรติ โขมศิริ, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล"