ความโปร่งใส รากฐานไทยแลนด์ 4.0

  • Saturday, November 18, 2017 - 00:01


    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 โดย ป.ป.ช.ได้กำหนดกรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี

    ประกอบด้วย 1.ดัชนีความโปร่งใส 2.ดัชนีความพร้อมรับผิด 3.ดัชนีความปลอดจากการทุจริตในการปฏิบัติงาน 4.ดัชนีวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร และ 5.ดัชนีคุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน โดยคะแนนประเมินระหว่าง 80-100 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์คุณธรรมและความโปร่งใสในระดับที่สูงมาก, 60-79.99 อยู่ในระดับสูง, 40-59.99 อยู่ในระดับปานกลาง, 20-39.99 อยู่ในระดับต่ำ, 0-19.99 อยู่ในระดับต่ำมาก ซึ่งไม่พบว่ามีหน่วยงานใดได้คะแนนในเกณฑ์ต่ำและต่ำมาก

    โดยหน่วยงานรัฐที่สำนักงาน ป.ป.ช.ทำการประเมินในครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 422 หน่วยงาน ประกอบด้วย ศาล (เฉพาะหน่วยงานธุรการ) จำนวน 3 หน่วยงาน พบว่า สำนักงานศาลยุติธรรมได้คะแนนสูงสุด 92.37, สำนักงานศาลปกครอง 88.29 และสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ 81.79

    องค์กรอิสระ 5 หน่วยงาน พบว่า สำนักงาน ป.ป.ช.ได้คะแนนสูงสุด 90.44 และสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้คะแนนน้อยสุด 71.20, ในส่วนอัยการ พบว่า สำนักงานอัยการสูงสุดได้คะแนน 78.98, หน่วยงานในสังกัดรัฐสภา 2 หน่วยงานคือ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้คะแนนใกล้เคียงที่ 82.70 และ 82.94 ตามลำดับ

    สำหรับสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้คะแนน 90.24, หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ 54 หน่วยงาน พบว่า หน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ได้คะแนนสูงที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 97.97, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 97.13, ธนาคารออมสิน 95.79 ส่วนโรงพิมพ์ตำรวจได้คะแนนน้อยสุด 68.80

    องค์กรมหาชน 52 หน่วยงาน พบว่า องค์กรมหาชนที่ได้คะแนนสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร 96.55, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 96.43, สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 95.14 ส่วนสถาบันอนุญาโตตุลาการได้คะแนนน้อยสุด 66.52

    หน่วยงานภาครัฐระดับกรม 147 หน่วยงาน พบว่า หน่วยงานที่ได้รับคะแนนสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้คะแนนสูงสุด 92.46, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม 92.13, สำนักงานกิจการยุติธรรม 91.46 ส่วนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้คะแนนน้อยสุด 59.65

    ส่วนราชการระดับจังหวัด 76 หน่วยงาน พบว่า จังหวัดที่ได้คะแนนสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ ชัยนาท 84.76, สกลนคร 84.73, พะเยา 84.49 ส่วนอุดรธานีได้คะแนนน้อยสุด 75.11 และสถาบันอุดมศึกษา 81 หน่วยงาน พบว่า สถาบันการศึกษาที่ได้คะแนนสูงที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ 87.17, มหาวิทยาลัยรามคำแหง 85.81, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 85.18 ส่วนมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ได้คะแนนน้อยสุด 57.43.

    เบื้องต้นคือข้อมูลที่สำคัญที่แสดงผลลัพธ์เชิงประจักษ์ ในภาพรวมของผลประเมินความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ จากการประเมินของ ป.ป.ช. ซึ่งถือเป็นข้อมูลนำทางที่สำคัญในการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ และต่อยอดในการทำงานต่อเนื่อง ของการปฏิบัติการถอนรากถอนโคน การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นปมปัญหาสำคัญที่ทำให้ประเทศติดหล่ม และเกิดวิกฤติสืบเนื่อง ชอนไช เป็นวงจรมาจนถึงทุกวันนี้

    โดยเฉพาะรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่ประกาศที่จะนำพาประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ผลสะท้อนจากข้อมูลในครั้งนี้จะนำไปสู่การเดินหน้าผลักดันเพื่อที่จะขยายโมเดลปลอดทุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ ของการทำงานในการดำเนินนโยบายดังกล่าว ซึ่งจะต้องทำงานควบคู่ไปด้วยกัน เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายของการสร้างสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยธรรมาภิบาลได้อย่างแท้จริง

    ขณะเดียวกัน น่าสนใจว่า นอกเหนือจากการวัดผลหรือประมวลผล จากการประเมินของ ป.ป.ช.ควรมีการสำรวจจากประชาชน หรือความคิดเห็นจากสังคมด้วยเช่นกัน ในการประเมินผลความโปร่งใส หรือการให้คะแนนจากส่วนรวม เพื่อเห็นผลภาพรวม และแสดงผลออกมาในรูปแบบคู่ขนาน จากการมีส่วนร่วมในการประเมินผลจากประชาชนโดยภาพรวม ซึ่งทางหนึ่งจะยิ่งเป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน และฉายภาพความบกพร่องในแต่ละจุด หรือแต่ละหน่วยงานได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

    และท้ายที่สุด จะนำมาซึ่งการเดินหน้าสู่เส้นทางการปฏิรูป สร้างสังคมไปสู่ความโปร่งใส ขับเคลื่อนธรรมาภิบาลได้อย่างแท้จริงของสังคมไทย โดยเฉพาะเป้าหมายของการปฏิรูปประเทศ ที่จะต้องเจอเรื่องใหญ่ๆ อาทิ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความขัดแย้ง และการทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะในระบบราชการ ซึ่งเป็นองคาพยพสำคัญในกลไกขับเคลื่อนประเทศ มีการบริหารจัดการด้วยความโปร่งใส เพื่อสร้างรากฐานอนาคตไปสู่เป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างแท้จริง.

  • เปลว สีเงิน

    นี่....เขาเล่นกันเป็นทีม คดีที่ "ลุงตู่" ให้เจ้าหน้าที่ใน คสช.แจ้งความให้ดำเนินคดี "หมวดเจี๊ยบ" ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต ตอนนี้เปลี่ยนนามสกุลเป็น "ทิวากรดำรง" ในความผิดเข้าข่าย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา ๑๔ (๒) และข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ หลังไปโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัววิจารณ์ ลุงตู่ว่า
  • บทบรรณาธิการ

    จากกรณีคดีอลเวงแย่งชิงสิทธิ์ลอตเตอรี่เงินรางวัล 30 ล้านบาทที่จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ที่อ้างว่าถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่หนึ่ง แต่ปรากฏว่าสลากชุดดังกล่าวหายไป
  • เอ็กซ์-ไซท์

    เมียสารภาพลดโทษจำ25ปี คดีจนท.ล่อซื้อยาไอซ์ปี59เล่าต๋าราชายาเสพติดชดใช้กรรม ศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิตคดีค้ายาไอซ์ปี 59 หลังเจ้าหน้าที่ปลอมตัวล่อซื้อ เมียถูกจำคุก 25 ปีและชดใช้เงิน 2.5 ล้าน ขณะที่ลูกชายกับสมุนเจอประหารชีวิตหลังยืนกรานต่อสู้คดี
    เกิดเหตุระทึกในสนามบินสุวรรณภูมิ หญิงสาวชาวยุโรปปีนสลิงชั้น 6 อาคารผู้โดยสารสูง 20 เมตรห้อยโหนท่ามกลางความตื่นตะลึงของผู้เห็นเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่พยายามเจรจา 2 ชม.ไม่เป็นผลก่อนร่วงลงมา
    ตำรวจตามตะครุบเจ้าหนี้โหดเผาบ้านลูกหนี้ไลฟ์โชว์เฟซบุ๊ก เพื่อนคนถ่ายคลิปพลอยเข้าปิ้งไปด้วย ที่แท้เหยื่อก็เป็นเพื่อน ยืมเงิน 1 หมื่นบาทแล้วไม่ไปกรีดยางใช้ตามสัญญา ขณะที่ผู้ก่อเหตุก็แก้เกี้ยวแค่หยอกกัน
  • x-cite inside

    ในจำนวนร่าง พ.ร.บ.ที่ภาคประชาชนมีส่วนในการร่างและผลักดัน จนเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้มีอยู่ไม่กี่ฉบับ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551’ ที่ส่งผลให้เกิดการจัดตั้ง ‘สภาองค์กรชุมชนตำบล’ ขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6,000 ตำบลทั่วประเทศ
    ปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่สาธารณะป่าห้วยเม็กของชาวบ้านตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ เมื่อชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ สามารถต่อสู้เพื่อทวงคืนผืนป่าจากบริษัทเครื่องดื่มผสมเคเฟอีนที่มีอำนาจเงินตราและมีทุนมหาศาล เหมือนดังไม้ซีกที่งัดไม้ซุงได้สำเร็จ...
    นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่เกิดขึ้นในโรงภาพยนต์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายนำกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง กว่า 100 คน จัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ผ่านการชมภาพยนตร์เรื่อง “ของขวัญ” ผลงานการสร้างสรรค์ของ 4 ผู้กำกับแถวหน้า "ปรัชญา ปิ่นแก้ว, นนทรีย์ นิมิบุตร, ก้องเกียรติ โขมศิริ, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล"