ยุครัฐบาลระบอบทักษิณครองเมือง "อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น" ฉะนั้น กรณีไฟฟ้าดับ "ทั่วภาคใต้" ๑๔ จังหวัด ร่วม ๕ ชั่วโมง จากหัวค่ำเกือบเที่ยงคืนเมื่อ ๒๑ พ.ค.๕๖ นั้น...ทำใจเถอะพี่น้อง ถึงรัฐมนตรีพลังงาน ผู้บริหาร กฟผ.-กฟภ.ยกเหตุแจงให้ทราบ แต่ถ้าถาม "นั่นใช่ความจริงไหม" ผมบอกได้เพียงว่า "มีหูก็ฟังไว้" ส่วนจะเชื่อ-จะใช่หรือไม่....
ก็เป็นอัน ซ.ต.พ.ได้ว่า "ขณะที่ทักษิณต้ม นปช.และชาวบ้านเสื้อแดงเป็นผีโม่แป้งให้ ส.ส.เพื่อไทยและ ครม.ยิ่งลักษณ์ ก็ต้มทักษิณเป็นควายหลอกไถนาให้"
บทสรุปนี้ ยืนยันโดย "มติพรรค" เพื่อไทยวานนี้ (๒๑ พ.ค.๕๖) ไม่สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่มีเนื้อหามุ่งเน้น ล้างโทษ-คืนทรัพย์ ๔.๖ หมื่นล้านให้ทักษิณ
"เชื้อไม่ทิ้งแถว" เป็นอย่างไร ดูตัวอย่างได้จาก "ตลบตะแลงทักษิณ" เมื่อคืนอาทิตย์ ๑๙ พ.ค. ที่สี่แยกราชประสงค์ เทียบกับ "ปาฐกถายิ่งลักษณ์" เมื่อ ๒๙ เม.ย. ที่อูลาน-บาตอร์ แนวทางประชาธิปไตยของพี่น้องคู่นี้ คืออะไรที่ครอบครัวกูทำแล้วไม่ต้องผิด "เป็นประชาธิปไตย" แต่อะไรที่ครอบครัวกูทำแล้วผิด "มันเป็นความเจ็บปวดของครอบครัวดิฉัน" เพราะมันไม่เป็นประชาธิปไตย!
เพราะแกนโลกมันเอียง แต่ละพื้นที่โลกจึงรับแสงต่างเวลากันไป ช่วงนี้จนถึงมิถุนา ทางโลกซีกเหนือจะอยู่ในช่วงสปริง คือฤดูกาล กิ่ง-ก้าน-ใบ แห่งชีวิตใหม่ผลิบาน แต่ถ้าเป็นทางโลกซีกใต้ ดอกไม้-ใบไม้แห่งฤดูกาลสปริง จะรอบานเบิกฟ้าระหว่างเดือนกันยาไปจนถึงพฤศจิกายน
เสาร์ที่ ๑๘ พฤษภา ๕๖ สิทธิโชคโฉลกดี เอาผ้าสีพันองค์เป็นมงคล "ทักษิณคิด-ยิ่งลักษณ์ทำ" ยกหลานสาวให้เป็นสะใภ้เขมรฮุน เซน ที่พลาซ่า แอทธินี ส่วนอาทิตย์ ๑๙ พฤษภา ก็สิทธิโชคโฉลกดี เอาผ้าผีพันองค์เป็นอวมงคล "ทักษิณคิด-ยิ่งลักษณ์ทำ" ยกสี่แยกราชประสงค์ให้ นปช.ยึด แสดงแสนยานุภาพกองกำลัง "แดงทั้งแผ่นดิน" ฮึกเหิมถึงวัน "เผาบ้าน-เผาเมือง"
นับวันผมจะศรัทธา "คุณถวิล เปลี่ยนศรี" ยิ่งขึ้น ในขณะที่ต้นไม้จะเอนยอดไปซบแสงอาทิตย์ คนในระบบราชการจะเอนศีรษะไปซบเกือกอำนาจ แต่คนในระบบราชการอย่างคุณถวิล กลับเป็นพันธุ์สักทอง ถึงน้ำท่วม ฝนแล้ง ใบแห้งปลิดขั้วร่วงหล่น "สัก-ถวิล" ทระนง ยืนต้นตรงดั่งคันทวน เป็นข้าราชการ "จริงเพื่อชาติ-ยืนหยัดเพื่อประชาชน" ไม่ซบยอด-ทอดต้น ให้กับเหล่าสถุลชนเริงเมือง
ยิ่งลักษณ์ "ขาขึ้น" มานาน แต่ตอนนี้ส่ออาการ "ขาลง" ยังไงชอบกล เกิดเพราะแดงสาดเลือดที่ทำเนียบฯ หรือต้องมาตายเพราะแดงเลือดสาดที่ทำเนียบฯ เฮ้อ...ก็ได้แต่เอาใจช่วยอยู่ลึกๆ ช่วงนี้ พยายามซ่อนลิ้นไว้ในปากได้จะเป็นศรีกับตัว แต่บอกจะไปโชว์ "ยิ่งลักษณ์ สปีช" ในงานประชุมเรื่องน้ำที่เชียงใหม่วัน-สองวันนี้ ไม่เข็ด...ก็อย่าไปยก "อุทาหรณ์" ประชาธิปไตยมองโกเลียอีกก็แล้วกัน!
บ้านเมืองตอนนี้ "อยู่ในเงาคราส" ครบเครื่อง ผู้คนจะรุ่มร้อน อึดอัดในอก หงุดหงิดง่ายโดยบางทีตัวเองก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงได้เป็นคนน่าทุเรศอย่างนั้น เมื่อโมหะตัณหาบังตา-บังสติ ก็ป่วยการยกเหตุ-ยกผลขึ้นมาพูดจากัน เข้าทำนอง "ยามหน้ามืด" ก็รู้ทั้งรู้ แต่กูชอบของกูอย่างนี้ ใครจะทำไม อะไรประมาณนั้น ฉะนั้น ก็ประกวดด่ากันชิงถ้วยไปพลางๆ ละกัน
วันนี้....จันทร์ที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖ "วันพืชมงคล" มีพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญที่ท้องสนามหลวง เป็นนิมิตว่า "ฟ้า-ดิน" กำหนดให้ผืนดิน-ผืนป่า "ประชาสยาม" เป็นเขตคามแห่งชนชาวเกษตร จรดพระนังคัล คือมั่นหมาย น้ำมา-ฝนมา ข้าวปลา-พืชพันธุ์ธัญญาหาร ถึงฤดูกาลหว่าน-คราด-ดำ-ไถ กล้าใหม่แทนไม้เก่า ข้าวเต็มนา-ปลาเต็มหนอง-คลองเต็มน้ำ แผ่นดินนี้จึงได้นาม...สยามเมืองยิ้ม!
นี่...ถ้าจะพัฒนาประเทศกันจริงๆ นะ ไม่ใช่ไปยุบโรงเรียนขนาดเล็กตามบ้านนอก-บ้านนา-ป่าดง อันเป็นช่องทางแคบๆ "ช่องทางเดียว" ในโลกกว้าง สำหรับเพาะเมล็ดพันธุ์ใหม่ที่ไกลแสงให้เติบกล้า เป็นร่มสัก-ร่มไทรของชาติในอนาคต








