วันนี้-วันอังคารที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ตรงกับแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘/๘ ปีขาล เป็นวันเข้าพรรษา ปรากฏดวงดาวบนท้องฟ้าที่สำคัญคือ เสาร์เล็งมฤตยู ตามปฏิทินอาจารย์เทพ สาริกบุตร บอกไว้ว่า ในระยะ ๓-๔ วันนี้ มักมีเหตุขัดแย้ง ทะเลาะวิวาทในหมู่ผู้แทนราษฎร ผู้ใช้แรงงาน เกษตรกร และผู้ยากไร้ ทั้งมักเกิดการก่อความไม่สงบ อุบัติเหตุ อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติใหญ่รุนแรง
วันนี้-วันจันทร์ที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘/๘ ปีขาล เป็นวันจันทร์เพ็ญปุรณมี "วันอาสาฬหบูชา" ตามปฏิทิน "อาจารย์เทพ สาริกบุตร" บอกว่า ในระยะ ๓-๔ วันนี้ มักมีอุบัติเหตุ ภัยพิบัติทางอากาศ และภัยธรรมชาติ ทั้งมักเกิดอาชญากรรม หรือการก่อความไม่สงบร้ายแรง
"นายกฯ อภิสิทธิ์" นี่ ท่านมีแฟนประเภท "รักคุด" เยอะจริงๆ เมื่อวาน (๒๓ ก.ค.๕๓) ยกคณะสัญจรมาที่ "ไทยโพสต์" ตามยุทธศาสตร์ปฏิรูปสื่อ รัฐมนตรี "องอาจ คล้ามไพบูลย์" ซึ่งเป็นผู้กำกับโปรเจ็กต์ A บอกว่า ช่วงพักเที่ยงจะเวียนไปเคาะประตูสื่อสำนักต่างๆ ถ้าสื่อไม่ผลักไส ตั้งใจจะไปให้ครบทุกแห่ง
เฮ้อ...กลุ้มใจ อยากจะปรึกษาท่าน "พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน" รอง ผบช.น.ซักหน่อยว่า ผมจะทำไงดีไม่ให้ตกเป็นผู้ต้องหาหมิ่นพระมหากษัตริย์ ตามนัยทัศนะของท่าน เพราะผมเรียกขานพระมหากษัตริย์ใน "ราชวงศ์พระร่วง" พระองค์หนึ่ง ตั้งแต่เรียน ป.๔ จนถึงทุกวันนี้ว่า "พ่อขุนรามคำแหงมหาราช" แถมก่อนนอนทุกคืน สวดมนต์ไหว้พระจบ ผมก็จะกล่าวพระนาม "พ่อขุนรามคำแหง" ในใจ พร้อมกราบสระ-พยัญชนะไทยทุกตัว ระลึกรู้พระคุณในฐานะ "ครูบาอาจารย์" คนแรกและปัจจุบันของผม
ประเทศชาติยังคงติดหล่ม "ขบวนการล่มเมือง" เดินหน้าก็ไม่ไป ถอยหลังก็ไม่พ้น เป็นภาวะทั้งน่าเบื่อหน่าย ทั้งน่าอึดอัด-รำคาญ อีกทั้งคนในระบบราชการ ไม่ว่าตำรวจ-ทหารก็ทำงานในลักษณะ "ลูกตุ้มนาฬิกา" แกว่งไปซ้ายที แกว่งมาขวาที ไม่รู้-ไม่ชี้ ถึงเวลาก็ตี แป่ง..แป่ง..ตามกลไกที่ตั้งไว้ เงินเดือนและผลได้จากระบบ-เอา แต่จิตสำนึกในงานยามชาติป่วย-ไม่มี ประเทศไทยในภาวะนี้ดูเวิ้งว้าง ไร้ที่หวังเสียจริงๆ
วันนี้-วันอังคารที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ตรงกับวันขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๘/๘ ปีขาล ตามปฏิทินโหราศาสตร์ ท่านอาจารย์เทพ สาริกบุตร บอกถึง "ปรากฏการณ์ดวงดาว" ไว้ว่า ดาวอังคารยกเข้าราศีกันย์ ๐๘.๐๕ น. และในระยะ ๖-๗ วันนี้ มักมีเหตุขัดแย้งทะเลาะวิวาทในหมู่ผู้แทนราษฎร ผู้ใช้แรงงาน เกษตรกร และผู้ยากไร้ ทั้งมักเกิดการก่อความไม่สงบ อุบัติเหตุ อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติร้ายแรง
เฉพาะวันนี้-บ้านเมืองยังสงบตามอัตภาพ เลยไม่รู้จะคุยอะไร ขืนคุยเรื่อยไป ที่ดูคล้ายว่าสงบ จะพลันไม่สงบขึ้นมาก็ได้ เอาอย่างนี้ดีกว่า ใครมีนิเวศน์-เคหาอยู่ต่างจังหวัด เตรียมเก็บที่หลับ-ที่นอน ครกกะบากสากกะเบือ หม้อไห สัตว์เลี้ยง ตลอดถึงข้าวของทองเงินที่คิดว่า "ขาดแล้วชีวิตไม่เป็นสุข" ไปไว้ในที่ที่ท่านคิดว่าถ้า "น้ำมา" แล้วจะปลอดภัยเสียแต่เนิ่นๆ เพราะดูท่าแล้ว ที่ร้องกันว่า แล้ง..แล้ง..จะแย่งกันขึ้นไปอยู่บนหลังคาแทบไม่ทัน!
ช่วงนี้-จนถึงวันที่ ๒๒ ก.ค.เป็นเวลา ๘ วัน ผมเข้าคอร์ส "สู่ความเป็นผู้พ้นโรค" วันๆ ก็ไม่ได้ทำอะไร คร่ำเคร่งอยู่กับการต้มยาจีน แล้วก็นั่งเฝ้าไฟ รอให้เดือดจนตัวยาซึ่งผมก็ไม่ทราบว่ามีอะไรมิต่ออะไรบ้าง "ห่อเบ้อเร้อ" ปล่อยสารสรรพคุณออกมารวมกันเป็น "หยดน้ำชุบชีวิต" จาก ๘๐๐ ซีซี จนเหลือ ๒๕๐ ซีซี ดื่มไปมื้อแรกก่อนนอน ก็ไม่เป็นอันนอน เพราะเกิดปรากฏการณ์พิสดารเป็นอาการอย่างหนึ่งแผ่ซ่านจนสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งสารพางค์กาย ผมก็อธิบายไม่ถูก แต่สรุปจากความรู้สึกที่บอกกับตัวเองว่า
ที่เราเคยคุยกันเล่นๆ ว่า น่าจะหาพื้นที่สร้าง "กรุงเทพฯ แห่งใหม่" ถึงตอนนี้คงไม่เล่นแล้วละ คงต้องคิดและลงมือทำกันจริงๆ จังๆ เสียแล้ว อ่านข่าวจาก "ไทยโพสต์"
เอ่อ...เคยได้ยินชื่อโครงการตามพระราชดำริ "ชั่งหัวมัน" ที่อำเภอท่ายาง เพชรบุรี กันบ้างมั้ย ท่านเจ้าประคุณเอ๋ย...เขาว่าต้องบุกป่าผ่าดงเข้าไป เพราะเป็นถิ่นทุรกันดาร ไม่มีทั้งถนน ทั้งไฟฟ้า ทั้งประปา ไม่มีอะไรทั้งนั้น แต่ที่นี่แหละ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"









