เปลี่ยนที่ว่างเป็นแดนสร้างสรรค์ รุกสร้างเด็กเติบโตแบบมีคุณภาพ
หากพูดถึงพื้นที่สร้างสรรค์ในประเทศไทย อาจจะมีน้อยเกินไปต่อความต้องการของเด็กและเยาวชนไทย ผลที่ตามมาทำให้เขาเหล่านั้นอาจขาดพื้นที่แสดงออกในการสร้างโอกาสในการพัฒนารอบด้านตามวัย และตอบสนองความต้องการของวัยที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้และเสริมสร้างพัฒนาการอย่างสร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นให้พวกเขาได้รับประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์
ถ้าพูดถึงการสัญจรบนท้องถนน คงไม่มีพาหนะประเภทใดที่เป็นเจ้าความเร็วบนท้องถนนในเมืองที่แออัดได้ดีเท่ากับมอเตอร์ไซค์อีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการซอกแซกตามพื้นที่แคบระหว่างรถไปมา หรือขึ้นขับเลาะฟุตบาท วิ่งสวนเลน แม้กระทั่งในต่างจังหวัด มอเตอร์ไซค์ก็นับได้ว่าเป็นยอดพาหนะหลักที่ทุกบ้านต้องมี โดยเฉพาะครอบครัวชนชั้นกลาง
เดินไปที่ไหนๆ ของเมืองไทย ก็จะพบลูกหลานจีน ทั้งอาหมวย อาตี๋ อาซ้อ อาอึ้ม อาเจ็ก อาแปะ เต็มไปหมด จนอาจกล่าวได้ว่าไทยเป็นประเทศที่มีพลเมืองเชื้อสายจีนมากมายเสียจริงๆ
เมื่อถึงวันเด็กแห่งชาติทีไรก็จะได้เห็นเด็กๆ มีความสุขจนล้นปรี่ เพราะทั้งได้กิน ได้เที่ยว ได้เล่นของเล่นมากมายหลายอย่าง เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งวันที่เด็กๆ เฝ้านับวันรอเลยทีเดียว แต่พอบรรยกาศของงานเทศกาลความสุขในวันเด็กเสร็จสิ้นลง ต่อไปก็จะเป็นคิวของวันครูแห่งชาติ
“สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี” นี่คือคำขวัญประจำวันเด็กแห่งชาติปี 2555 ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบให้กับเด็กๆ ในปีนี้ ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ผู้นำประเทศปฏิบัติสืบต่อกันมา ตั้งแต่ยุคของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อปี พ.ศ.2499 ซึ่งปลุกกระแสชาตินิยม และต้องการให้คนทั้งประเทศหันมาให้คุณค่าและความสำคัญแก่เด็ก ด้วยเหตุนี้จึงมีคำขวัญที่เป็นข้อคิดคติเตือนใจเกิดขึ้นในสังคมไทยนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ใครเคยชินกับการต้อนรับปีใหม่ด้วยการเฉลิมฉลองด้วยวิธีการอื่นๆ อาจอยากจะปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่ๆ กันบ้างแล้ว เพราะปีนี้เป็นปีที่เราประสบปัญหาความสูญเสียจากอุทกภัยครั้งร้ายแรง สร้างความบอบช้ำทางกายภาพ บ้านเรือน ทรัพย์สิน ข้าวของวัตถุแสนรักที่สะสมมาไปเรียบร้อยแล้ว
เป็นเรื่องจริงที่คนพิการนั้นมักถูกสังคมทอดทิ้ง หรือลดระดับลงไปเป็นพลเมืองอีกชั้นหนึ่ง
โอกาสแห่งชีวิตที่ต้องแลกด้วยน้ำตาและหงาดเหงื่อ พ่วงด้วยความกดดันและสารพันปัญหา แต่ทั้งหมดนั้นไม่สามารถบั่นทอน "แรงฮึด" และ "กำลังใจ" ของเยาวชนทุพพลภาพ ที่แปรสภาพเป็น "นักกีฬาคนพิการ รับใช้ชาติไทย" แม้จะไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็นก็ตาม
ว่ากันว่าหากเราได้ลงมือทำการเรียนรู้หาคำตอบสิ่งใดด้วยตัวเอง จะเกิดเป็นความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวระยะยาวมากกว่าการอ่านหรือฟัง จากการบอกเล่าจากผู้อื่น พร้อมกันนี้ยังนำไปสู่การกระตุ้นให้เกิดเป็นความคิดสร้างสรรค์หรือความคิดนอกกรอบอีกด้วย
สอดคล้องกับปัญหาหนึ่งที่มักพบเจอ ที่เราจะเห็นได้ว่าในการสอบประเมินผลจะมี
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า มีเด็กนักเรียนหลายโรงเรียนจะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ และกลับเข้าไปโรงเรียนในวันที่ 6 ธันวาคมนี้ ซึ่งจะเป็นวันเปิดเทอมวันแรกของเด็กที่โรงเรียนโดนน้ำท่วมหรือบ้านน้ำท่วม และขณะนี้น้ำแห้งแล้ว แต่ก็ยังมีเด็กอีกหลายโรงเรียน โดยเฉพาะในจังหวัดชายขอบกรุงเทพฯ อย่างนนทบุรีและปทุมธานี ที่ยังเปิดเทอมไม่ได้และต้องเลื่อนเปิดเทอมออกไปอีก
สิ่งที่มายืนยันว่าเด็กจะเรียนได้ครบสมบูรณ์ตามหลักสูตรอย่างที่ควรจะเป็นก็คือ การกำหนดให้เด็กต้องเรียนชดเชยตอนเย็นทุกวัน หรือเรียนเพิ่มในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อเรียนให้ทัน
แม้ล่าสุด ทางกระทรวงศึกษาธิการจะประกาศให้เด็กเลื่อนสอบการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งชาติ (โอเน็ต) ออกไปแล้ว ชั้น ป.6 เดิมสอบวันที่ 15 ก.พ.2555 เลื่อนเป็นวันที่ 27 ก.พ.2555 และชั้น ม.3 เดิมสอบวันที่ 16-17 ก.พ.2555 เลื่อนเป็นวันที่ 28-29 ก.พ.2555 เพื่อไม่ให้เด็กต้องเครียดกับภาระหน้าที่ที่รออยู่มากเกินไป








