ป.ย.ป.ขับเคลื่อนกันแบบไทยๆ

  • Thursday, July 13, 2017 - 00:00


    การปฏิรูปประเทศ หรือการประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป) ซึ่งมีเป้าหมายนั้นคือ เพื่อจัดลำดับความสำคัญการปฏิรูปแก้ปัญหาความซ้ำซ้อน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แต่ในทางหนึ่ง ก็ต้องตั้งคำถามในการทำหน้าที่ที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของระบบราชการเช่นเดียวกัน ดังที่เป็นอยู่ในขณะนี้

    โดยการประชุม ป.ย.ป.ที่น่าสนใจซึ่งจะมีขึ้นครั้งหน้า ในวันที่ 24 ก.ค. การประชุมที่จะถึงนี้มี 4 เรื่องปฏิรูปที่สำคัญ โดยหนึ่งในนั้นคือการปฏิรูประบบราชการ โดยแบ่งเป็น 7 วาระสำคัญ คือ 1.การปฏิรูปกฎหมาย 2.การปฏิรูประบบตัวชี้วัดของภาครัฐทั้งหมด 3.ปฏิรูปการทำงานรัฐบาลให้มีความคล่องตัวและกระชับมากขึ้น 4.ปฏิรูปจัดสรรกำลังพลภาครัฐ ทำอย่างไรให้มีข้าราชการในจำนวนที่เหมาะสมในอนาคต ซึ่งต่อไปจะมีรัฐบาลที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล โดยที่กำลังพลบางส่วนจะหายไปและบางส่วนถูกแทนที่ด้วยข้าราชการที่มีทักษะอีกแบบหนึ่ง โดยคงข้าราชการที่มีประสิทธิภาพไว้ และเอาข้าราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพออก 5.การปฏิรูปงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 6.การปรับเปลี่ยนข้าราชการสู่ระบบดิจิทัล และ 7.การยกระดับการบริการให้ประชาชน ผลักดัน พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวก

    ทั้งนี้ โดยสรุปใจความสำคัญตามที่ ป.ย.ป.ได้ประชุมล่าสุด ได้ระบุว่า ทั้ง 7 เรื่อง ต้องทำให้เกิดเป็นรูปธรรม ผ่านกลไกประชารัฐ ด้วยการปฏิรูประบบราชการต้องไม่ทำด้วยตัวเอง แต่ต้องมีภาคประชาชนและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งภาคประชาชนมีรายชื่อบ้างแล้วในขณะนี้

    แน่นอนว่า โดยเนื้อหาใจความสำคัญของ ป.ย.ป.เรียกได้ว่าสวยหรู แต่อย่างไรก็ตาม หากลองย้อนไปสู่การปฏิบัติการจริง หรือรูปธรรมแห่งผล ตามที่ ป.ย.ป.ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ น่าจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากมองความเป็นจริงในปัญหาของสังคมไทยที่ ป.ย.ป.ตั้งเป้าที่จะแก้ไข เพราะเพียงปัญหาการปฏิรูประบบราชการเพียงอย่างเดียว ก็ต้องใช้เวลาเป็นอย่างมาก ทั้งการพัฒนาบุคลากร และพัฒนาระบบ แต่ขณะเดียวกัน เมื่อมองลงไปในแก่นกลาง เพื่อที่จะใช้ในการขับเคลื่อนประเทศในนามของ ป.ย.ป.เองเข้ามาซ้อนทับเข้าไปอีก ซึ่งทุกองคาพยพล้วนต้องผ่านกลไกประชารัฐ หรือระบบราชการเป็นที่ตั้ง

    ขณะเดียวกัน หากพินิจพิจารณาการทำงานของ ป.ย.ป.เอง ก็ถือว่าล่าช้า ผูกติดอยู่กับกลไกราชการที่สลับซับซ้อน เพราะหากไล่เรียงเวลากลับไป ป.ย.ป. มีการประชุมใหญ่ครั้งแรกเป็นรูปธรรมเมื่อต้นปี 2560 นั้นคือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นับล่วงเวลามาถึงขณะนี้ และการทำงานที่เรียกว่ายังไม่มีอะไรพอจับต้องได้เป็นรูปธรรม ก็ถือว่าได้ว่าล่าช้าอยู่พอสมควรกว่าจะมีข้อสรุปดังที่กล่าวในช่วงต้น ซึ่งการทำงานของ ป.ย.ป.เอง แทบจะเรียกได้ว่า ระบบราชการในระบบราชการอีกที

    อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการมีส่วนร่วม ตราบใดก็ตามที่การทำงานของ ป.ย.ป.ยังผูกติดอยู่กับแกนกลางของระบบราชการเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนของภาคประชาชนหรือภาคประชาสังคม ย่อมไม่มีพื้นที่หรือเป็นได้แค่ตัวชูโรงตามข้อปฏิบัติในเอกสาร หรือตามแผนงานของระบบราชการที่อยู่ในหน้ากระดาษ เพื่อรายงานความคืบหน้าเพียงเท่านั้น

    ป.ย.ป.ควรมีการทบทวนการทำงาน และปฏรูปการทำงานของตัวเองเป็นอันดับหนึ่งอย่างเร่งด่วนในขณะนี้ซึ่งเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่สำคัญ ก่อนที่จะทำงานยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีให้เกิดประสิทธิผล ทั้งนี้ เพื่อทำงานอย่างรวดเร็ว ให้เท่าทันกับปัญหาและมีศักยภาพบทบาทหน้าที่ให้สมกับเป้าหมายและความวาดหวังของรัฐบาล ที่ต้องขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศ ถอดสลักปมปัญหา มิใช่ขับเคลื่อนกันแบบ ไทยๆ ไปวันๆ ภายใต้ระบบราชการอืดอาด?.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น