เสียงสะท้อน 'รมต.' ต้องทำงาน

  • Wednesday, July 26, 2017 - 00:00


    แม้จะยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล เกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้าโพล นำเสนอผลสำรวจความเห็นประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็นการปรับ ครม.ด้วยเหตุผล ครม.ชุดปัจจุบันยังทำงานและแก้ไขปัญหาได้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ บางคนอาจจะยังขาดประสบการณ์ในการบริหารประเทศ ประชาชนต้องการเห็นคนใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับตำแหน่งเข้ามาทำงาน มีวิสัยทัศน์หรือนโยบายใหม่ๆ สร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมและชัดเจน มีการเปลี่ยนแปลงของประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่เสียงสะท้อนที่ออกมาผ่านผลสำรวจดังกล่าว น่าจะเป็นกระจกเงาส่องให้รัฐมนตรีและรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ต้องควรตระหนักรับรู้แล้วว่าการทำงานที่ผ่านมาในสายตาประชาชนเป็นอย่างไร มีสิ่งใดควรปรับ มีสิ่งใดควรแก้ไข ให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนเจ้าของประเทศ

    โดยเฉพาะผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับกระทรวงที่ต้องการให้มีการสลับสับเปลี่ยนการทำงานของคณะรัฐมนตรีมากที่สุด ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 18.40 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองลงมาร้อยละ 9.04 กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงศึกษาธิการ ร้อยละ 6.88 กระทรวงมหาดไทย ร้อยละ 5.28 กระทรวงการคลัง ร้อยละ 5.12 กระทรวงกลาโหม ร้อยละ 4.32 กระทรวงแรงงาน ร้อยละ 4.24 สำนักนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 4.00 กระทรวงยุติธรรม ร้อยละ 2.88 กระทรวงคมนาคม ร้อยละ 2.16 กระทรวงสาธารณสุข ร้อยละ 1.84 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร้อยละ 1.04 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีเพียงร้อยละ 3.04 ที่ไม่ต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี

    สำหรับเหตุผลที่ต้องการให้มีการปรับตำแหน่งคณะรัฐมนตรีในครั้งถัดไป ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 45.12 ระบุ ผลงานที่ผ่านมายังไม่เป็นที่ถูกใจของประชาชนส่วนใหญ่ แก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด รองลงมา ร้อยละ 30.80 เป็นเรื่องรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วยบางคนมีความรู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่ง ร้อยละ 28.56 ระบุ รัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วยบางคนยังมีประสบการณ์ไม่เพียงพอในการบริหารประเทศ ร้อยละ 28.08 ระบุ ต้องการสร้างความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์การทำงานของรัฐบาลที่ดีขึ้น และร้อยละ 15.84 บอกเป็นการหมุนเวียนตำแหน่งการทำงานของคณะรัฐมนตรี

    เสียงสะท้อนความรู้สึก ความเห็น และความต้องการให้เกิดการปรับ ครม.ของประชาชนดังกล่าว น่าจะเป็นเครื่องบ่งชี้ให้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ และรัฐมนตรีทุกๆ กระทรวง ได้ตระหนักรับรู้ และต้องปรับเปลี่ยนการทำงานให้เข้าตาประชาชนเพิ่มมากขึ้น การปรับเปลี่ยนรัฐมนตรี การปรับเปลี่ยนตัวบุคคลมาดำรงตำแหน่งในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ซึ่งไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มาจากนักการเมืองอาชีพ เป็นการเข้ามาบริหารประเทศแบบพิเศษจากการยึดอำนาจ จากทหารที่เห็นว่าการเมืองเมืองมีปัญหาจนไม่สามารถปลดล็อกตัวเองได้ จึงต้องเข้ามาบริหารประเทศเอง การปรับเปลี่ยนใครมาดำรงตำแหน่งอาจจะยาก อาจจะลำบากใจ อาจจะเกรงอกเกรงใจ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นการเชื้อเชิญเข้ามาช่วยกันแก้ปัญหาประเทศ

    ทว่าเสียงสะท้อนจากประชาชนที่ส่งสัญญาณผ่านผลสำรวจความคิดเห็นออกมานั้น ไม่ใช่เพราะตัวบุคคล ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงเรียงนาม แต่เป็นเพราะผลงานไม่เข้าตา ไม่เป็นที่พอใจ ซึ่งนั่นสามารถแก้ไข สามารถปรับปรุงได้ โดยเฉพาะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นหัวหน้ารัฐบาล สามารถตำหนิ สามารถเสนอแนะ สามารถกวดขัน สามารถกระตุ้น ให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงกระชับการทำงานให้เข้มข้นมากขึ้น แบบที่ไม่จำเป็นต้องปรับคณะรัฐมนตรี ไม่ต้องเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีก็ได้.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น