ในขอบเขตกฎหมาย

  • Thursday, July 27, 2017 - 00:00


    เดือนสิงหาคมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ถือเป็นวาระแห่งความร้อนแรงทางการเมือง โดยประเด็นหลักคือ การเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนของแต่ละฝั่ง ที่เดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 ส.ค.60 เวลา 09.00 น. ในคดีจำนำข้าว ขณะเดียวกันเริ่มต้นเดือนสิงหาคม ยังมีอีกหนึ่งกลุ่มประชาชนที่จะมาให้กำลังใจ ในวันที่ 2 ส.ค. ที่ศาลจะพิพากษาคดีสั่งสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

    ทั้งนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เกี่ยวข้องกับหลักการทำหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคง ทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองทัพ และกลุ่มมวลชนที่เคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นในแต่ละเหตุการณ์ โดยเฉพาะกลุ่มมวลชนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งขณะนี้มีกระแสอย่างต่อเนื่องในพื้นที่รวมทั้งกระแสการปลุกระดมในพื้นที่ออนไลน์

    อย่างไรก็ตาม กลุ่มมวลชน หรือกลุ่มประชาชนที่เคลื่อนไหว กล่าวได้ว่าเป็นมวลชนกลุ่มจัดตั้ง และกลุ่มที่เดินทางมาให้กำลังใจด้วยความรู้สึกรักชอบส่วนตัว ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือ การทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องควบคุมให้อยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ให้เกิดความวุ่นวายหรือความรุนแรงจนเกิดความไม่สงบ สร้างความเดือดร้อนหรือความสูญเสียให้เกิดขึ้น ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

    โดยเฉพาะในสถานการณ์ดังกล่าวนั้น ควรเฝ้าระวัง กลุ่มมือที่สามที่อาศัยจังหวะมาสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในเหตุการณ์ ซึ่งถือเป็นหน้าที่สำคัญที่สุดของหน่วยงานความมั่นคง ที่จะต้องทำงานด้านข้อมูลเชิงรุก เพื่อที่จะจับตาหรือเฝ้าระวัง เพื่อลดปัญหาสถานการณ์ที่อาจเกิดอันตรายขึ้นได้ หรือไม่ให้เกิดเหตุที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

    ขณะเดียวกัน การทำงานของเจ้าหน้าที่ก็ต้องระมัดระวังในการใช้อำนาจที่จะเข้าไปดำเนินการตรวจสอบ ข้อมูล หรือความเคลื่อนไหวในช่วงระยะเวลานี้ ซึ่งมีกลุ่มหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ได้กระทำการในแต่ละพื้นที่ ซึ่งขณะนี้มีเสียงสะท้อนจากหลายพื้นที่ที่ถูกคุกคาม ข่มขู่ แกนนำชาวบ้านในพื้นที่ที่เคลื่อนไหวออกมาอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความถี่มากขึ้น จากผลกระทบการหาข่าว หรือ ข้อมูลที่ชาวบ้านถูกกระทำ

    โดยไม่แยกแยะว่าเป็นกลุ่มการเมืองที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนักการเมือง หรือกลุ่มชาวบ้านที่เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพยากร หรือเรื่องผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ ที่กำลังถูกจับตามองแบบเหมาเข่ง และกลายเป็นปัญหาการละเมิดสิทธิ

    โดยกลุ่มชาวบ้านเหล่านั้นถูกเกี่ยวโยงไปกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งที่ชาวบ้านบางกลุ่มมีการเคลื่อนไหวในประเด็นเฉพาะ มิได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มที่จะมาเคลื่อนไหว หรือเป็นมวลชนที่เชื่อมโยงเพื่อสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย ที่หน่วยงานความมั่นคงหรือรัฐ ต้องการที่จะสกัด

    ฉะนั้น การทำหน้าที่หาข่าว หรือตรวจสอบข้อมูล กลุ่มขบวนการเคลื่อนไหวประชาชน หรือชาวบ้านแกนนำในพื้นที่ต่างๆ จึงต้องอยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบ และ คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพ ไม่เข้าไปกดขี่ ข่มขู่ หรือคุกคาม ประชาชนเป็นสำคัญ

    และการทำงานเชิงรุกของหน่วยงานความมั่นคงในสถานการณ์ช่วงเดือนสิงหาคม หรือผลสืบเนื่องต่อจากนี้ จึงต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมายเป็นสำคัญ เพราะความหมายของการทำงานรับมือ หรือปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวของเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งการเช็กข้อมูล ตรวจสอบ ไม่ได้หมายถึงการเปิดโอกาสให้ใช้อำนาจอย่างเกินขอบเขตต่อประชาชนแต่ละกลุ่มที่ตกเป็นกลุ่มเป้าหมาย หรือแบล็กลิสต์ของทางการ โดยเหมารวมไปหมด

    ฉะนั้น การประเมินสถานการณ์ว่าอาจนำไปสู่ปัญหาของกลุ่มมวลชนแต่ละฝั่ง หรือแต่ละกลุ่ม ควรอยู่บนหลักการเสรีภาพอย่างมีขอบเขตทั้งสองฝั่ง คือ ในส่วนของประชาชนเอง หรือกลุ่มมวลชนเคลื่อนไหวอยู่ในขอบเขต ขณะที่ในส่วนของผู้ใช้กฎหมาย หรือเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานความมั่นคง ทั้งกองทัพ หรือเจ้าหน้าที่งานข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ควรตระหนักถึงการใช้อำนาจหน้าที่ให้อยู่ในขอบเขต ไม่กระทำการเกินกว่าเหตุต่อประชาชน หรือคุกคามข่มขู่ อย่างเสรี!.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น