อย่าแค่ "เหล้าเก่าในขวดใหม่"

  • Wednesday, August 2, 2017 - 00:00

    ในที่สุดพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 และพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ.2560 ก็ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 1 สิงหาคม 2560 ซึ่งเป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 ในหมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา 65 ในเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ และในหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ มาตรา 259 ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องปฏิรูปประเทศ

    เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และการปฏิรูป 11 ด้านนั้นก็เหมือนแขนซ้ายและแขนขวา ที่ต้องทำงานสอดประสานกัน แม้เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีจะเป็นเรื่องใหม่แกะกล่องที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พยายามจะชูโรงปลุกปั้นเป็นวาระแห่งชาติเช่นเดียวกับเรื่องประชารัฐก็ตามที แต่เรื่องของการปฏิรูปนั้นมีการวางรากฐานมาตั้งแต่หลังรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 แล้ว

    โดยมีการตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งมีสมาชิก 250 คน ตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค.2557 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 27 โดย สปช.มีหน้าที่ศึกษาและเสนอแนะเพื่อให้เกิดการปฏิรูปในด้านต่างๆ 11 ด้านเช่นกัน และเมื่อ สปช.หมดสภาพลงตามรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมก็มีการแปลงรูปกลายร่างมาเป็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มีสมาชิกลดลงเหลือเพียง 200 ราย แต่สมาชิก สปท.ก็แทบไม่แตกต่างกับ สปช.ซักเท่าใดนัก เพราะมีทั้งสมาชิก สปช., นายทหารนายตำรวจทั้งในและนอกราชการ, ตัวแทนกลุ่มการเมือง, ตัวแทนพรรคการเมือง และนักวิชาการประกอบเป็นกระสาย

    เมื่อมาถึงห้วงเวลาปัจจุบันที่กฎหมายแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ.2560 มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งตามบทเฉพาะกาลคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องประกาศชื่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ซึ่งแต่ละคณะมีจำนวนไม่เกิน 14 คน หรือรวมไม่เกิน 154 คน ภายในวันที่ 16 ส.ค.นี้ ซึ่งรายชื่อก็เดาไม่ยากว่าส่วนใหญ่ก็คงไม่ต่างจาก สปช.และ สปท.เท่าใดนัก เพราะต่างก็เป็นน้ำบ่อเดียวกันนั่นแล แม้ในมาตรา 14 ของกฎหมายดังกล่าวระบุไว้ว่า ให้แต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือมีประสบการณ์ในด้านที่จะดำเนินการปฏิรูปโดยคำนึงถึงความหลากหลายของผู้มีประสบการณ์ในภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องประกอบกันก็ตามที

    นี่ยังไม่นับรวมถึงคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งมีจำนวน 34 ราย โดย 17 รายนั้นเป็นโดยตำแหน่งนั้น และอีก 17 รายเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่ต้องแต่งตั้งก่อนวันที่ 31 ส.ค.นั้น แม้เชื่อว่าจะทาบทามบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม เพื่อสร้างความน่าเกรงขามและเชื่อถือของซูเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ชาติก็ตามที แต่ไม่ใช่ว่าจะหมดแค่ 17 คน เพราะกฎหมายยุทธศาสตร์ยังมีซับเซ็ตอีก คือ การแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งคาดว่าจะมี 11 คณะล้อกับการปฏิรูป ซึ่งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาตินั้นจะมีคณะละไม่เกิน 15 คน เท่ากับมีจำนวนแต่งตั้ง 165 คน

    นี่ยังไม่นับรวมการให้คณะกรรมการและคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการหรือคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติแล้วแต่กรณี มอบหมายขึ้นมาอีก โดยหากคำนวณจำนวนแค่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 154 คน และคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 165 คน ก็ปาไปถึง 319 คนแล้ว แม้ในรายชื่อของทั้ง 2 ส่วนอาจมีชื่อซ้ำซ้อนกันบ้าง เพราะกฎหมายไม่ได้ห้ามในการดำรงตำแหน่งคู่กันก็ตาม แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว
    สิ่งที่น่าปริวิตกของสังคมคือเรื่องงบประมาณที่ใช้ ทั้งเรื่องเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง หรือแม้กระทั่งเบี้ยประชุมทั้งหลายในช่วงดำรงตำแหน่ง 5 ปีนั้นจะคุ้มค่าหรือไม่อย่างไร เพราะหากย้อนดูประวัติศาสตร์ตั้งแต่ สปช.เรื่อยมาจนถึง สปท.ก็น่าตอบคำถามสังคมได้เป็นอย่างดีว่าเป็นอย่างไร ฉะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจึงต้องไตร่ตรองรายชื่อของคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดอย่างถ้วนถี่ เพราะหากสุดท้ายเป็นแค่เหล้าเก่าในขวดใหม่ ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศก็จะย่ำอยู่กับที่ไม่ไปไหนนั่นเอง.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น