ไทยแลนด์ 4.0 กับน้ำท่วมอีสาน

  • Thursday, August 3, 2017 - 00:00


    ถือเป็นเรื่องน่ายินดี ที่ล่าสุดรัฐบาลภายใต้หน่วยงานรับผิดชอบ ในระบบการจัดการภัยพิบัติอย่าง ปภ.หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เดินหน้าจัดการระบบเตือนภัย หรือทำงานในเชิงรุก เพื่อรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยภายในประเทศ

    โดยล่าสุด ปภ.ได้ทำงานร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน), สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินโครงการจัดตั้งสถานีพิกัดและระดับความสูง ทั้งนี้ เพื่อประเมินความเสียหายในพื้นที่เสี่ยงภัยด้วยระบบดาวเทียมนำทางในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคกลางจำนวน 6 สถานี ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี ปราจีนบุรี นครปฐม สมุทรปราการ และอ่างทอง พร้อมเชื่อมโยงกับสถานีฐานของกรมที่ดิน และกรมโยธาธิการและผังเมือง รวม 83 สถานี เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการจัดทำแผนที่เสี่ยงอุทกภัย

    การจัดทำรังวัดที่ได้มาตรฐาน การประเมินความเสียหายของพื้นที่ประสบอุทกภัย และมาตรฐานเวลาของประเทศไทย เพื่อให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยีสนับสนุนการจัดการสาธารณภัยตามมาตรฐานสากล สอดรับกับนโยบาย “Thailand 4.0” ของรัฐบาล

    และภายในปี พ.ศ.2561 จะเพิ่มจำนวนเป็น 222 สถานีทั่วประเทศ ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าว ทำให้ประเทศไทยมีข้อมูลหลักค่าพิกัดทางราบและทางดิ่งที่มีความแม่นยำสูง เวลามาตรฐานของประเทศไทย และข้อมูลสภาวะแวดล้อมในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลาง อาทิ อุณหภูมิ ความชื้น ความกดอากาศ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดการสาธารณภัยของประเทศ การพัฒนาด้านคมนาคมและขนส่ง

    อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปในสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับในแต่ละพื้นที่ การบริหารจัดการสาธารณภัยโดยใช้ดาวเทียม ในการทำแผนที่เสี่ยงอุทกภัย ถือว่าเป็นอีกหน้าที่สำคัญ ของหน่วยงานที่รับผิดชอบในการเร่งดำเนินการ

    โดยเฉพาะการเตรียมการในสถานการณ์ข้างหน้า ในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นต่อไปอย่างเร่งด่วน เพื่อประกาศในประชาชนที่อยู่ในพื้นที่สุ่มเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ หรือภาคกลาง ได้ดำเนินการ ตั้งรับ หรือเตรียมการ เตือนภัย ให้กับประชาชนในแต่ละพื้นที่ หรือกระจายข้อมูล ข่าวสาร ข้อเท็จจริง

    อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในขณะนี้จะลดระดับปัญหาลงจนเกือบจะควบคุมสถานการณ์ได้ นอกเหนือจากบางพื้นที่ที่ต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน หรือบางพื้นที่ที่ยังอยู่ในสถานการณ์เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ทั้งพื้นที่ภาคอีสานและภาคกลาง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็นที่ จ.สกลนคร หรือพื้นที่ใกล้เคียง

    รัฐบาล หรือ ปภ. ควรที่จะสรุปบทเรียน หรือทบทวน การทำงานอย่างจริงจังในการทำงานหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความจริง หรือปมปัญหาสำคัญ ที่ทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ จนประชาชนไม่สามารถเตรียมการหรือรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากเกิดขึ้นโดยฉับพลัน หรือฉุกละหุก เช่น ผลกระทบของประชาชน ใน อ.เมือง จ.สกลนคร ซึ่งเห็นปัญหาได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมที่สุด

    โดยเฉพาะความจริงที่เกิดขึ้น ว่าสาเหตุสำคัญของปัญหาครั้งนี้เกิดจากสาเหตุอะไร นอกเหนือจากปัญหาปริมาณน้ำฝนซึ่งมีสูงกว่าทุกๆ ครั้ง แต่ยังมีปัญหาอื่นๆ ที่สำคัญเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเขื่อนในพื้นที่ หรืออ่างเก็บน้ำในพื้นที่ ปริมาณน้ำที่สามารถรองรับได้ หรือการระบายน้ำที่เกิดขึ้น ตลอดจนการประเมินความเสี่ยง ซึ่งเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของกรมชลประทาน ที่จะถอดบทเรียน สรุปการทำงาน หรือแนวทางการแก้ไขปัญหา

    ซึ่งมิควรนิ่งเฉย แต่ควรเร่งหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น และเป็นแนวทางในการทำงาน หรือเป็นบทเรียนสำคัญในเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกัน หรือเป็นแนวทางรับมือในเหตุการณ์แบบนี้ในอนาคต เพราะปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนในพื้นที่เสียชีวิต ล่าสุดจำนวน 10 ราย ไม่นับความสูญเสียในทรัพย์สินและ พื้นที่ทำมาหากิน ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

    รัฐบาลจึงมิควรนิ่งดูดาย หรือทำงานลูบหน้าปะจมูก เกิดเหตุภัยพิบัติครั้งหนึ่ง ก็ช่วยเหลือไปตามหน้าเสื่อ แต่ไม่คิดแผนระยะยาว หรือระบบการจัดการบริหารภัยพิบัติในระยะยาว เพื่อสร้างระบบให้เข้มแข็งและเป็นรูปธรรม เพื่อช่วยเหลือประชาชน

    หรือทำงานในเชิงรุก เพื่อเตือนภัยในพื้นที่ได้อย่างเท่าทันสถานการณ์ เพราะท้ายที่สุดแล้วนั้น คือการลดการเสี่ยงและความสูญเสียของประชาชน ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐ และกลไกของรัฐบาล หน่วยงานราชการต่างๆ ที่จะต้องทำหน้าที่ภายใต้ความรับผิดชอบ ที่ทำหน้าที่เพียงจ่ายเงินภาษีของประชาชน ในการเยียวยา หรือสร้างความนิยมทางการเมืองบนความทุกข์ของชาวบ้าน

    การเดินหน้าไทยแลนด์ 4.0 ตามที่รัฐบาลประกาศเอาไว้ นอกเหนือจากการดำเนินแนวทางในการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามา เฉกเช่นการดำเนินการใช้ดาวเทียมเพื่อเป็นแนวทางในการประเมินความเสี่ยง เพื่อเตรียมการป้องกัน และเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนในแต่ละพื้นที่ภัยพิบัติ แต่สิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อน ที่ต้องคำนึงถึงและทำงานควบคู่กันไปนั้นคือ การสะสางปมปัญหาที่เกิดขึ้น หรือแสวงหาข้อเท็จจริง ต้นเหตุแห่งความสูญเสียครั้งสำคัญในเหตุการณ์น้ำท่วมพื้นที่ภาคอีสานอย่างเร่งด่วน ซึ่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จักต้องให้ความสำคัญ และไม่นิ่งดูดาย ปล่อยให้ความสูญเสียชีวิตของประชาชนล่องลอยหายไปกับสายน้ำ โดยไร้ความรับผิดชอบ.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น