รับมือสงครามที่ไม่ต้องประกาศ หน้าที่ของรัฐสร้างความมั่นใจ

  • Saturday, August 5, 2017 - 00:01


    ความมั่นคงในโลกยุคใหม่ที่มหาอำนาจจะใช้แสนยานุภาพด้านการทหารในการสร้างความได้เปรียบเพื่อต่อรอง กดดัน ประเทศที่เป็นคู่ตรงข้าม เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์แห่งชาติตนผ่านการสะสมอาวุธ และการพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพด้านการทหารแล้ว สิ่งหนึ่งที่หลายประเทศวิตกกังวลกันมากก็คือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ก้าวไกลไปถึงเรื่องการทำสงครามไซเบอร์ สงครามในโลกเสมือนจริง ที่มุ่งโจมตีคุกคามโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเป้าหมาย ส่งผลต่อภาพรวมทางด้านเศรษฐกิจที่มีมูลค่ามหาศาล

    การปล่อยมัลแวร์เป็นหนึ่งตัวอย่างของจุดประสงค์ในการบั่นคลอนความมั่นคงของประเทศ ซึ่งไม่ใช่เพียงความมั่นคงปลอดภัยในประเทศเท่านั้น แต่ยังบั่นทอนความมั่นใจของประชาชนและนักลงทุนที่กำลังสนใจในประเทศนั้น และนี่คือสิ่งที่ทุกภาคส่วนในประเทศควรพึงระวังและเตรียมตัวรับมือ ด้วยการเสริมองค์ความรู้สำคัญ และเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของผู้เชี่ยวชาญ เพราะอานุภาพของการคุกคามของไซเบอร์ แม้ว่าอาจจะไม่มีฤทธิ์ทำลายล้างเหมือนอาวุธนิวเคลียร์ และไม่เพียงแต่ทำร้ายความมั่นคงปลอดภัยนั้นกระจายไปในวงกว้าง

    สัปดาห์ก่อน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ร่วมกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้จัดสัมมนาวิชาการเนื่องในโอกาสวันสื่อสารแห่งชาติ ประจำปี 2560 หัวข้อ สงครามไซเบอร์ในยุคเศรษฐกิจดิจิตอล การพิจารณาเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหม หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง และหน่วยงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้าร่วม ซึ่งการพูดคุยรับทราบองค์ความรู้นั้นมีความจำเป็นที่หน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มตระหนักถึงความสำคัญเพื่อเตรียมรับมือ

    ในสงครามไซเบอร์นั้น ผู้คนทุกภาคส่วนสามารถมีบทบาทเป็นผู้ที่อยู่แนวหน้าทั้งสิ้น เพราะการจะระมัดระวัง รักษาความปลอดภัยในโลกออนไลน์นั้น ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ทุกคนต้องช่วยกัน เฝ้าติดตาม เผยแพร่ให้ทุกคนพึงตระหนักโดยไม่ต้องตระหนกตกใจ หากเราได้เตรียมความพร้อมรับมือไม่ว่าสถานการณ์การคุกคามจะมาในรูปแบบใดก็ตาม ก็จะสามารถป้องกันและรับมือได้ทัน ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับสังคม และโครงสร้างพื้นฐานก็จะลดน้อยลงไปด้วย

    แม้ว่าในประเทศไทยยังไม่ใช่เป้าหมายสำคัญที่จะถูกโจมตี แต่การวางระบบเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันนั้นถือเป็นภาระหน้าที่ที่รัฐต้องดำเนินการล่วงหน้า ทั้งนี้ พลอากาศเอกธเรศ ปุณศรี ประธาน กสทช. ระบุว่า การใช้มัลแวร์โจมตีโครงสร้างประเทศฝ่ายตรงข้ามนับวันจะขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ในรูปแบบสงครามที่ไม่มีการประกาศ ดังนั้นหลายประเทศจึงได้เตรียมหน่วยงานรับมือภัยคุกคามด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นนี้ด้วย โดยเฉพาะด้านความมั่นคง ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลักที่ต้องวิเคราะห์ถึงแนวโน้มสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

    ประธาน กสทช. เผยว่า จากการที่เราดูการประเมินความเสี่ยงของหน่วยงานต่างประเทศ เช่น เวิลด์ อีโคโนมิกฟอรั่ม ได้ประเมินความพร้อมในการรับมือกับไซเบอร์ จะเห็นว่ามาเลเซียมีความพร้อมในการรับมือที่สูงมาก ทางด้านสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือไอทียู พบว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์ค่อนข้างสูง คืออยู่ในลำดับที่ 15 ของโลก จาก 165 ประเทศ ตามหลังอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย ซึ่งประเทศเหล่านั้นได้มีการเตรียมความพร้อมหลายด้านเพื่อรับมือภัยคุกคามที่เกิดขึ้น

    ทั้งนี้ การจัดลำดับความเสี่ยง จะดูที่มาตรการใน 5 ด้าน เช่น ในด้านกฎหมาย คณะกรรมการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. ได้เสนอพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยด้านไซเบอร์ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ในร่างกฎหมายดังกล่าวได้กำหนดให้มีคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ กภช. เสนอให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เป็นหน่วยงานที่กำหนดนโยบาย ถ้ากฎหมายนี้ออกมา จะมีหน่วยงานที่สั่งการหน่วยงานราชการและเอกชนให้กระทำ หรือยุติการกระทำต่างๆ เมื่อเกิดเหตุภัยคุกคามด้านไซเบอร์

    ขณะที่กองทัพก็เริ่มมีการสร้างนักรบไซเบอร์กันบ้างแล้ว แต่หลักการแล้วการปฏิบัติการเชิงรุกง่ายมากกว่าการตั้งรับ แต่ที่สำคัญคือ ด้านการป้องกัน ส่วนความร่วมมือก็ได้ดำเนินการมากับหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น นอร์เวย์ รัสเซีย อย่างไรก็ตาม จากการประเมินทั้ง 5 ด้านของไอทียู ยังเห็นว่าประเทศไทยยังต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ต้องปรับปรุง ซึ่งการจะดำเนินการในเรื่องดังกล่าวต้องเริ่มที่การสร้างความเข้าใจกับประชาชน เนื่องจากที่ผ่านมาปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และการมีรัฐบาลนำมาซึ่งความหวาดระแวงว่ากฎหมายดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ในการล้วงข้อมูลเพื่อเอาไปใช้ดำเนินคดี สุ่มเสี่ยงต่อการนำข้อมูลไปใช้กลั่นแกล้งกัน

    กระนั้นในฐานะของรัฐที่ต้องเตรียมความพร้อม และสร้างกลไกแห่งรัฐ เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากภัยคุกคามอย่างรอบด้าน ต้องใช้กฎหมาย องค์ประกอบที่เกิดจากผลของกฎหมายไปใช้ในเป้าหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาติที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการจ้องทำลาย ซึ่งถือเป็นการป้องปรามและป้องกันจากผู้บุกรุกเป็นหลัก ไม่ใช้เครื่องมือไปในเชิงการเมืองอย่างที่หลายคนกังวลกัน เราเชื่อว่าหากความเตรียมพร้อมดังกล่าวมีเป้าหมายที่ชัดเจน คนถืออำนาจตามกฎหมายใช้ไปในทางที่เป็นไปตามเป้าหมาย พลเมืองแห่งรัฐก็จะให้ความร่วมมือและสอดส่องดูแล ไม่ให้ผู้ที่มุ่งหวังทำลายความมั่นคงของประเทศเข้ามาทำอะไรได้โดยง่าย.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น