หาเหตุเพื่อล้มล้าง

  • Monday, August 7, 2017 - 00:00


    สัปดาห์ที่แล้วมาประเด็นดรามาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการพูดถึง "เนเน่" หะแรกนึกว่า "เนวิน ชิดชอบ" ไปเกี่ยวข้องอะไรกับจุฬาฯ

    แต่ไม่ใช่!

    ชาวเน็ตเขาพูดถึง เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล มีตำแหน่งแห่งหนเป็น ประธานสภานิสิตจุฬาฯ ที่ประกาศว่าเข้ามาเปลี่ยนแปลงจุฬาฯ

    เหตุการณ์ตามข่าวคือ เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม มีพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเข้าเป็นนิสิตจุฬาฯ หน้าลานพระบรมรูป ๒ รัชกาล

    มีฝนตกและกลุ่มนายเนติวิทย์ถูกอาจารย์ล็อกคอ และพัฒนาไปสู่ประเด็นล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ทรงให้เลิกประเพณีหมอบคลานแล้ว แต่จุฬาฯ ยังนำมาใช้อีก ในเสี้ยววินาที

    ในเฟซบุ๊กของสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย SCCU ก็ตั้งใจนำประกาศเปลี่ยนธรรมเนียมใหม่ ลงวันอาทิตย์ เดือนสิบสอง แรมสิบสองค่ำ จ.ศ.๑๒๓๕ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) มาโพสต์ไว้อย่างตั้งใจ

    ประเด็นคือคน ๒ กลุ่มมองต่างกัน ซึ่งไม่แปลกสำหรับสังคมประชาธิปไตย

    แต่ที่แปลกคือ เป็นสังคมประชาธิปไตยที่ไม่ยอมรับความแตกต่าง

    กรณีนี้ฝนตก ไม่ว่าจะตกหนัก ตกพรำๆ ถือเป็นเรื่องเล็ก

    นักศึกษาปี ๑ ล้วนอายุ ๑๘-๑๙ ปี แม้จะยังไม่บรรลุนิติภาวะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่มีสิทธิ์เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแล้ว ถือว่าเป็นผู้ใหญ่ในระดับหนึ่ง จึงไม่ควรนำมากล่าวอ้าง พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเข้าเป็นนิสิตจุฬาฯ ไม่มีการบังคับ ทุกคนเข้าร่วมงานโดยสมัครใจ

    หากสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่เข้าร่วม ก็ไม่ใช่สาระสำคัญอะไร

    แต่เมื่อเข้าร่วมแล้วเกิดเหตุดรามา สิ่งที่ต้องตั้งคำถามคือ ในเมื่อทางผู้จัดงานเน้นย้ำชัดเจนว่า ไม่มีการหมอบคลาน มีแค่การถวายบังคม แล้วทำไมจึงมีการขยายประเด็น หมอบคลาน ว่าคือความล้าหลัง แสดงถึงความเป็นทาส ไม่เป็นประชาธิปไตย

    เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ฯลฯ

    แล้วประชาธิปไตยคืออะไร สิทธิ เสรีภาพคืออะไร

    แน่นอนว่ายุคสมัยเปลี่ยนแปลง การหมอบคลานยังคงมี แต่บริบทเปลี่ยนแปลงไป

    ในงานไหว้ครู ไม่มีลูกศิษย์คนไหนคิดว่าการหมอบคลานทำความเคารพ คือการเป็นทาสครูบาอาจารย์ ยกเว้นศิษย์ทรพี

    หรือแม้กระทั่งการถวายบังคมพระบรมศพ ถวายความเคารพพระมหากษัตริย์ในงานพระราชพิธี ไม่มีใครคิดว่าตัวเองตกเป็นทาสถูกบังคับให้ทำ

    อย่างที่บอกปัจจุบันบริบทเปลี่ยนแปลงไป การถวายบังคมคือการแสดงความเคารพ ไม่ได้สื่อถึงการแบ่งชนชั้นวรรณะเช่นในอดีต

    แต่น่าเสียดาย คนไทยบางกลุ่ม มองเรื่องการหมอบคลาน การถวายบังคม เป็นเรื่องล้าหลัง แสดงถึงการกดขี่ ขัดต่อระบอบประชาธิปไตย

    แทนที่จะมองในแง่วัฒนธรรม ประเพณี ที่มีการนำไปใช้ในทางที่เป็นคุณ

    ถ้าจะพูดกันจริงจัง "วัฒนา เมืองสุข" บอกว่า การให้กำลังใจนักการเมืองที่ศาล เป็นประเพณีของพรรคเพื่อไทย คนเสื้อแดง

    คิดในทางกลับกัน ขึ้นศาลกันบ่อย คดีโกง ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ มันสะท้อนถึงตัวตนนิยมคนโกง ถ้าบอกว่าเป็นประเพณี ก็คงเป็นประเพณีที่นำไปใช้ในทางที่เป็นโทษต่อสังคม

    ฉะนั้น เมื่อพร่ำเพ้อเรื่องประชาธิปไตย สิ่งที่ต้องทำให้ได้ก่อนคือ ยอมรับความแตกต่างให้ได้เสียก่อน

    ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาหาเหตุล้มล้างสถาบัน.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น