ต้องสร้างความเชื่อมั่นปชช.

  • Wednesday, August 9, 2017 - 00:00


    ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนผ่านสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งกำลังสร้างความเสียหายกระจายไปหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ที่สะท้อนออกมาระบุประชาชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเชื่อมั่นรัฐบาลจะรับมือสถานการณ์น้ำท่วมได้นั้น ถือเป็นสัญญาณที่รัฐบาล ภายใต้การบริหารของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ควรมองผ่าน ไม่ควรมองข้าม และต้องรีบนำความคิดเห็นต่างๆ ที่ออกมาไปหาวิธีแก้ไข วิธีปรับปรุง เพื่อสร้างขวัญ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

    สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่องสถานการณ์น้ำท่วมในสายตาประชาชน จำนวน 1,293 คน ระหว่างวันที่ 1-5 สิงหาคมที่ผ่านมา หัวข้อหนึ่งที่มีการสอบถามถึงความเชื่อมั่นในการดูแลสถานการณ์น้ำท่วมของรัฐบาล พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 38.99 ไม่ค่อยเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้ได้ เหตุผลเพราะดูจากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ มีน้ำท่วมไปแล้วในหลายพื้นที่ ระบบบริหารจัดการน้ำไม่มีความชัดเจน น้ำท่วมเป็นปัญหาใหญ่ ทุกรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้ และร้อยละ 18.22 ไม่เชื่อมั่น เพราะไม่มีการเตรียมพร้อม ไม่มีการรับมือ ภัยธรรมชาติไม่สามารถควบคุมได้ เป็นปัญหาซ้ำซาก น้ำท่วมทุกปี มีเพียงร้อยละ 27.36 ที่ค่อนข้างเชื่อมั่น เพราะนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ใกล้ชิด ทำงานอย่างจริงจัง มีหน่วยงานหลายฝ่ายให้ความร่วมมือ และร้อยละ 15.43 เชื่อมั่นว่าจะรับมือได้ เพราะมีอำนาจสั่งการ มีกองกำลังทหารในทุกพื้นที่ รัฐบาลเร่งดำเนินการช่วยเหลือ นำเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาเป็นแนวทางในการแก้ไขได้

    นอกจากนี้เมื่อถามถึงมาตรการป้องกันน้ำท่วมที่ควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน ส่วนใหญ่ร้อยละ 80.28 ระบุหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนรับมือ มีมาตรการฉุกเฉิน เตือนภัย ร้อยละ 79.81 เสนอให้ลอกท่อ ขุดลอกคูคลอง เก็บขยะให้พ้นทางน้ำ ร้อยละ 70.77 ให้ตรวจสอบเขื่อน อ่างเก็บน้ำ ประตูระบายน้ำ ซ่อมแซมจุดที่ชำรุด ร้อยละ 60.40 บอกในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมเรือ เครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย และร้อยละ 56.69 แนะนำควรชี้แจงสถานการณ์น้ำให้ประชาชนได้รับทราบ เตรียมพร้อมป้องกัน

    แม้ตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดภาวะฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจะทุ่มเทสรรพกำลังในการแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำไหลหลาก จากพื้นที่ 44 จังหวัด รวม 300 อำเภอ 1,643 ตำบล 12,949 หมู่บ้าน 43 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 578,814 ครัวเรือน 1,840,716 คน จนสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 34 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมเหลือเพียง 10 จังหวัด 101 อำเภอ 711 ตำบล 6,524 หมู่บ้าน 43 ชุมชน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 323,571 ครัวเรือน 998,634 คน ตามข้อมูลที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยออกมา แต่เนื่องจากการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำจากจังหวัดหนึ่งผ่านไปจังหวัดหนึ่ง ทำให้ดูเหมือนสถานการณ์น้ำท่วมขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งล่าสุดพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ในอำเภอวารินชำราบ กำลังเผชิญปัญหาน้ำท่วมสูง จนพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงความเป็นห่วและกำชับให้หน่วยงานต่างๆ เฝ้าระวัง ประชาชนจึงเกิดความกังวล เกิดความไม่มั่นใจต่อสถานการณ์น้ำท่วม

    เราเชื่อว่ารัฐบาลพยายามคลี่คลายสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อให้ทุกๆ พื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วม แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้ว และประชาชนเกิดความไม่มั่นใจ เกิดความไม่ไว้ใจ รัฐบาลในฐานะผู้บริหารประเทศ ก็ต้องพยายามชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน รวมทั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รัฐบาลต้องบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนอีกครั้ง.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น