โลกพลิกพฤติกรรมผู้รับสื่อ สื่อปรับตัวโดยไม่เสื่อมศักดิ์

  • Saturday, August 12, 2017 - 00:00


    ในความเป็นจริงของโลกธรรม และโลกมนุษย์ ความเปลี่ยนแปลง ความเสื่อมสลาย นับเป็นเรื่องปกติที่ปุถุชนธรรมดาทั่วไปจะเริ่มตระหนักได้ตามประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคน ดังนั้นการใช้ชีวิตในสังคมมนุษย์ที่ผ่านไปแต่ละวันจึงต้องมีสติ มีเหตุผล ในการพิจารณาถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นให้ได้ พร้อมกับปรับตัว ปรับใจรับผลที่จะตามมาอย่างรู้คิด ไม่ใช้อารมณ์ความรู้สึกไปตัดสิน หรือพิพากษาสิ่งที่เปลี่ยนแปลงนั้นว่า เป็นเรื่องแปลกประหลาด และยึดมั่นในสิ่งเดิมที่พบประสบมาว่าเป็นสรณะ

    การเปลี่ยนแปลงในภาพรวมของทุกองค์ความรู้ เป็นไปตามกาลเวลาและวิทยาการที่เปลี่ยนไป การคิดค้นต่างๆ นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ในทุกด้าน ไม่เว้นแม้แต่การสื่อสารที่มีวิวัฒนาการตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป องค์ความรู้ที่จะใช้ในการเสริมทักษะให้กับผู้เรียนรู้ เพื่อไปใช้ปฏิบัติงานในด้านสื่อนั้นก็เปลี่ยนไปด้วย จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นกลัว หรือมองว่าเป็นปรากฏการณ์พิเศษที่ต้องตีความไปถึงความล่มสลายของสื่อดั้งเดิมหรือสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ยังยึดกุมประเด็นข่าวหลักในการนำเสนอข่าวเป็นส่วนใหญ่ให้สื่ออื่นได้ติดตามข้อมูลต่อ

    การปรับตัวขององค์กรในระดับอุดมศึกษานั้น ก็เป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่งที่ต้องผลิตบุคลากรให้สอดรับกับภาคของแรงงานที่ต้องการ ดังนั้นการที่คณะวารสารศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนั้น จะเปลี่ยนชื่อ ยุบรวม เปลี่ยนหลักสูตรนั้น ก็คงเกิดจากข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ว่า พฤติกรรมการรับสารของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไป การใช้สื่อดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย กลายเป็นสื่อกระแสหลักและมีฐานที่กว้างมาก ดังนั้นการปรับเปลี่ยนของภาควิชาดังกล่าวให้สอดคล้องกับการปรับตัวที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องที่เกินกว่าจะคาดเดา

    แต่สิ่งที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ การทำงานของผู้สื่อข่าวที่สื่อสารไปยังมวลชนนั้นเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่มีคุณภาพมากขึ้นหรือไม่ หรือแค่ตอบสนองการเปลี่ยนเครื่องมือในการสื่อสารที่รวดเร็ว ผิวเผิน สีสัน จนหลงลืมหน้าที่หลักในการนำเสนออาหารสมองให้กับคนรับสาร ซึ่งในที่นี้ก็คือพลเมืองของชาติที่ต้องมีสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวม เลยไปถึงการตรวจสอบถ่วงดุลผู้มีอำนาจที่อำนาจไปในทางมิชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกลไกการตรวจสอบในระบบถ่วงดุลหลักยังอยู่ในช่วงสถานการณ์พิเศษ ข่าวสารจึงเดินไปในทิศทางเดียว ไม่มีใครอยากไปแตะหรือมีเรื่องกับผู้มีอำนาจในขณะนี้

    ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นการจับผิด หรือไม่เข้าใจการใช้อำนาจในช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่การใช้อำนาจของผู้ถืออำนาจนั้น ต้องสมเหตุสมผล และก็ต้องยอมรับว่าสื่อในขณะนี้ไม่มีใครเป็นกลาง แต่ละสื่อล้วนเป็นกระจกสะท้อนแนวความคิดของผู้เสพสื่อนั้นๆ การจะมีสื่อหลายแบบ หรือแบ่งขั้วจึงเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่การทำหน้าที่ของสื่อต่างหากที่ต้องยืนอยู่บนหลักการที่ไม่บิดเบี้ยว ไม่เอนเอียงไปในเรื่องผลประโยชน์ หรือไม่กล้าที่จะพูดในสิ่งที่ผู้มีอำนาจทำผิด ที่แม้จะทำทางตรงไม่ได้ การสื่อสารทางอ้อมก็เป็นอีกบทบาทหนึ่งที่สื่อต้องทำ

    ยังมีปรากฏการณ์ของสื่ออีก 2 ประเด็นที่น่าสนใจ คือ กรณีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. มีมติสั่งพักใช้ใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องพีซทีวี 30 วัน โดยมีการระบุเนื้อหาบางรายการโยงถึงวันที่ 25 สิงหาคม ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำพิพากษา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในคดีรับจำนำข้าว ซึ่งนายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับวันพิพากษาคดีรับจำนำข้าวแต่อย่างใด

    อีกเรื่องคือการปฏิบัติหน้าที่ของผู้สื่อข่าว กรณีนายณัฐพร วีระนันท์ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศราได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลเรื่องหอพัก ที่ห้างหุ้นส่วนสมถวิล เรียลเอสเตรท ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 32 ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร กทม. ในช่วงบ่ายของวันที่ 9 ส.ค.2560 เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับหอพัก ในการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และน้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม หลังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ไต่สวนการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวแจ้งข้อหาบุกรุกสถานที่และยึดโทรศัพท์มือถือไว้ โดยให้พิมพ์ลายนิ้วมือ ทำประวัติอาชญากร และควบคุมตัวไว้ในห้องขัง ก่อนที่จะให้ประกันตัว

    ฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวฯ ออกแถลงการณ์ระบุว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีลักษณะเป็นการใช้กฎหมายเพื่อข่มขู่คุกคามการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ซึ่งได้ปฏิบัติตามหน้าที่ ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ได้แสดงตนและสังกัดชัดเจน โดยขอสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อมูลในประเด็นที่เป็นข่าว ไม่ได้เข้าไปในจุดห้ามเข้า ไม่ได้ทำลายเครื่องกีดขวาง หรือรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ หรือประสงค์ต่อทรัพย์ อันเป็นองค์ประกอบความผิดฐานบุกรุก ขณะที่คนดูแลอาคารดังกล่าวได้แจ้งว่าให้รอในพื้นที่ก่อน ผู้สื่อข่าวจึงได้รอในบริเวณนั้น ซึ่งต่อมาตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้เชิญตัวไปที่โรงพักพร้อมกับมีการแจ้งความข้อหาบุกรุกสถานที่

    จะเห็นได้ว่าปรากฏการณ์ของการทำหน้าที่สื่อในบริบทของคนรับสารที่เปลี่ยนไปยังไม่ได้เปลี่ยนหลักในการนำเสนอเนื้อหาหรือการทำงานของสื่อไปทั้งหมด ข่าวฮาร์ดนิวส์ ข่าวตรวจสอบผู้มีอำนาจ การสะท้อนให้เห็นการใช้อำนาจขององค์กรจัดการหรือใครก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับสื่อ ยังเป็นข่าวที่มีคุณค่าท่ามกลางข่าวขยะ ข่าวสีสัน ที่ล้นเกิน ซึ่งเชื่อว่าในที่สุดคนรับสารก็ต้องเลือกเสพสิ่งที่เป็นประโยชน์ และเลือกข่าวที่มีคุณค่า ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะนำเสนอทางเว็บไซต์ ทีวีดิจิตอล หรือสื่อสิ่งพิมพ์ที่อยู่ในช่วงปรับตัวไม่ได้สำคัญมากไปกว่าเนื้อหา และเจตนารมณ์ของผู้ที่ต้องการสื่อให้ได้เห็นความจริงและถ่วงดุลอำนาจที่ล้นเกินอย่างแน่นอน.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น