เปิดเส้นทางอาณาจักรไทยเบฟ บิ๊กดีลKFCหมื่นล้านสเต็ปสู่วิสัยทัศน์2020

  • Monday, August 14, 2017 - 00:00


    หากย้อนรอยเส้นทางธุรกิจในเครือทีซีซี กรุ๊ป ของ "เจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ไทยเบฟเวอร์เรจ" คงสามารถแบ่งด้วยกันได้หลายยุค นับแต่ก่อร่างสร้างฐานและขยายตัวไปสู่ระดับภูมิภาค ในหลายครั้งที่มักพบว่าการประมูลและประกาศขายกิจการต่างๆ มักมีชื่อของเจ้าสัวเจริญปรากฏอยู่ประจำ จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาเทกโอเวอร์กิจการไปเสียแล้ว

    ยุคก่อร่างและเติบโตปี 2518-2541

    ในปี 2518 เข้าซื้อกิจการ บริษัท ธาราน้ำทิพย์ ผู้ผลิตธารน้ำทิพย์ และลงทุนที่ดินผืนแรกที่ อ.บ้านเพ จังหวัดระยอง 3 ปี 2526 ชนะการประมูลสัมปทานโรงงานสุรา 12 แห่ง ปี 2530 ซื้อกิจการบริษัท ทวีพลการเกษตร และอุตสาหกรรมปลูกปาล์มน้ำมัน ปี 2531 ซื้อหุ้น 39.5% บริษัท อาคเนย์ประกันภัย ปี 2532 จัดตั้งบริษัท ทีซีซี การเกษตร และซื้อกิจการโรงงานน้ำตาลโรงแรม (บริษัท อุตสาหกรรมน้ำตาลชลบุรี จำกัด) ซื้อกิจการกลุ่มพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ปี 2534 ซื้อกิจการโรงแรมแรก(โรงแรมแม่ปิงเชียงใหม่) ปี 2537 ซื้อกิจการกลุ่มโรงแรมอิมพีเรียล 7 โรงแรม และซื้อหุ้น 57% บริษัท อินทรประกันภัย ปี 2538 นำเบียร์ช้างออกสู่ตลาด ปี 2540 ซื้อกิจการโรงแรมพลาซ่าแอทธินี นิวยอร์ก ปี 2541 ซื้อกิจการโรงงานน้ำตาลเพิ่มอีก 3 โรงงาน

    ยุคขยายการวางรากฐาน 2542-2550

    ต่อมาปี 2542 จัดโครงสร้างกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 15 กองทุน ปี 2543 เข้าซื้อโรงงานสุราจากรัฐบาล 12 แห่ง ปี 2544 ถือหุ้นในกลุ่มสินบัวหลวง และซื้อกิจการบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) มูลค่า 4,372 ล้านบาท ปี 2545 เข้าบริหารกลุ่มอาคเนย์ ปี 2546 ก่อตั้งบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), จัดตั้งบริษัท ร่วมทุน ทีซีซี แคปปิตอล แลนด์ และเริ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ปี 2547 รวมกลุ่มอาคเนย์และจัดตั้งอาคเนย์แคปปิตอล ปี 2548 ก่อตั้งบริษัท ทีซีซี แลนด์จำกัด ปี 2549 หุ้นไทยเบฟจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์, ไทยเบฟเข้าซื้อบริษัท Pacific Spirit (UK) Limited, จัดตั้งบริษัท ทีซีซี อุตสาหกรรมการเกษตร (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นพรรณธิอร), ซื้อโรงแรมในต่างประเทศจำนวน 6 โรงแรม

    ปี 2550 เริ่มลงทุนการเพาะปลูกเองที่ปากเซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และซื้อกิจการบริษัท อาหารสยาม จำกัด (มหาชน), บีเจซีถือหุ้น 50% ในบริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ แคน จำกัด ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อะลูมิเนียยมรายใหญ่ของประเทศ และซื้อหุ้นบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) มูลค่า 452 ล้านบาท

    มุ่งสู่สากล 2551-ปัจจุบัน

    ปี 2551 ไทยเบฟเข้าซื้อหุ้น บมจ.โออิชิ กรุ๊ป มูลค่า 3,352 บาท, บีเจซีซื้อกิจการ บริษัท เจซี ฟู้ดส์ ของประเทศมาเลเซียเพื่อขยายธุรกิจ ปี 2552 รีแบรนอาคเนย์ ปี 2553 บีเจซีร่วมทุนกับบริษัท โอเว่น อิลินอยส์ อิงค์ และซื้อหุ้นในมาลายากล๊าส โปรดักส์ เอสดีเอ็น บีเอชดี ประเทศมาเลเซีย ปี 2554 ไทยเบฟเข้าซื้อหุ้น บมจ.เสริมสุข มูลค่ากว่า 6,400 ล้านบาท, ซื้อกิจการบริษัท เอเชียบุคส์ ผู้นำด้านหนังสือภาษาอังกฤษของประเทศ มูลค่า 1,195 ล้านบาท ปี 2555 เข้าซื้อหุ้น บ.เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ (F&N) มูลค่า 3.36 แสนล้านบาท, บีเจซีได้เป็นบริษัทชั้นนำที่รวมอยู่ในดัชนีหลักทรัพย์ SET50, บีเจซีฉลองครบรอบ 130 ปีแห่งการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จ, ยูนิเวนเจอร์ ซื้อหุ้นบริษัท โกลเด้น แลนด์ จำกัด (มหาชน)

    ปี 2556 ซื้อร้านบีส์มาร์ทเวียดนามมูลค่า 989 ล้านบาท ปี 2559 ซื้อบิ๊กซีจากกลุ่มคาสิโน กรุ๊ป มูลค่า 1.22 แสนล้านบาท, ซื้อหุ้น TICON มูลค่า 13,230 ล้านบาท และซื้อหุ้นอมรินทร์ พริ้นติ้ง จำนวน 47.62% มูลค่า 850 ล้านบาท ล่าสุดปี 2560 กับบิ๊กดีลครั้งใหม่ของเจ้าสัวเจริญกับการซื้อสาขาร้านอาหารจานด่วนเคเอฟซีในประเทศไทย จากยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ด้วยมูลค่า 11,300 ล้านบาท

    สำหรับความเคลื่อนไหวที่เครือไทยเบฟสนใจเข้ามาซื้อกิจการร้านเคเอฟซีในประเทศไทย มีมาก่อนหน้านี้บ้างแล้ว อาจไม่ใช่เรื่องแปลกและทำให้น่าประหลาดใจสักเท่าไหร่ แต่ย่างก้าวของเจ้าสัวไทยเบฟ หากได้ขยับตัวเมื่อใดดีลนั้นย่อมไม่ธรรมดา และมองการณ์ไกลอย่างแน่นอน โดยความชัดเจนเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ส.ค.60 หลังจากมีจดหมายแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ประเทศสิงคโปร์ โดย นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายธุรกิจอาหาร (ประเทศไทย) บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ ระบุว่า การเข้าซื้อกิจการร้านเคเอฟซีถือเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจอาหารของเครือไทยเบฟ โดยเครือข่ายที่กว้างขวางของร้านเคเอฟซีในประเทศไทย จะช่วยให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลายจุดทั่วประเทศ ทำให้เข้าใจแนวโน้มและความต้องการของผู้บริโภค นับเป็นปัจจัยสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    ทั้งนี้ นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล ปัจจุบันนอกจากดำรงตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายธุรกิจอาหาร (ประเทศไทย) บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ ก่อนหน้าได้เข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บมจ.โออิชิ กรุ๊ป เมื่อช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานหลายแห่ง รวมถึงบริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)

    แหล่งข่าวจาก บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ระบุว่า จากก่อนหน้าได้เคยประกาศแผนงานการรุกขยายสาขาทั่วประเทศไว้ 800 สาขาภายในปี 2563 หลังจากบริษัทได้พันธมิตรรายใหม่เข้ามา ก็มองศักยภาพการเติบโตสามารถทำได้ 1,000 สาขา ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 601 สาขา ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค.2560 ดำเนินงานโดยเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป 224 สาขา, เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ 128 สาขา โดยบริษัท คิว. เอส. อาร์. เอเซีย จำกัด ซึ่งเป็นผู้ทำสัญญาซื้อขายกับ บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จะได้รับสิทธิ์แฟรนไชส์ซีมากกว่า 240 สาขา โดยงบลงทุนแต่ละสาขาที่ผ่านมาเฉลี่ยราว 25-40 ล้านบาท

    ส่วนการเลือกพื้นที่จะเป็นไปตามเงื่อนไข ยกตัวอย่างหากเป็นพื้นที่ตามเทรดโซน ก็จะมีบริษัทรายใดรายหนึ่งได้รับสิทธิ์ในการเลือกก่อน แต่หากเป็นพื้นที่สีเขียวหมายถึงทั้ง 3 บริษัทมีสิทธิ์ยื่นความจำนงเท่ากันหมด โดยแผนงานการขยายสาขาแต่ละบริษัทจะวางเบื้องต้นมาก่อน เพื่อเข้ามาประชุม “นางแววคนีย์ อัสโสรัตน์กุล” ผู้จัดการทั่วไปเคเอฟซีประเทศไทย เพื่อหาข้อสรุปอีกครั้ง

    นายวีรพล สวรรค์พิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด กล่าวว่า ธุรกิจในเครือของคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี มักมองแผนระยะยาวมาก เป้าหมายของเคเอฟซีในอนาคต 800 สาขา จึงต้องการหาพาร์ตเนอร์เข้ามาร่วมลงทุน เพราะในแต่ละครั้งที่ผ่านมาต้องขอเงินสนับสนุนจากบริษัทแม่ แม้ว่าจะมี 3 บริษัทได้รับสิทธิ์ แต่จากรูปแบบคงไม่มีปัญหา ขึ้นอยู่กับว่าใครอาจจะถอดใจหรือตัดสินใจขายในอนาคต ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ขณะเดียวกันหลายคนคงจะคิดว่าหลังจากไทยเบฟเข้ามาจะต่างจากเดิมไหม ต้องบอกว่ารูปแบบแฟรนไชส์เป็นไปตามมาตรฐานระดับโลก

    หากถามว่าเครือไทยเบฟจะได้อะไรจากการวิเคราะห์ คงเป็นการหาช่องทางจัดจำหนายเพิ่ม จะเห็นได้ว่าบริษัทในเครือคุณเจริญที่ผ่านมาพยายามหาร้านค้าปลีกต่างๆ เพื่อขยายไปสู่ปลายน้ำ หรือช่องทางจัดจำหน่าย เนื่องจากการแข่งขันระดับโลก การครองซัพพลายเชนทั้งเส้นจะเป็นข้อได้เปรียบ

    “การที่ธุรกิจในเครือกำลังมุ่งไปสู่อสังหาริมทรัพย์ และอยู่ระหว่างการสร้างโครงการมิกซ์ยูชหลายแห่ง ตอนนี้คงไม่ใช่แค่ขายไก่ทอด แต่จะเป็นอาณาจักรเคเอฟซีที่ใหญ่ขึ้น บริษัทระดับนี้เวลาจะซื้อกิจการต้องวิเคราะห์อยู่แล้ว และคงไม่ได้ดูมูลค่ากิจการ แต่มองมูลค่าของแบรนด์”

    ขณะที่ปัจจัยควรคำนึงถึงของการซื้อแฟรนไชส์อยากให้ผู้ประกอบการมองด้วยกัน 5 ประการ ได้แก่ 1.ความสำเร็จของแฟรนไชส์ว่าสำเร็จหรือไม่ การเป็นโกลบอลแบรนด์ เส้นทางความสำเร็จมายาวนาน 2.ระบบปฏิบัติงานสำเร็จหรือเปล่า 3.ระบบการตลาด 4.เครือข่ายสาขาจำนวนร้านค้า 5.บุคลากร

    หลังจากการประกาศแผนการดำเนินธุรกิจเมื่อปี 2557 กับวิสัยทัศน์ปี 2563 (Vision 2020) ของ “ฐาปน สิริวัฒนภักดี” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ เพื่อผลักดันธุรกิจนอนแอลกอฮอล์ให้เติบโตสัดส่วนขึ้นมาเป็น 50% ในตอนนี้ก็เดินมากว่าครึ่งทางแล้ว การเข้าซื้อร้านเคเอฟซีข้างต้นคงเป็นอีกหนึ่งช่องทางผลักดันให้ยอดขายสินค้าในเครือเติบโต แม้อาจไม่สามารถนำผลิตภัณฑ์ไปวางจำหน่ายได้ ก็คงจะทำโปรโมชั่นร่วมกันได้อีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งสาขาก็มีจำนวนอยู่ไม่น้อย สุดท้ายยอดขายก็กลับมาสู่ไทยเบฟ แต่ที่แน่ๆ ยัมฯ ไม่ต้องมานั่งวางแผนเรื่องขยายสาขาเป็นหลัก แถมยังสามารถทำการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆ แบบนี้คนได้รับประโยชน์ก็คงไม่พ้นผู้บริโภค.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น