สังคมไทยเสพติด..เผด็จการ?!?

  • Monday, August 14, 2017 - 00:00


    ผลสำรวจความคิดเห็นของสวนดุสิตโพลที่ระบุว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 60.89 เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลนำโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือคสช.ยังไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง เพราะอยากเห็นบ้านเมืองอยู่ในความสงบและไม่วุ่นวายนั้น นับเป็นภาพสะท้อนที่มีนัยสำคัญน่าสนใจ และเป็นข้อสังเกตที่พึงกังวล เพราะภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองพุทธศักราช 2475 นั้น มีบทบัญญัติที่ระบุไว้อย่างชัดเจนต่อเนื่องมาโดยตลอดว่า ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย

    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ให้สัมภาษณ์ว่า แม้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. จะผ่านร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองแล้ว แต่จะยังไม่ปลดล็อกพรรคการเมืองให้ประชุมได้ เพราะขณะนี้สถานการณ์การเมืองยังไม่สงบ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของประชาชนที่รักความสงบ หากมองแบบผิวเผิน อาจจะสามารถพิเคราะห์พิจารณ์ได้ว่า สังคมไทยเบื่อหน่ายกับภาพนักการเมืองทะเลาะเบาะแว้ง แก่งแย่งชิงดีทางการเมือง จนเป็นเหตุให้บ้านเมืองต้องพบกับวิกฤติมากมายหลายครั้งในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา แต่หากพิจารณาอย่างเป็นเหตุเป็นผล ประกอบกับข้อมูลทางหลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์แล้ว ย่อมหมายถึงภาวะที่ไม่น่าไว้วางใจต่ออนาคตของระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง หากคนไทยจะเลือกความสุขสบายมากกว่าสิทธิเสรีภาพในการมีส่วนร่วมและไม่สนใจตรรกะแห่งอำนาจอธิปไตยของตนเอง

    เผด็จการทหารอาจจะเป็นเสมือนอัศวินขี่ม้าขาวที่มากู้ชาติบ้านเมืองในภาวะวิกฤติมากมายหลายหน ทั้งนี้ จากกงล้อประวัติศาสตร์ที่มีการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญจำนวน 8 ครั้ง และการรัฐประหารที่ไม่ฉีกรัฐธรรมนูญอีก 4 หน นอกจากนั้นยังมีเหตุการณ์คนไทยฆ่าฟันกันเองเพราะขัดแย้งทางความคิดด้านการเมืองอีกถึง 3 กรณีใหญ่ๆ แต่ถ้าย้อนกลับไปศึกษาอย่างถี่ถ้วนและทบทวนให้ถ่องแท้แล้วจะพบว่า ทุกครั้งที่มีการรัฐประหารเกิดขึ้น ประเทศไทยต้องอยู่ในสภาพถอยหลังเข้าคลองนานมากกว่า 5 ปี และกว่าจะกลับมายืนขึ้นแข็งแรงอย่างเดิมได้ก็ใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่าทศวรรษ

    จึงไม่ใช่สิ่งที่พึงปรารถนาหรือควรจะส่งเสริมสนับสนุนให้ระบบการบริหารจัดการบ้านเมืองแบบเผด็จการทหารอยู่ยั้งยืนยงในประเทศชาติบ้านเมืองเลย ตราบเท่าที่ประเทศไทยและคนไทยยึดมั่นในเจตนารมณ์ว่า ประชาธิปไตยคือระบอบการปกครองที่ดีที่สุดที่ให้โอกาสทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงออกและมีสิทธิเสรีภาพอย่างเท่าเทียมกัน ถึงแม้ข้อเท็จจริงในภาคปฏิบัติ ประชาธิปไตยแบบไทยๆ จะยังไม่ก้าวหน้าได้เท่ากับประเทศต้นแบบในซีกยุโรปและสหรัฐอเมริกาก็ตาม เพราะเรามองข้ามความจริงไม่ได้ว่า เผด็จการคือการปกครองโดยกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจและกำลังทหารในมือ และที่สำคัญคือ มักอ้างความไม่สงบเรียบร้อยเป็นความชอบธรรมในการปกครองประเทศ โดยปราศจากกระบวนการที่ถูกต้อง

    สังคมไทยอาจจะรู้สึกสบายอกสบายใจกับบ้านเมืองที่ไม่ต้องห่วงว่าจะมีการปิดถนนตรงไหน เมื่อไหร่ได้เท่าที่ยังสดชื่น .. แต่ไม่ควรจะยึดติดหรือเพลิดเพลินกับความสุขสบายที่เรียกว่าความสงบของบ้านเมืองจนปิดหูปิดตาตัวเอง ไม่สนใจเลยว่า ผู้บริหารในระบอบเผด็จการมักใช้อำนาจตามอำเภอใจ และที่ลืมไม่ได้คือ ปฏิเสธการถูกตรวจสอบ ด้วยคำขู่ที่เป็นรูปแบบตายตัวว่า อยากจะกลับไปเป็นอย่างอดีตที่มีการทุจริตคอร์รัปชัน และแก่งแย่งผลประโยชน์กันใช่หรือไม่ เพราะไม่มีสิ่งการันตีหรือเป็นหลักประกันได้เลยว่า ผู้บริหารจากเผด็จการกับผู้บริหารจากการเลือกตั้งนั้นใครโกงน้อยกว่าใคร.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น