'ระบำโมเดล' สานพลังแก้ปัญหาที่ดินคนจน จ.อุทัยธานี

  • Saturday, August 19, 2017 - 00:00


    ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีการนำที่ดิน ส.ป.ก.มาจัดสรรให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้ แต่มีความแตกต่างไปจากพื้นที่ ส.ป.ก. ต.สิงห์ จ.กาญจนบุรี เพราะที่ดิน ต.ระบำเป็นที่ดินที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) เคยเช่าที่ดินจาก ส.ป.ก.เพื่อปลูกไม้ยูคาลิปตัส เนื้อที่รวม 3,239 ไร่เศษ ไม่ใช่ที่ดินที่ยึดคืนมาจากผู้ที่ครอบครองโดยไม่ถูกกฎหมาย

    เมื่อ ออป.หมดสัญญาเช่าที่ดินจาก ส.ป.ก.ในปี 2558 ส.ป.ก.จึงนำที่ดินแปลงดังกล่าวมาจัดสรรให้เกษตรกรเข้าทำกินและอยู่อาศัยในลักษณะไม่ให้กรรมสิทธิ์ และให้บริหารจัดการที่ดินในรูปแบบของสหกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาการไม่มีที่ดินทำกินของเกษตรกร และแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าวนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์แก่สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินตำบลระบำ จำกัด เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559

    สาคร อำภา คณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยชนบท (เครือข่ายที่ดินภาคกลางตะวันตก) ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาชน เล่าว่า จังหวัดอุทัยธานีเป็นพื้นที่ที่มีเกษตรกรที่ยากไร้เข้ามาบุกเบิกและจับจองที่ดินทำกินเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มาจากภาคอีสาน บางครอบครัวเข้ามาอยู่อาศัยก่อนปี 2520 บางส่วนมาจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น สุพรรณบุรี นครสวรรค์ ชัยนาท ฯลฯ รวมทั้งชาวบ้านที่ไม่มีที่ดินทำกินในจังหวัดอุทัยธานี แต่พื้นที่ที่เข้าไปอยู่อาศัยและทำกิน ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติหรือวนอุทยาน ชาวบ้านมีอาชีพทำไร่ข้าวโพด ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง เผาถ่าน รับจ้างทั่วไป ฯลฯ ไม่มีความมั่นคงในที่ดิน

    จากข้อมูลการสำรวจของคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินฯ และข้อมูลของ ส.ป.ก.จังหวัดอุทัยธานี ระบุว่า มีชาวบ้านที่เดือดร้อนที่อาศัยอยู่ในเขตวนอุทยานห้วยคต อ.ห้วยคต จำนวน 126 ครัวเรือน ป่าทุ่งแฝก ต.ระบำ อ.ลานสัก จำนวน 18 ราย และชาวบ้านไม่มีที่ดินทำกินที่มาขึ้นทะเบียนกับ ส.ป.ก.จังหวัดอุทัยธานี (จำนวน 9,218 ราย) และผ่านการพิจารณาคุณสมบัติจากคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.จังหวัด) จำนวน 308 ราย โดย ส.ป.ก.ได้นำที่ดินตำบลระบำที่ ออป.เคยเช่ามาจัดสรรให้ชาวบ้านเข้าไปอยู่อาศัยและทำกินในรูปแบบของสหกรณ์

    อย่างไรก็ตาม หลังจากนายกรัฐมนตรีมามอบที่ดินให้ชาวบ้านในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 แล้ว แต่ก็ยังไม่มีชาวบ้านเข้าไปอยู่ เพราะการปรับปรุงพื้นที่ยังไม่เรียบร้อย ยังไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ ฯลฯ แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ ชาวบ้านไม่มีเงินทุนที่จะเข้าไปปลูกสร้างบ้าน ต่อมาจึงได้มีการประสานงานกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.อุทัยธานี, ส.ป.ก., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ ‘พอช.’, ตัวแทนชาวบ้าน และคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยชนบท เพื่อร่วมกันเดินหน้าพัฒนาที่อยู่อาศัยในที่ดิน ส.ป.ก.ระบำ

    “ชาวบ้านที่จะเข้ามาอยู่ในที่ดิน ส.ป.ก.ระบำ แต่เดิมก็อยู่กันกระจัดกระจายหลายพื้นที่ ไม่มีผู้นำ ไม่มีความยึดโยงเกี่ยวพันกัน พวกผมในฐานะที่เป็นคณะทำงานฯ ก็ต้องมาช่วยกันจัดขบวนชาวบ้าน เพื่อให้มีการรวมกลุ่ม จัดประชุม แต่งตั้งตัวแทนชาวบ้านขึ้นมาช่วยกันทำงาน เช่น สำรวจข้อมูล ความต้องการที่อยู่อาศัย ร่วมกันออกแบบบ้าน ประเมินราคาก่อสร้าง วางแผนการก่อสร้าง จัดหาช่างชุมชนเพื่อมาช่วยกันสร้างบ้าน และตกลงร่วมกันว่าจะสร้างบ้านให้ครอบครัวไหนที่มีความเดือดร้อนก่อน นอกจากนี้ก็จะต้องเตรียมแผนที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไปด้วย” สาครพูดถึงบทบาทของคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยชนบท ที่ทำหน้าเป็นพี่เลี้ยงเพื่อให้ชุมชนที่จัดตั้งขึ้นใหม่สามารถรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนของตนเองต่อไปได้

    แสนสุข ป้องสนาม ประธานกรรมการสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินตำบลระบำ จำกัด เล่าว่า ที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลระบำมีทั้งหมด 3,239 ไร่ แต่สหกรณ์ขอใช้พื้นที่รวม 2,421 ไร่ (ส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่ส่วนกลางและที่ดินของหน่วยราชการที่จะเข้ามาพัฒนาพื้นที่) รองรับชาวบ้านที่ไม่มีที่ดินทำกินใน อ.ห้วยคตและ อ.ลานสักได้ 486 ครอบครัว หรือ 486 แปลง แบ่งพื้นที่ออกเป็น 8 โซน หรือ 8 ชุมชน โดยแต่ละครอบครัวจะได้รับที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 5 ไร่ แบ่งเป็นที่ดินสร้างบ้าน 150 ตารางวา และที่ดินทำกินอีก 4.5 ไร่ โดยขณะนี้สหกรณ์มีสมาชิกทั้งหมด 332 ราย สมาชิกจะต้องส่งเงินออมเข้าสหกรณ์เดือนละ 100 บาท ตอนนี้มีเงินออมรวมประมาณ 100,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ส่วนหนึ่งจะแบ่งเป็นงบบริหารงาน และเมื่อสหกรณ์มีเงินมากขึ้นก็จะนำมาให้สมาชิกที่เดือดร้อนกู้ยืม

    ส่วนการก่อสร้างบ้าน เริ่มก่อสร้างเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เฟสแรกจำนวน 16 หลัง ขนาดบ้านขึ้นอยู่กับงบประมาณและความต้องการของเจ้าของบ้าน ส่วนใหญ่จะเลือกแบบบ้านชั้นเดียว เทพื้นปูนซีเมนต์ ก่อตัวบ้านด้วยอิฐบล็อกขนาด 4X6 หรือ 4X8 ตารางเมตร ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช.หลังละ 40,000 บาท ขณะนี้ (สิงหาคม) สร้างเสร็จแล้วทั้ง 16 หลัง และจะทยอยสร้างต่ออีก 302 หลัง

    “ตอนนี้มีชาวบ้านเข้ามาอยู่อาศัยแล้ว 5 ชุมชน ครอบครัวไหนที่มีความพร้อมก็จะทยอยสร้างบ้านใหม่ ใครยังไม่พร้อมก็ปลูกบ้านชั่วคราวอยู่ไปก่อน โดยเราจะวางแผนการสร้างบ้านเป็นล็อกๆ เพื่อความสะดวก และจะได้สร้างบ้านไปพร้อมๆ กัน ใช้ช่างชุมชนช่วยกันสร้างบ้านโดยไม่มีค่าแรง ทำให้ประหยัดงบไปได้มาก ถ้ามีประตู หน้าต่าง มีไม้ มีสังกะสี หรือหลังคาที่รื้อมาจากบ้านเก่า ก็จะช่วยทุ่นเงินไปได้อีก ตอนนี้เรามีช่างชุมชนอยู่ประมาณ 70-80 คน มีทั้งช่างไม้ ช่างปูน ช่างเชื่อม มาช่วยกันสร้าง หลังหนึ่งประมาณ 3 เดือนก็เสร็จ ปลายเดือนสิงหาคมนี้จะสร้างพร้อมกันอีก 48 หลัง” ประธานสหกรณ์บอก

    นอกจากเรื่องที่อยู่อาศัยแล้ว เรื่องปากเรื่องท้องถือเป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณมาช่วยส่งเสริมพัฒนาอาชีพชาวบ้านผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ฯลฯ รวมงบประมาณ 161 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านเลี้ยงวัวเนื้อ ครอบครัวใดที่สนใจ กรมปศุสัตว์จะให้แม่วัว 1 ตัวและผสมพันธุ์ให้ หากตกลูกเกิน 1 ตัว ผู้เลี้ยงจะต้องคืนลูกวัวให้กรมปศุสัตว์เพื่อเอาไปแจกจ่ายให้เกษตรกรรายอื่นต่อไป ส่วนกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะช่วยขุดแหล่งน้ำรวมให้ชาวบ้านใช้ร่วมกัน รวมทั้งขุดบ่อน้ำเป็นรายครอบครัว ครอบครัวละ 1 งาน เพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ตลอดปี

    นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เลี้ยงกบ เลี้ยงปลาดุก เลี้ยงเป็ด ไก่ ปรับปรุงคุณภาพดินเพื่อปลูกผักสวนครัว พืชไร่ เช่น พริก ข้าวโพด ฟักทอง มันสำปะหลัง มันเทศ มันญี่ปุ่น ไผ่กินหน่อ กล้วย ฯลฯ โดยเฉพาะพริก จะมีบริษัทที่ผลิตซอสพริกและเครื่องปรุงอาหารสำเร็จรูปรายหนึ่งมาส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกพริกแดงใหญ่ และจะรับซื้อในราคาประกัน

    ครอบครัวของแสนสุข ป้องสนาม มีพื้นเพเดิมอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี แสนสุขเล่าว่า เขาเกิดที่อุดรธานี เมื่ออายุได้ 6 เดือน พ่อแม่ได้อพยพมาอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานี เพราะอยู่บ้านเดิมไม่มีที่ดินทำกิน ส่วนที่อุทัยธานีมีประชาชนจากภาคอีสานอพยพเข้ามาทำงานรับจ้างต่างๆ ในไร่ในสวน เช่น ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง ฯลฯ เมื่อไม่มีที่ดินทำกินและไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ต่างคนต่างครอบครัวจึงต้องเข้าไปบุกรุกอยู่อาศัยในที่ดินป่าสงวน หรือที่ดินในเขตรักษาพันธุ์สัตวป่า เขตวนอุทยาน ฯลฯ และอยู่อาศัยต่อเนื่องมานานไม่ต่ำกว่า 20-30 ปี

    เช่นเดียวกับครอบครัวอื่นๆ ที่อพยพมาจากสุพรรณบุรีบ้าง บางครอบครัวก็เป็นคนอุทัยธานี แต่ไม่มีที่ดินและที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง เมื่อได้รับการจัดสรรที่ดินในครั้งนี้ ทุกคนจึงพูดเป็นเสียงเดียวกันด้วยความรู้สึกดีใจ แม้จะไม่ได้ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ แต่ก็สามารถให้ลูกหลานสืบทอดทำกินต่อไปได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกขับไล่ไสส่งไปอยู่ที่ไหน บางคนลงทะเบียนคนจนเพื่อขอที่ดินทำกินตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ (ประมาณปี 2544-2545) แต่ก็ยังไม่ได้ที่ดินสักกระแบะมือ

    ขณะที่แสนสุขบอกว่า เขารู้ข่าวว่ารัฐบาลจะจัดสรรที่ดินให้คนที่ไม่มีที่ดินทำกิน เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วจึงได้ไปทำเรื่องที่ ส.ป.ก.อุทัยธานี ต่อมาก็มีคณะกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดมีทั้งเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ มาตรวจสอบข้อมูลว่าเขาและคนอื่นๆ ที่ไปทำเรื่องที่ ส.ป.ก.ไม่มีที่ดินทำกินจริงหรือเปล่า

    “ตอนแรกก็ยังไม่ค่อยเชื่อว่าเราจะได้ที่ดินจริงหรือเปล่า เพราะคนอื่นเขาขึ้นทะเบียนขอที่ดินมาก่อนเราแล้วก็ยังไม่ได้เลย พอได้ที่ดินผมก็รู้สึกดีใจเหมือนกับคนอื่นๆ ต้องขอขอบคุณรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ที่มาช่วยสนับสนุนและให้ความรู้ ทั้งเรื่องปศุสัตว์ เกษตร ที่ดินทำกิน เรื่องน้ำ รวมทั้ง พอช.และเครือข่ายที่มาช่วยเรื่องการจัดขบวนชุมชน ช่วยเรื่องระบบการร่วมกันสร้างบ้าน ทำให้เราได้ความรู้ ได้ความคิด ได้เรียนรู้หลักการพึ่งพาตัวเอง ซึ่งต่อไปผมเชื่อว่าชาวบ้านจะช่วยกันพัฒนาชุมชนของเราได้เอง” แสนสุขกล่าวในตอนท้าย.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น