เดิมพันนโยบายจำนำข้าว หยุดคลื่นมวลชนกดดันศาล

  • Saturday, August 19, 2017 - 00:00

    คาดเดากันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับสถานการณ์ และ ผลจากการอ่านคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าวของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะมีขึ้นในปลายสัปดาห์หน้าว่าผลที่ออกมาเป็นอย่างไร จะส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนในทางการเมืองหรือไม่ หรือ ผลแห่งการพิพากษาจะผสมผสาน กับหลักทางด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ ปูทางให้เกิดความสงบเรียบร้อยในห้วงสถานการณ์สำคัญ ขณะที่อีกทางวิเคราะห์ว่าผลที่ออกมาจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้เกิดขึ้นกับบ้านเมือง

    แต่ข้อวิพากษ์วิจารณ์หนึ่งจากมวลชนที่สนับสนุน นางสาวยิ่งลักษณ์ พรรคเพื่อไทย และ ผู้ที่ชื่นชอบ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร คือ การวางมาตรการอย่างเข้มข้นในการคัดกรอง จัดระเบียบมวลขนที่จะเข้ามาให้กำลังใจหน้าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตั้งแต่วันที่มีการแถลงปิดคดี เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่มีการประชุม วางมาตรการก่อนที่จะมีการพิพากษาจริงร่วมสองสัปดาห์ โดยมีข้อมูลข่าวออกมาว่าจะมีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 17 กองร้อย หรือ 2,550 นาย จาก กองบัญชาการตำรวจนครบาล2 กองบัญชาการตำรวจนครบาล 6 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน เป็นต้น

    ขณะที่ พลตำรวจตรี ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ร่วมกับ ตัวแทนจากหน่วยข่าวกรองทหารบก กองทัพภาคที่ 1 สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ตำรวจสันติบาล และรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ถึง 9 ที่ดูแลงานความมั่นคง เพื่อประเมินว่าประชาชนที่จะมาให้กำลังใจ นางสาวยิ่งลักษณ์ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ เบื้องต้นที่ประเมินไว้น่าจะมากกว่าวันที่มีการแถลงปิดคดี

    ที่สำคัญ ศาลได้ให้แนวนโยบายกำหนดเขตอำนาจศาลไปจนถึงปากทางเข้าศาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำแผงเหล็กมากั้นเพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่าบริเวณที่ถูกกั้นไว้เป็นเขตพื้นที่อำนาจศาล การจะเข้าจะออกมีกฎหมายรองรับ จึงได้ออกประกาศให้ประชาชนระมัดระวังในการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่ บุคคล มวลชน องค์คณะผู้พิพากษา และเจ้าหน้าที่ศาล ต้องตั้งจุดตรวจค้น 3 จุด การปฏิบัติอาจจะต้องเข้มงวด จึงได้ขอความร่วมมือมวลชนรับฟังคำพิพากษาอยู่ที่บ้าน

    ส่วนหนึ่งมาจากข้อมูลด้านการข่าว และ ปรากฏการณ์ที่มีมวลชนจำนวนมากจากต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาในรูปแบบของรถบัสใหญ่ ขนคนมาเคารพพระบรมศพรัชกาลที่ 9 ก่อนที่จะมาที่หน้าศาลในวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งในวันนั้นเจ้าหน้าที่ยังประเมินไม่ได้ชัดเจนว่าจะมีมวลชนเท่าใด อย่างไรก็ตาม การจัดเตรียมมาตรการนั้นถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภายใต้นโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น

    ขณะที่ทหารเป็นเพียงการรอการร้องขอ และ ดูแลภาพรวมของมวลชนที่จะเดินทางเข้ามาในกรุงเทพมหานคร ตามที่พลโท วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 3 ระบุว่า ทหาร ตำรวจ และฝ่ายพลเรือนในพื้นที่ จะเน้นทำความเข้าใจกับประชาชนและแกนนำในพื้นที่ ว่าในวันดังกล่าวทุกคนสามารถให้กำลังใจกันได้ในท้องที่หรือในบ้านตนเอง ซึ่งไม่ได้ห้ามการให้กำลังใจ แต่หากเข้ามาในกรุงเทพมหานครจะลำบากหลายประการ และพื้นที่บริเวณศาลค่อนข้างจำกัด ส่วนการเผยแพร่ว่าทหารทำหนังสือข้อตกลงกับแกนนำในพื้นที่จังหวัดชียงใหม่ ไม่ให้ขนมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจนั้น แม่ทัพภาคที่ 3 ก็บอกว่า ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะใช้การพูดคุยทำความเข้าใจกันมากกว่า ในลักษณะแบบพรรคพวกเพื่อนฝูง หรือคนรู้จักกัน แต่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าใครเป็นผู้เผยแพร่และบิดเบือนข้อเท็จจริง

    แต่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ยืนยันว่า ได้รับข้อมูลมาจากหลายช่องทางว่า ประชาชนที่เคยแสดงออกทางการเมืองหรือแม้แต่กลุ่มที่ไม่ได้แสดงออกทางการเมือง แต่เห็นวิบากกรรมที่ นางสาวยิ่งลักษณ์เจอ ต้องการที่จะมาให้กำลังใจ แต่มีเจ้าหน้าที่ใช้กำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เข้าไปพบเข้าไปพูดคุยสอบถาม ไม่ต่ำกว่า 3-4 ครั้งแล้ว

    ปรากฏการณ์ของฝ่ายสนับสนุน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และมาตรการรับมือของฝ่ายเจ้าหน้าที่ต่อมวลชนในวันดังกล่าว อาจเรียกได้ว่าเป็นแค่มาตรการป้องกันความวุ่นวายที่ออกมาภายใต้ความไม่แน่นอนจากผลแห่งคำพิพากษาคดีว่าจะออกมาเป็นอย่างไร มีแค่คำคาดการณ์จากหลายฝ่ายที่ล้วนแล้วแต่สนับสนุนข้อมูลฝ่ายตัวเองที่มี แต่เหนืออื่นใดคือการวิเคราะห์ การตีความ ที่กินความเลยไปกว่าประเด็นทางคดี และ หลักกฎหมาย ก็คือผลของการใช้นโยบายในการรับจำนำข้าว

    เพราะในที่สุด หากผลคดีออกมาทางบวก ฝ่ายนางสาวยิ่งลักษณ์ ก็สามารถนำไปใช้อ้างอิง โฆษณา หาเสียง ในทางการเมืองได้อย่างต่อเนื่อง แต่หากคำพิพากษาออกมาทางลบ ก็จะเป็นการตอกย้ำเรื่องความผิดพลาดบกพร่องทางนโยบาย และเป็นผลสะท้อนให้เห็นว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมาจากการใช้นโยบายในการหาเสียง โฆษณา ซึ่งในฐานะผู้นำประเทศไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การไม่มีรายงานเรื่องความผิดพลาดมาถึงตน จึงไม่ถือเป็นความบกพร่องของตัวเองได้

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น