โพลนิยมรัฐบาลน้อยลง เหตุผลที่มากกว่าเรื่องเบื่อ

  • Tuesday, August 22, 2017 - 00:00

    ไม่ได้เกินความคาดหมายสำหรับกระแสความนิยมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยเฉพาะ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ไม่พุ่งฉิวเหมือนตอนเข้ามาบริหารประเทศใหม่ๆ และไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทัศนคติต่อคนในสังคมจะเปลี่ยนไปตามธรรมชาติ จะด้วยเหตุผลคนไทยขี้เบื่อ หรือเป็นเพราะสภาพแวดล้อม และสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ค่าครองชีพที่สูงมากขึ้น ด้วยปัจจัยแวดล้อมอื่นทั้งภายในและภายนอกประเทศที่ผสมกันในช่วงที่รัฐบาลทหารเข้ามาบริหาร ก็ล้วนเป็นเหตุผลที่ผลสำรวจของคนไทยที่พึงพอใจต่อผลงานรัฐบาลน้อยลง

    โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง ประเมินผลงาน 3 ปี รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,216 คน จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ พบว่า 1.คะแนนความพึงพอใจที่มีต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้คะแนนเฉลี่ย 5.27 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนนโดยพบว่า ด้านความมั่นคงของประเทศได้ 6.38คะแนน, ด้านการบริหารจัดการและการบังคับใช้กฎหมาย 5.75 คะแนน, ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต 5.30 คะแนน, ด้านการต่างประเทศ 5.09 คะแนน, ด้านเศรษฐกิจ 3.85 คะแนน, ด้านการต่างประเทศ 5.09 คะแนน

    ทั้งนี้ พบว่าความพึงพอใจของประชาชนลดลงทุกด้าน เมื่อเปรียบเทียบกับผลงานรัฐบาลครบ 2 ปี และครบ 2 ปี 6 เดือนขณะที่คะแนนความพึงพอใจการปฏิบัติหน้าที่ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้คะแนนเฉลี่ย 7.00 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน โดยความเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ 7.61 คะแนน ความซื่อสัตย์สุจริต 7.48 คะแนน ความขยันทุ่มเทในการทำงานเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ 7.14 คะแนน การรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ 7.01 คะแนน, ความสามารถในการบริหารจัดการตามอำนาจหน้าที่ 6.73คะแนนความสามารถสร้างสรรค์ผลงานหรือโครงการใหม่ๆ 6.02 คะแนน ซึ่งลดลงทุกด้านเช่นเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานรัฐบาลครบ 2 ปี และครบ 2 ปี 6 เดือน

    และยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่เกินความคาดหมายที่ พลเอกประยุทธ์ จะวิจารณ์การทำโพลล์ที่ผลออกมาเช่นนี้ว่ามีปัญหา เพราะไม่เคยมีใครที่อยู่ในอำนาจของไทยจะยอมรับได้กับผลโพลล์ที่ส่งผลทางลบกับตัวเอง แม้จะยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนไทยนิสัยขี้เบื่อ แต่ส่วนหนึ่งก็ได้ตำหนิกระบวนการทำโพลล์ในภาพรวมขยายความไปถึงประเด็นการตั้งคำถามเรื่องการทุจริต ที่มีผลสำรวจออกมาว่า แม้ 67 เปอร์เซ็นต์ไม่อยากให้มีการทุจริต แต่ 32 เปอร์เซ็นต์เห็นว่าให้โกงได้ แต่ขอให้แบ่งปัน

    จริงอยู่ว่าเหมือนเป็นเหรียญคนละด้านที่ผู้บริหารประเทศ และประชาชนมองกันคนละมุม ในส่วนของรัฐบาลและผู้นำประเทศเอง โดยเฉพาะรัฐบาลนี้ไม่ต้องการความนิยมเพื่อใช้ในการเลือกตั้ง ดังนั้นนโยบายหลายประการกระทบต่อความนิยมของคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องการจัดระเบียบต่างๆ จึงสร้างแรงสั่นสะเทือนค่อนข้างสูง ขณะเดียวกันชาวบ้าน หรือ ประชาชนที่เสียภาษีอากรก็มีมุมมองไปตามข้อมูลและความรู้สึกที่ตนเองมี ดังนั้นคนที่ตอบแบบสำรวจจึงสะท้อนถึงความรู้สึกที่มีต่อรัฐบาลแตกต่างกันไป แม้เหตุผลของรัฐบาลมุ่งเน้นประโยชน์ต่อประชาชนในระยะยาวก็ตาม แต่ในขณะนี้ความเดือดร้อนอันเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำคือความรู้สึกที่เกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า

    เช่นเดียวกับ ผลโพลที่ระบุว่า มีคนส่วนหนึ่งยังเห็นว่าโกงได้แต่ขอให้แบ่งปัน ยิ่งสะท้อนให้เห็นทัศนคติที่หวังให้รัฐบาลบริหารประเทศให้ได้ผลต่อภาพรวม โดยเฉพาะเรื่องความอยู่ดีกินดี สภาวะเศรษฐกิจ การลงทุนก็ขอให้ดีขึ้น โดยประเด็นการโกงไม่ใช่เรื่องหลักที่คนกลุ่มนี้พุ่งเป้าเป็นอันดับต้นๆ จึงอาจสรุปได้ว่าคนในสังคมยังมุ่งหวังรัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้เกิดผลสัมฤทธิ์ การบริหารราชการในภาพรวมส่งผลประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อให้ความรู้สึกของคนยอมรับการบริหารนโยบาย การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดมากขึ้น จากสภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว ภาคธุรกิจอยู่ได้อย่างมีความหวัง ไม่รอวันล้มหายตายจากไปจากหน้ากระดานก่อนการเลือกตั้งจะมาถึง เหล่านี้น่าจะเป็นภาพสะท้อนความรู้สึกของคนในสังคมที่กำลังดิ้นรนสู้กับสภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองอย่างหนักหนาสาหัส

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น