อยู่บนพื้นฐาน การตรวจสอบ

  • Saturday, August 26, 2017 - 00:00


    25 สิงหาคม 2560 ถือเป็นประวัติศาสตร์ทางการเมืองอีกหนึ่งหน้าของเมืองไทย เมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลย หลบหนีหรือจงใจไม่มาฟังคำพิพากษา โดยอ้างว่าป่วยน้ำในหูไม่เท่ากัน แต่ไม่ได้ยื่นใบรับรองแพทย์ ดังนั้นศาลจึงต้องออกหมายจับ และเลื่อนอ่านคำพิพากษา เป็นวันที่ 27 กันยายน 2560

    หลังอัยการสูงสุดยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ตามกฎหมาย ป.ป.ช. กรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว สร้างความเสียหายแก่รัฐกว่า 5 แสนล้านบาท

    นอกจากนี้ในวันเดียวกัน ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อ่านคำพิพากษาคดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว จำเลยที่ 1, นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว จำเลยที่ 2 และพวก ซึ่งเป็นอดีตนักการเมือง 3 คน ข้าราชการการเมือง 3 คน และนิติบุคคลกับกรรมการผู้มีอำนาจในนิติบุคคล รวม 28 ราย

    เป็นจำเลยที่ 1-28 ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 4, 9, 10,12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจโดยทุจริตสร้างความเสียหายแก่รัฐ, ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต

    สร้างความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4, 123 และ 123/1 พร้อมทั้งขอให้ศาลสั่งปรับจำเลยทั้งหมด เป็นเงิน 35,274,611,007 บาท ที่คิดคำนวณจากมูลค่าครึ่งหนึ่งตามสัญญาระบายข้าว 50,000 ตัน ที่พบว่ามีการกระทำผิดสัญญา 4 ใน 8 ฉบับ

    โดยหลังจากใช้เวลาอ่านคำพิพากษา ได้มีคำพิพากษาว่า นายบุญทรง นายภูมิ และพวกมีความผิด เนื่องจากไม่เป็นการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ แต่เป็นการขายข้าวแบบรัฐกับเอกชน ซึ่งทำให้รัฐบาลเสียหาย ให้จำคุกนายบุญทรง เป็นเวลา 42 ปี ไม่รอลงอาญา และจำคุกนายภูมิ 36 ปี ไม่รอลงอาญา

    ส่วนนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง โดนโทษจำคุก 48 ปี นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ถูกตัดสินให้จำคุก 40 ปี ส่วนจำเลยคนอื่นๆ มีโทษลดหย่อนกันลงไป พร้อมให้ชดใช้ค่าเสียหายคืนแก่รัฐรวมกันเป็นจำนวน 16,000 ล้านบาท และมีจำเลย 8 คน ที่ศาลยกฟ้อง

    แน่นอนว่า หลังจากคำพิพากษาโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี และการไม่เข้ารับฟังคำพิพากษา ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ย่อมตามมาด้วยปฏิกิริยาทางการเมืองที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะฟากฝั่งของตระกูลชินวัตร ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย และเครือข่าย นปช. ซึ่งถือเป็นกลุ่มก้อนการเมืองที่น่าติดตามหลังจากนี้

    โดยเฉพาะกระแสข่าว การเดินทางของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเดินทางออกนอกประเทศไปตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีข้าราชการระดับสูงเป็นผู้อำนวยความสะดวก ซึ่งมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อพบพี่ชาย ทักษิณ ซึ่งได้เดินทางมารออยู่แล้วล่วงหน้า

    แน่นอนว่า การตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในครั้งนี้ เป็นการเดิมพันที่สูงลิ่วของครอบครัวชินวัตร และการเดินหน้าจัดการทางการเมืองใหม่ เพราะมีความเป็นไปได้น้อยมากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะกลับมา ซึ่งนั่นหมายถึง จะต้องใช้ชีวิตเดินตามรอยเส้นทางของพี่ชาย-ทักษิณ พี่ชายที่มีคดีติดตัวไปตลอดชีวิต และเล่นการเมืองไม่ได้อีกต่อไป

    และในอนาคตข้างหน้า สำหรับพื้นที่ทางการเมืองของครอบครัวชินวัตร นั่นคือ เปิดแนวรบทางการเมืองหน้าใหม่ ซึ่งอีกในไม่ช้าน่าจะมีท่าทีหรือคำตอบที่ชัดเจน จากการจัดกระบวนการทางการเมืองผ่าน ทักษิณ ชินวัตร ที่จะส่งสัญญาณหลังจากนี้ เพื่อส่งถึงกลุ่มเครือข่ายพรรคเพื่อไทย และเครือข่ายกลุ่มก้อนทางการเมือง เพื่อส่งถึงฐานเสียงในพื้นที่

    ขณะเดียวกัน ผลของคำพิพากษาคดีในครั้งนี้ ทั้งคดีการทุจริตในการระบายข้าวแบบจีทูจี ของนายบุญทรง และคณะ ตลอดจนการตัดสินใจไม่มาฟังคำพิพากษานัดสำคัญครั้งนี้ของยิ่งลักษณ์ ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่ออนาคตและทิศทางการเมืองของประเทศชาติ โดยเฉพาะผลการพิพากษาการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการหรือนโยบายของรัฐ ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า การทุจริตเชิงนโยบายสร้างความเสียหายให้กับประเทศเป็นอย่างมาก และปรากฏผลเสียหายทั้งหมดยังคงดำเนินอยู่ ที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อประเทศชาติไปอีกยาวนาน

    ขณะเดียวกัน พฤติการณ์ที่เกิดขึ้น และผลของคำพิพากษาในครั้งนี้ น่าจะเป็นบทเรียนสำคัญในอนาคต และเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการร่วมกันหามาตรการในการป้องกันความเสียหายและการทุจริต ในโครงการหรือนโยบายที่ต้องใช้เงินภาษีมหาศาล และสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือ การตรวจสอบการดำเนินการโครงการ ในการใช้จ่ายงบประมาณ ต้องถือเป็นหัวใจสำคัญ และหัวใจของการดำเนินนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามวิถีประชาธิปไตย หรือมาจากการรัฐประหาร อย่างรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จักต้องอยู่บนบรรทัดฐานเดียวกัน นั่นคือ สามารถตรวจสอบได้?.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น