บันทึกถึง 'น้ำในรูหู' ยิ่งลักษณ์

  • Saturday, August 26, 2017 - 00:00


    บันทึกถึง 'น้ำในรูหู' ยิ่งลักษณ์

    จะต้องไปตื่นเต้นอะไรกันนักหนา?

    มันก็แค่เกม...........

    "น้ำในรูหูที่ลึกซึ้ง" ธรรมดาๆ ของหญิงคนหนึ่งที่ชื่อ "ยิ่งลักษณ์" เท่านั้น

    นักข่าวไปถามนายกฯ ว่า "ปูหนีไปไหน?"

    จะได้เรื่องได้ราวอะไร เพราะมันเป็นเรื่องนอกวงแขน ใครอื่นจะไปตอบแทนได้ล่ะ

    ถ้าอยากรู้จริงๆ

    โน่น...........

    ต้องไปถามสารวัตรหนุ่ย "พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย" อดีตบอดีการ์ดคนหน้าเหลี่ยม

    ที่พี่เขาส่งมาเป็น "เงากาย" น้องสาวเป็นการเฉพาะนั่นแหละ!

    ถ้าถามว่า การที่ยิ่งลักษณ์หนี มีผล "บวก-ลบ" อย่างไรหรือไม่?

    ก็ตอบว่า...มี มีมากด้วย

    โดยเฉพาะกับลูกๆ ที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยน้ำเลี้ยงรอบๆ ชายกระโปรง เห็นได้ทั่วไป จากในพรรค ในจอ ในโซเชียล ในถนน ที่เช้าขึ้นมาก็ละเมอ

    "คุณแม่ยิ่งลักษณ์สง่างาม ทระนง สงบเยือกเย็น น่าภูมิใจเหลือเกิน"!

    ยิ่งกับบ้านเมือง ยิ่งมีผลเป็นอเนก-อนันต์

    ในเมื่อ "ทักษิณตัวริ" อยู่นอกประเทศ แล้ววันนี้ "ยิ่งลักษณ์ตัวยำ" ตามไปอยู่อีกคน

    ทั้งตัวริ-ตัวยำไปอยู่ด้วยกัน

    คิดซิ...แผ่นดินจะโล่ง-โปร่งสบายขึ้นอีกขนาดไหน?

    ส่วนมาก เราเลี้ยงหมากันใช่มั้ย?

    จะเห็นว่า "หมากับเห็บ" เป็นของคู่กัน และอาหารตามธรรมชาติของเห็บ คือ "เลือดหมา"

    หมาหนึ่งตัว มีเห็บเกาะอาศัยเป็นพัน-เป็นหมื่นตัว ยิ่งมีหมามากตัว เห็บก็ยิ่งยุ่บยั่บทับทวี

    เห็บ-ไม่ต้องปราบ และปราบไม่ได้

    ถ้าไม่อยากรบกับเห็บ มีวิธีเดียว คือ............

    อย่าเลี้ยงหมา หรือปล่อยให้มีหมาในบ้าน!

    ไม่มีหมา ก็ไม่มีเห็บกระจุกตัวอยู่ เรื่องธรรมดาและง่ายๆ อย่างนี้ จะต้องไปคิดให้มันลึกซึ้งพิสดารทำไม?

    คนที่มีศักดิ์ศรีความเป็นคน คู่ควรแก่การได้รับเกียรติจากผู้อื่น เมื่อมีคดีความ จะไม่หนี

    ยิ่งยกตัวเองเป็นนักประชาธิปไตยด้วยแล้ว ยิ่งต้องสู้ตามวิถี แสดงให้เห็นถึง สปิริตประชาธิปไตย

    ผู้ผดุงไว้ซึ่ง "ความเสมอภาค-ความทัดเทียมกันทางกฎหมาย"

    ดูอย่าง "ปัก กึนฮเย" ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ หรือ "นายจตุพร-หมอเลี้ยบ" เป็นตัวอย่าง

    ผิด-ถูก เป็นเรื่องหนึ่ง ...........

    แต่สปิริต ด้วยยอมรับในกฎกติกาสังคมเสมอภาคกัน ตรงนี้ ต้องให้เครดิตกัน!

    เมื่อพินิจด้วยจิตประชาธิปไตย จิตเอื้อเฟื้อต่อชาติบ้านเมืองอย่างนี้แล้ว ทุกคน ไม่ว่าสีอะไร

    รู้สึกได้ทันที........

    ว่ายิ่งลักษณ์ค่าไม่เหนือขยะเปียก ทั้งในความเป็นพลเมืองคนหนึ่ง หรือนักการเมืองคนหนึ่ง ที่ใครๆ จะต้องเสียดาย-โหยหา อยากได้ไว้ดอมดม

    ยิ่งลักษณ์ ก็ถ่ายเลือดมาจากพี่ชายนั่นแหละ..........

    อย่าว่าแต่ทรยศ-หักหลัง-ตลบตะแลง-หลอกลวง "คนทั้งโลก" เลย ถ้าดูให้ดีจะเห็น

    ทั้งตัวพี่-ตัวน้อง ด้วยความคดในข้อ-งอในกระดูกที่ซ่อนในเสแสร้ง พฤติกรรมหลายๆ ครั้ง

    "ทรยศ-หักหลัง-หลอกลวง" กระทั่งตัวเอง!

    รู้เช่น-เห็นชาติอย่างนี้แล้ว ไอ้ที่หวังว่า เลือกตั้งวันไหน สาวกที่คลั่งไคล้ จะเฮโลเลือกกลับเข้าไปเป็นรัฐบาล โกงบ้าน-โกงเมืองเอาไปแบ่งกันอีก นั้น

    มันยากแล้ว!

    คนที่ "หนีเอาตัวรอด" แล้วยังจะมีลูกพรรค สาวก ตลอดถึงชาวบ้านทั่วไป เชื่ออีกหรือว่า

    ถ้าบ้านเมืองมีภัย ถึงคราคับขัน...........

    แล้วพี่น้องคู่นี้ มันจะไม่ทิ้งบ้าน-ทิ้งเมือง-ทิ้งพรรค ทิ้งทุกคนที่หลอกใช้

    ยกครอบครัวขึ้นเรือบินหนีเอาตัวรอดหรือ?

    ดูตัวอย่างคาตา นายบุญทรง-นายภูมิ และข้าราชการพาณิชย์อีกหลายคน "ขายชีวิต" ร่วมโกงชาติให้

    ถึงนาทีสุดท้าย..........

    นางปลาหลดหลอกคนทั้งพรรค-ทั้งระบอบทักษิณ พรุ่งนี้ไปพบกันที่ศาล

    เมื่อวาน (๒๕ ส.ค.๖๐) ขาประจำที่เกณฑ์มา ก็ยกไว้ แต่ที่ผู้หลัก-ผู้ใหญ่พรรคเพื่อไทย และใครต่อใคร ที่หลงมารอนี่ซี

    หน้าที่ไม่มีกันอยู่แล้ว ยังต้องมาเสียไปอีก

    นอกไส้ ถูกยิ่งลักษณ์หลอกน่าสงสาร แต่ในไส้ อย่าง "สมชาย-เยาวภา" และคณะหลาน

    เหมือน "เหยียบหัวแม่ตีน" รู้กัน!?

    ทิ้งนายบุญทรง-นายภูมิ และข้าราชการพาณิชย์ที่ "ขายชีวิต" ร่วมโกงชาติให้ ต้องติดคุกคนละ ๓๐-๔๐ ปี

    ค่าประกันตัวคนละ ๒๐ ล้าน ไล่เลียงลงไป ยังหาคนรับผิดชอบไม่ได้ ปล่อยให้ต้องไปนอนคุกระหว่างประกัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์

    เฮ้อ.....

    ใครคิดขายตัวให้ตระกูลทักษิณ ก็ดูกันไว้นะ ที่กะจะซื้อยี่ห้อพรรคปะใบสมัครเป็น ส.ส. "คิดผิด-คิดใหม่" ก็ยังไม่สาย

    รัฐมนตรีที่ทำหน้าที่โกงให้ ถึงคราเป็น-คราตาย มันยังขายขาด ทิ้งหนีเอาตัวรอด

    แล้วใครยังจะคิดฝากชีวิต-ฝากอนาคตกับระบอบทักษิณอยู่อีก ก็คิดให้ดี?

    นี่มันก็เป็นความจริงที่เจ็บปวดอย่างหนึ่ง คนมีเงิน มีโอกาส "เหนือคุก" กว่าคนไม่มีเงิน

    เช่น ทักษิณ-ประชา-วัฒนา-กำนันเป๊าะ-กำนันเซี้ย-นายบอส กระทั่ง ธัมมชโย เป็นต้น

    สดๆ ร้อนๆ...ก็ ยิ่งลักษณ์!

    จะถามหาความรับผิดชอบจากใครโดยตรง มันก็ยาก แต่ในกรณียิ่งลักษณ์ ต้องถามหาความรับผิดชอบจากรัฐบาล คสช.ว่า

    ที่ว่า "มีข้าราชการผู้ใหญ่" เป็นคนพายิ่งลักษณ์หนี

    มันคือ "ใคร"?

    ควรต้องสืบสาวราวเรื่องให้รู้ตัว เอามาเข้าคุกแทนยิ่งลักษณ์ให้เป็นเยี่ยงอย่าง!

    ในความเห็นผม หนีไปน่ะ...ดีแล้ว ทำให้แผ่นดินสะอาด

    ไปอยู่นอกประเทศ ก็เหมือนติดคุก ต่างตรงกำแพงข้างนอกมันกว้างกว่ากำแพงคุกจริงๆ เท่านั้น

    สมมุติติดคุกอยู่ในประเทศ มีโอกาสออกมา

    แต่การหนีไปเช่นนี้ ด้วยกฎหมายใหม่ เท่ากับต้องไปตายอยู่นอกประเทศสถานเดียว

    กฎหมายใหม่ คนหนีคดี ไม่มีการนับอายุความ กลับเข้ามารับโทษวันไหน จึงจะนับอายุความ จาก ๑ ไปวันนั้น

    อย่างยิ่งลักษณ์ หรือใครๆ หนีไปแล้ว ก็ต้องหนีไปตลอดชาติ

    ส่วนคุณบุญทรง-คุณภูมิ นับว่าเป็นคนมีเกียรติ เอื้อเฟื้อ-เคารพกฎกติกาบ้านเมือง

    คุณต้องก้มหน้ารับกรรมวันนี้..........

    แต่มีโอกาส "แหงนหน้า" ยิ้มรับอรุณใหม่ได้ เมื่อออกมา สังคมจะยอมรับพวกคุณ ว่ามีเกียรติ-ศักดิ์ศรี คู่ควรการให้อภัย

    ซึ่ง "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" ไม่มี ในสิ่งที่พวกคุณมีพร้อม!

    ยิ่งลักษณ์น่ะ ลำพังตัวเธอ ไม่มีสมองวางทีหนี-ทีไล่ในการหนีหรอก

    ที่กึ่งหนี-กึ่งน้ำท่วมรูหูเช่นนี้ มันต้องมีไอ้พวกหมอผี-หมอความแนะให้ ว่ารอดูผลคดีจีทูจีก่อน

    ยอมให้ริบประกัน ๓๐ ล้าน แลกกับหลบไปรอฟังว่า "หลุดหรือไม่หลุด" เพราะคดีเกี่ยวพันกันอยู่

    ถ้าหลุด ๒๗ กันยา น้ำในรูหูจะเท่ากันโดยอัตโนมัติ ค่อยมาศาลตอนนั้น ชัวร์กว่า

    แต่เมื่อไม่หลุด และพิจารณาจากคำพิพากษาในส่วนอ้างถึงนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ต่อกรณีจีทูจีแล้ว

    ไม่เสี่ยง "หนีแล้ว-หนีเลย" แหงๆ!

    เมื่อพอใจผลคดีกันแล้ว ก็อยากให้ชื่นชม เป็นกำลังใจต่อผู้มีส่วนสำคัญ ทำให้คดีนี้ขึ้นสู่ศาลบ้าง

    ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ........

    องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน หรือ ACT นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก ประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว

    ต่อมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ประเด็นทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ขายแบบจีทูจี

    โดยเฉพาะนายแพทย์วรงค์ ผู้กัดติดด้วยข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่มอบให้ ป.ป.ช.

    ต่อไปคือ คณะกรรมการ ป.ป.ช.

    "นายวิชา มหาคุณ" ผู้เป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

    รวมทั้ง น.ส.สุภา ปิยะจิตติ ป.ป.ช. ผู้เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงในคดีที่กล่าวหายิ่งลักษณ์

    จนคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติ "คดีมีมูล" ส่งเรื่องให้ ส.ว.ถอดถอนยิ่งลักษณ์ในปี ๕๗

    ประเทศขาดรัฐบาลบริหารตามกฎหมาย เกิดความวุ่นวาย คสช.ต้องเข้าควบคุมอำนาจปกครอง เมื่อ ๒๒ พ.ค.๕๗

    เมื่อคดีถึงอัยการสูงสุด ได้ยื่นฟ้องยิ่งลักษณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อกุมภา ๕๘

    ศาลรับฟ้อง และเริ่มพิจารณาคดี จากพฤษภา ๕๘ จนถึงวันที่ ๑ ส.ค.๖๐ ยิ่งลักษณ์แถลงปิดคดีด้วยวาจา

    นัดฟังคำตัดสิน ๒๕ สิงหา คือเมื่อวาน.............

    แต่ยิ่งลักษณ์ "หายตัว" อ้างเหตุ น้ำในรูหูไม่เท่ากัน ข่าวสะพัด หนีเข้าเขมร-เข้าสิงคโปร์ ไปดูดอก-ดูไบอยู่กับพี่ชายโน่นแล้ว

    "แดงทั้งแผ่นดิน" ไม่อยากจบ.........

    แต่ "ระบอบทักษิณ" มันจบแล้ว!

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น