ยุติธรรม..ผิดธรรมชาติ

  • Monday, August 28, 2017 - 00:00


    โจทย์ปัญหาอันเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมในคดีที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ตามกฎหมาย ป.ป.ช. กรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว สร้างความเสียหายแก่รัฐกว่า 5 แสนล้านบาท ถูกโยนกลับไปอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลอีกครั้ง หลังจากที่จำเลยไม่ปรากฏตัวต่อศาลฎีกาในแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเมื่อวันศุกร์ที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา

    มีข้อสงสัย ข้อสังเกต และคำถามมากมายจากทุกฝ่ายว่า ปล่อยปละละเลยให้จำเลยในคดีสำคัญทำความเสียหายแก่รัฐมากมายมหาศาล "หนีลอยนวล" ไปได้อย่างง่ายดายได้อย่างไร ซึ่งล่าสุดนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ก็ออกมาเคลื่อนไหวเตรียมเดินทางไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สอบสวนและพิจารณาลงโทษ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฐานบกพร่องและละเลยการปฏิบัติหน้าที่ และเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของระบบราชการ

    การแสดงออกแบบไม่รู้ไม่ชี้ของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวนี้ สะท้อนปัญหาในกระบวนการยุติธรรมของไทยอีกครั้งอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะคำว่า "เส้นทางธรรมชาติ" นับเป็นคำตอบยิ่งตอกย้ำความไม่ชอบมาพากล เพราะก่อนหน้านี้ไม่นานหรือต้นเดือนสิงหาคม 2560 เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ก็เพิ่งเปิดเผยถึงการหลบหนีคดีออกนอกประเทศของพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดยเส้นทางธรรมชาติ ทั้งๆ ที่เป็นผู้ต้องหาในคดีอื้อฉาว ข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร คดีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน

    ความไม่ถูกต้องตามธรรมชาติในการบริหารจัดการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมของไทย ที่ชัดเจนจากกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย สามารถตีความได้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐตระหนักรู้อยู่แก่ใจว่า เส้นทางใดเป็น "ช่องโหว่" ที่เปิดโอกาสให้ผู้กระทำความผิดในคดีต่างๆ สามารถออกไปนอกประเทศเพื่อหนีกระบวนการยุติธรรมได้ แต่เหตุใดจึงปล่อยปละละเลยให้เส้นทางธรรมชาติสามารถเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มบุคคลผู้ที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาคดีความต่างๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า ที่น่าสนใจคือ แต่ละคนที่รู้จักใช้เส้นทางธรรมชาติ ส่วนใหญ่เป็นผู้มีสถานะทางสังคมที่ดี และฐานะทางการเงินที่อู้ฟู่

    ตราบเท่าที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองยังแสดงออกถึงกรณีการหลบหนีของผู้ต้องหา หรือจำเลยในคดีต่างๆว่าเป็นเรื่องปกติ โดยมีเส้นทางธรรมชาติเป็น "ตัวช่วย" ในการอธิบายต่อสาธารณชนอย่างที่ไม่รู้สึกสำนึกเสียใจว่าเป็นความบกพร่องผิดพลาด และละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจำเป็นต้องมีการสืบสวนสอบสวนว่า ใครที่อยู่ในขบวนการช่วยเหลือให้มีการหลบหนีออกไป เพื่อดำเนินการลงโทษตามกฎหมาย และมิให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ถูกต้อง ขอยืนยันว่า ความยุติธรรมแบบหรี่ตาข้างเดียว หรือเลือกปฏิบัติกับคนร่ำรวยมีเงินทองเท่านั้น จะกลายเป็นปาหี่ที่คนไทยจะรู้สึกเบื่อหน่าย และรัฐบาลก็คงจะเรียกร้องขอความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิรูปประเทศไทยไม่ได้อีกต่อไป.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น