'เมื่อทนายจะตายแทนนาย'

  • Monday, August 28, 2017 - 00:00


    แจงกันเป็นฉากๆ ยังกะตัวพยาธิเกาะลำไส้ใหญ่ "ยิ่งลักษณ์"

    เห็นหมด รู้หมด............

    หนีวันไหน ไปทางไหน ขึ้นรถ-ลงเรือ จากไทย เข้าเขมร ต่อสิงคโปร์ โผล่ดูไบ จะไปตายที่อังกฤษ

    ทุกฉาก-ทุกตอน ละเอียดยิบ ขาดแต่ตอนยิ่งลักษณ์เข้าห้องน้ำเท่านั้น

    แต่ถ้าถาม แล้วเห็นตัวยิ่งลักษณ์กันหรือยัง?

    ตั้งแต่ ๒๕ สิงหา ๖๐ ถึงวันนี้............

    ยังไม่มีใครออกมายืนยัน หรือมีภาพถ่าย-หลักฐาน ว่าเห็นยิ่งลักษณ์ที่นั่น-ที่นี่เลย มีแต่ข่าว "นั่งทางใน" ทั้งนั้น!

    พูดกันตรงๆ จะหลบอยู่ไหนซักแห่งในเมืองไทย มันก็เป็นได้ หนีออกนอกไปแล้ว ก็ไม่แปลก สำหรับคนตระกูลนี้

    กระทั่ง ถ้าจะหนี ระดับเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ อย่างยิ่งลักษณ์ จะต้องซอนซอก ซ่อกๆ ทางด่านธรรมชาติ ให้ปลิง-ให้ทาก มันแทะทำไม?

    ไปขึ้น "เครื่องบินส่วนตัว"

    หรือเช่าเหมาลำของแอร์เอเชีย ที่ดอนเมือง มันยากตรงไหน?

    ที่ดอนเมืองน่ะ "ชาร์เตอร์ไฟลต์" คือแดนสนธยาสำหรับอภิมหาบุคคล ยิ่งกว่าขึ้นลิฟต์ลับตึกชินอีก!

    อยากบอก พล.ต.อ.ศรีวราห์ ว่าไม่ต้องลำบากไปเฝ้า-ไปค้นบ้านดมกลิ่นยิ่งลักษณ์หรอก

    ผู้กองหนุ่ย "พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย" ยังอยู่มั้ย?

    ถ้ายังอยู่.........

    เรียกมาถาม ถึงไม่ได้ตัว ก็ต้องได้กลิ่นบ้างแหละ!

    พ้นจากสารวัตรหนุ่ย ยังมีอีกเส้นทาง ที่ท่านศรีวราห์ใช้ "เค้น" หาเบาะแสยิ่งลักษณ์ได้ คือ

    "ทนายยิ่งลักษณ์"

    ทนายคนที่ไปยื่นคำร้องศาลว่า "ยิ่งลักษณ์ป่วย" มาไม่ได้ ขอเลื่อนฟังคำตัดสิน เมื่อ ๒๕ สิงหานั่นแหละ

    ต้องเรียกทนายคนนั้นมาสอบ รับรองล้านเปอร์เซ็นต์ ต้องรู้ และบอกท่านได้ว่า ยิ่งลักษณ์หนีไปแล้วจริงๆ

    หรือเป็นเพียงลีลาบิดกายที่สง่างามและเยือกเย็นของนารีขี่ม้าขาว ยอมให้ริบ ๓๐ ล้าน แลกกับการไม่ไปศาลชั่วขณะ...........

    เพื่อซุ่มดูผลคดีจีทูจีบุญทรงก่อน ประเมินผลแล้ว ค่อยตัดสินใจ จะหนี หรือจะโผล่อีกที ที่ ๒๗ กันยา?

    ทำไม ผมจึงมั่นใจว่าทนายยิ่งลักษณ์ต้องรู้?

    เพราะคนเป็นทนาย รู้ทั้งกฎหมาย รู้ทั้งกฎ-กติกา-มารยาท ในการเป็นทนาย ว่า

    การปั้นเรื่องเท็จไปอ้างต่อศาล..........

    มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล โทษทั้งจำ-ทั้งปรับ เผลอๆ ถูกลบชื่อออกจากทะเบียนทนายด้วย

    เพราะอย่างนั้น ที่ทนายแจ้งศาล ต้องเรื่องจริง

    นั่นคือ ทนายคนนี้ เป็นเส้นทาง "สายแรก-สายเดียว" เชื่อมต่อยิ่งลักษณ์ ก่อนเธอหายตัว และบอกได้ว่าเธอไปไหน?

    ยืนยันได้จาก "เอกสารราชการ"........

    โดย "ข่าวศาลฎีกา" แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อศุกร์ที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๐ เผยแพร่ ข้อความว่า..........

    "วันนี้ เวลา ๙ นาฬิกา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อม.๒๒/๒๕๕๘ ระหว่างอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำเลย เรื่องความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

    ทนายจำเลยยื่นคำร้องว่า ได้รับแจ้งจากจำเลยว่าป่วยด้วยโดยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน มีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างแรง ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ ขอเลื่อนการฟังคำพิพากษาในวันนี้

    โจทก์แถลงค้านว่า ไม่เชื่อว่าจำเลยป่วยจริงเนื่องจากไม่มีใบรับรองแพทย์และอาการป่วยที่อ้างไม่ถึงขนาดที่จะมาศาลไม่ได้

    ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ไม่เชื่อว่าจำเลยเจ็บป่วยจนถึงขนาดมาศาลไม่ได้ พฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยหลบหนี จึงให้ออกหมายจับจำเลยและปรับนายประกันเต็มตามสัญญา

    ให้เลื่อนไปฟังคำพิพากษาในวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๙.๐๐ นาฬิกา./"

    ก็ชัดเป๊ะ ตามเอกสารราชการ......

    "ทนายยิ่งลักษณ์ยื่นคำร้องว่า ได้รับแจ้งจากจำเลยว่า ป่วยด้วยโดยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน มีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างแรง ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ ขอเลื่อนการฟังคำพิพากษาในวันนี้"

    กรณีใบรับรองแพทย์ เป็นประเด็นหนึ่ง แต่ที่ทนายบอกศาล

    "ได้รับแจ้งจากยิ่งลักษณ์ว่าป่วย.........."

    นั่นหมายถึง ทนายกับยิ่งลักษณ์ได้ติดต่อกัน ในเวลาก่อน ๓ โมงเช้าวันที่ ๒๕ สิงหา

    คำว่า "ได้รับแจ้งจากจำเลย" แสดงถึง "ยิ่งลักษณ์แจ้งกับตัวทนายด้วยตนเอง"!

    ไม่แจ้งทางจดหมายส่งไปรษณีย์แน่ ต้องเป็นทางโทรศัพท์ "มือถือ"

    ยิ่งลักษณ์โทร.วัน/เวลาไหน ใช้เบอร์อะไร และจากที่ไหน โทรศัพท์บันทึกไว้หมด!

    พล.ต.อ.ศรีวราห์ รีบเชิญทนายมาให้ปากคำด่วน สิ่งที่ตำรวจ-รัฐบาล-คนทั้งประเทศ และทั้งโลก อยากรู้ ว่ายิ่งลักษณ์หนีไปไหน?

    ทนายบอกได้แน่

    อย่างน้อยก็ ร่องรอย-เบาะแส จากการติดต่อทางโทรศัพท์ครั้งล่าสุด

    เห็นมั้ย....!

    ไม่มีอาชญากร-อาชญากรรมรายใดในโลก ที่จะไม่ทิ้งเบาะแส-ร่องรอยไว้

    วานซืน "ท่านชูชาติ ศรีแสง" อดีตผู้พิพากษา หัวหน้าคณะในศาลฎีกา ยังโพสต์ fb เกี่ยวกับประเด็นนี้ไว้

    ".....ใคร่ขอเสนอให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หมายเรียกทนายความของนางสาวยิ่งลักษณ์มาทำการไต่สวนว่า เอาข้ออ้างที่ว่านางสาวยิ่งลักษณ์ป่วยน้ำในหูไม่เท่ากันมาจากไหน ใครเป็นผู้บอก เมื่อใด

    .....ถ้าทนายความคนนี้ไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้มายืนยันว่า ได้รับการบอกจากนางสาวยิ่งลักษณ์ว่านางสาวยิ่งลักษณ์ป่วยจริง ก็ต้องฟังว่า ทนายความคนดังกล่าวการนำเอาข้อมูลเท็จมาอ้างต่อศาล

    .....ต้องถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการประพฤติตัวไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ซึ่งมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1) มีโทษตามมาตรา 33 คือ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท"

    เหลี่ยมเล่ห์ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ครั้งนี้ ต้องบอกว่า "อำมหิตเหนือโหดสัส" กับข้าทาสที่ภักดีทั้งหลาย

    การหนีของยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่ปุบปับหนี........

    หากแต่ "จัดฉาก-ปูทาง-หลอกล่อ" ล่วงหน้า ให้จำเลยคดีจีทูจี "นายบุญทรง-นายภูมิ" อดีตรัฐมนตรีตายใจ

    แสดงทุกบทให้ทุกคนมั่นใจว่า ไม่หนี-ไม่ทิ้งกัน ๒๕ สิงหาไปฟังศาลตัดสินด้วยกันแน่

    คุก-ก็คุกด้วยกัน, รอด-ก็รอดด้วยกัน!

    นั่นคือการวางแผน "หลอกลูกน้องไปตาย" เพื่อให้ฉากหนีของตัวเองเนียน ชาวบ้าน-ชาวเมืองไม่ระแวง

    ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ..........

    ปัญหาตามมาคือ เมื่อยิ่งลักษณ์เป็นเยี่ยงอย่างเลวให้เห็นคาตา ในนิยาม "คนมีเงิน-มีอำนาจบารมี" ศาลให้ประกันตัว แล้วหนี

    แล้ววันนี้ (๒๘ ส.ค.) ที่บุญทรง-ภูมิ และคนอื่นๆ จะยื่นขอประกันชั้นอุทธรณ์

    คงลำบากมากแล้ว!

    ในเมื่อระบอบทักษิณ ทำให้ทุกคนเห็น นอกจากโกงไปแบ่งปันแล้ว หาความน่าเชื่อถือในเครดิตไม่ได้เลย

    เดิมพันคดีนี้ เป็นแสนๆ ล้าน ที่ให้ชดใช้ก็เป็นหมื่นๆ ล้าน สมมุติให้ประกันคนละ ๒๐-๓๐ ล้าน

    ก็ลองคิดซิ.......

    ยอมให้ศาลริบประกัน ๒๐-๓๐ ล้าน แลกต้องติดคุก ๔๒ ปี ๓๖ ปี ชดใช้อีกเป็นหมื่นๆ ล้าน

    จะเลือกเอาทางไหน?

    ผมเชื่อ คนพวกนี้ จะเลือกเอาทาง "หนี" ดีกว่า

    หนีแล้วยังมีโอกาสเอาเงินที่โกงชาติไปจ้างบางไพร่ "เผาบ้าน-เผาเมือง" ก่อสถานการณ์

    เพื่อกลับมามีอำนาจ "ขายชาติ-ขายแผ่นดิน" เหมือนเดิมอีก!

    ด้วยเหตุผลนี้ ก็หนักใจแทน "บุญทรง-ภูมิ" ในเรื่องประกันตัวชั่วคราว

    จะยื่นประกัน ด้วยมูลค่าเสียหายในคดีเป็นแสนๆ ล้าน ก็ต้องใช้หลายสิบล้าน

    มากขนาดนั้น ประกันบุญทรงคนเดียวก็ไม่ได้ ต้องนายภูมิด้วย อดีตข้าราชการพาณิชย์ด้วย

    ก็ต้องถาม "นายสมชาย-นางเยาวภา" หรือ "เจ๊แดง" แห่งค่ายวังบัวบานผู้มากทรัพย์ในเพื่อไทยแล้วล่ะว่า

    นายบุญทรง ก็คนในค่าย-คนรู้ใจ พร้อมเป็น "เจ้าภาพ" ออกทรัพย์ประกันให้หรือไม่?

    แต่สมมุติ "บุญทรง-ภูมิ" ศาลให้ประกันตัวชั่วคราว

    ก็ต้องถาม "พลเอกประวิตร" ผู้รับผิดชอบด้านมั่นคง ในอีกด้านว่า

    กับ "ยิ่งลักษณ์" ท่านบอก........

    "ส่งเจ้าหน้าที่ประกบป้องกันหลบหนีแล้ว"

    แต่ก็ปรากฏว่ายิ่งลักษณ์ "หนี" ประกบของท่านไป ชาวบ้านชักบังสุกุลกันอยู่ขณะนี้

    แล้วถ้าบุญทรง-ภูมิได้ประกันออกมา ท่านเตรียมคำตอบสังคมด้านประกบไว้อย่างไร?

    "ลาออก" ตามไปอยู่ดูไบด้วยกัน........

    อย่างนั้น....."ไม่เอานะท่าน"!

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น