ยิ่งกว่าเสร็จศึกฆ่าขุนพล

  • Wednesday, August 30, 2017 - 00:00


    เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 12/2560 เรื่องการกำหนดตำแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 134 ตอนพิเศษ 59 ง. โดยใช้อำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 (ในขณะนั้น) ให้นายพนม ศรศิลป์ พ้นจากตําแหน่งผู้อํานวยการสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และให้ดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี รวมทั้งให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้บัญชาการสํานักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ้นจากตําแหน่ง และให้ดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการ พศ.แทน

    แต่หลังจากผ่านการดำรงตำแหน่งไปเพียง 6 เดือน 3 วัน ในเอกสารสรุปข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 29 สิงหาคม 2560 ในหัวข้อที่ 34 เรื่อง ขอรับโอนข้าราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ระบุว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอขอรับโอน พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการและทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

    ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ในการแต่งตั้งโยกย้าย พ.ต.ท.พงศ์พรไว้ว่า “ไม่ได้เด้ง เพราะได้ทำงานสำเร็จแล้ว ทั้งแก้ปัญหาเรื่องพระ เรื่องวัดอะไรต่างๆ จึงย้ายมาใกล้ๆ นายกฯ ช่วยการทำงานในเรื่องการปฏิรูปศาสนา คือเอามาช่วยกัน ไม่ได้เป็นการลงโทษเลย เป็นการปรับย้าย แต่งตั้งหมุนเวียน”

    ทำงานเสร็จแล้ว!!! ในความหมายของ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล คงสร้างความกังขาให้กับสังคมอย่างมาก เพราะกรณีการจับกุมตัวพระไชยบูลย์ สุทธิผล ผู้ถูกกล่าวหาในคดีกระทำความผิดข้อหาร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน และรับของโจรตามที่ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ ที่ 942/2559 จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ในส่วนใดของพื้นพิภพนี้ แม้จะมีการปิดล้อมและตรวจค้นวัดพระธรรมกายที่ จ.ปทุมธานี มาถึง 55 วัน ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
    นี่ยังไม่รวมนับกรณีเงินทอนวัด ซึ่งจุดเริ่มต้นมาจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่งต่อมายังตำรวจปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) และ พศ.ในยุค พ.ต.ท.พงศ์พร ซึ่งได้ตรวจสอบงบประมาณของ พศ.ในช่วงปี 255-2559 ในเรื่องเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณะและปฏิสังขรณ์วัด ซึ่งพบว่าในการเบิกจ่ายมีวัดที่เข้าข่ายทุจริต 12 วัด อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ 6 วัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 วัด ภาคกลาง 2 วัด และภาคใต้ 1 วัด สูญเงินไปกว่า 60.5 ล้านบาท

    และยิ่งสาวลึกเข้าไปก็ยิ่งพบว่า เปรตกินเงินทอนวัดเหล่านี้ นอกจากมีคนใน พศ.รวมด้วยแล้ว ยังดูเหมือนจะลามไปถึงวัดดัง และพระสงฆ์องคเจ้าในระดับชั้นสูงด้วย งานนี้จึงได้เห็นท่าทีแข็งกร้าวออกมาอยู่เนืองๆ จากพระชั้นผู้ใหญ่ในการตรวจสอบเรื่องของเงินทอนวัดในช่วงหลังๆ รวมถึงมีการเรียกร้องทั้งจากองค์กรที่อ้างว่าเป็นองค์กรพระสังฆาธิการแห่งคณะสงฆ์ไทย หรือแม้แต่สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย ที่เคยมุ่งมั่นปกป้องวัดพระธรรมกายอย่างออกหน้าออกตา โดยต่างมุ่งเป้าไปที่การเปลี่ยนแปลงผู้อำนวยการ พศ.แทบทั้งสิ้น โดยมิได้เอ่ยอ้างถึงเรื่องการตรวจสอบเรื่องของเงินทอนวัดและการปฏิรูปศาสนาแต่ประการใด ทั้งที่ในเวลาต่อมาก็มีทั้งผู้บริหารระดับสูงที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวรู้ตัวรีบลาออก รวมทั้งกรณีเผาเอกสารเรื่องเงินทอนก็ตามที

    เรียกว่ามีสารพัดเงื่อนงำที่อยากตัดตอนเรื่องเงินทอนวัดให้เงียบหายเข้าไปกลีบเมฆโดยไว แล้วก็เหมือนรัฐบาลและ คสช.จะเป็นผู้ตอกตะปูปิดฝาโลงเรื่องดังกล่าวลง เพราะได้โยกย้าย พ.ต.ท.พงศ์พรพ้นไปจาก พศ.แล้ว
    ก็ไม่รู้งานสำเร็จแล้วในความหมายของนายกรัฐมนตรีนั้น แท้จริงแล้วเป็นความสำเร็จของประเทศชาติ พุทธศาสนิกชน หรือวัดพระธรรมกาย ที่ได้แก้แค้นสะสางบัญชีกันแน่ แต่ที่ชัดแจ้ง งานนี้มันรุนแรงยิ่งกว่าวลีที่ว่า “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” เพราะเรื่องต่างๆ ยังคาราคาซังรอวันปะทุ หรือเงียบหายไปตามสไตล์ไทยแลนด์ยุคปากอ้างปฏิรูปถ่ายเดียวก็ไม่รู้ได้.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น