ในที่สุด 'วงจรปิด' ก็ประจักษ์

  • Wednesday, August 30, 2017 - 00:00

    นายกฯ ลุงตู่ "งอน"..........

    ถูกชาวบ้านด่า "รัฐบาลปล่อยให้ยิ่งลักษณ์หนี"!

    ท่านก็ ถือเป็นจริง-เป็นจังไปได้

    เรื่องแค่นี้ ให้ชาวบ้านเขาได้ระบายบ้างเถอะ

    รัฐบาลน่ะ........

    นอกจาก "หน้าที่ในวงแขน" คือหน้าที่บริหารแล้ว ยังมีอีกหน้าที่ คือ "หน้าที่ในวงวาดเท้า" ของชาวบ้าน

    อะไรที่ชาวบ้าน "ขัดใจ-ขัดอารมณ์" หาที่ลง "ตรงตัว" ไม่ได้ ก็รัฐบาลในความเป็น "ลานถุยสาธารณะ" นี่แหละ

    เป็นที่โทษ ที่ถุย และที่รองรับการขับถ่ายอารมณ์ชาวบ้านตามวิถีสังคมบริหารและปกครองไทยๆ

    ต้องเข้าใจอย่าง ..........

    ในขั้นแรก มนุษย์มักใช้ "ความรู้สึก" ตอบสนองเรื่องราว มากกว่าตรองตรึกด้วย "เหตุผล" ทันที

    กรณียิ่งลักษณ์หายตัว ก็ประมาณนั้น

    "ภาพรวม" ในความเป็นรัฐบาล เป็นกองทัพ เป็นองค์กรตำรวจ ผมเชื่อ ไม่รู้เห็น-ไม่เป็นตัวการ พาหรือยักคิ้วหลิ่วตาให้ยิ่งลักษณ์หนีแน่

    แต่ภาพ "ส่วนบุคคล" ในความเป็น "คนรัฐ"

    ตราบใด ที่ยิ่งลักษณ์ยังไม่ปรากฏตัว และทางการยังพิสูจน์ทราบถึงตัวคนร่วมขบวนการและพาหนีไม่ได้ว่า มี-ไม่มี

    ซ้ำยังยืนยันไม่ได้ด้วยว่า หนีออกไปแล้วจริงตามข่าว หรือยังกบดานอยู่ในประเทศ?

    แบบนี้ ถ้ารัฐบาลปฏิเสธ..........

    ก็เท่ากับรัฐบาลใช้ "ความรู้สึก" ตอบสนองเรื่องราวแทนใช้ "เหตุผล" เหมือนชาวบ้านนั่นแหละ

    ทนเป็นที่ระบายทุกข์ชาวบ้านสักพักเหอะน่า แล้วจะดีเอง!

    เพราะจริงๆ แล้ว เท่าที่ผมสังเกต

    ชาวบ้านไม่ได้ถือเป็นโทษ ที่ต้องคั้นเอาเป็น-เอาตายกับรัฐบาลว่าเป็นตัวการ ที่ยิ่งลักษณ์หนี

    ลึกๆ พอใจที่ยิ่งลักษณ์ไปพ้นๆ แผ่นดินเสียได้ด้วยซ้ำ!

    กับตัวผมเอง บอกตรงๆ..........

    ให้เธอไปซะให้พ้นๆ หนีไปจนตายนั่นแหละ ดีกว่าให้อยู่เป็นเชื้อสังคมบูด

    สมมุติขังไว้ในคุก

    ก็เหมือนเอาก้อนอุจจาระไว้ล่อแมลงวัน!

    สังคมชาติทั้งต้องทนอยู่กับกลิ่นเหม็น ทั้งต้องวุ่นวายกับฝูงแมลงวัน ที่เวียนรุมตอมอยู่อย่างนั้น ไม่จบ-ไม่สิ้น

    เผลอๆ "โรคระบาด" เกิดอีกจนได้!

    ที่สังคมค่อนแคะรัฐบาล ก็เพราะมันแค้น ไม่ได้แค้นรัฐบาลโดยตรง หากแต่แค้นยิ่งลักษณ์

    ถูกใครหลอกพอว่า ถูกยิ่งลักษณ์หลอกนี่ซี แสนจะเจ็บกระดองใจ

    หน็อย..........

    "จัดฉาก-ปูเรื่อง" ซะเนียน จนคนดูตายใจ เชื่อกันทั้งเมือง "ปูไม่หนี" ปูนอกจากเอาอยู่แล้ว ปูยังสู้ตายด้วยค่ะ

    ลงท้าย ปูหนีแซ่บ-หนีสอย...........

    อย่าว่าต้มสุกชาวบ้านเลย ตัวนายกฯ ประยุทธ์ก็เหอะ ถึงขั้นถูก "ต้มเปื่อย" ครางอ๋อย เมื่อรู้ยิ่งลักษณ์ไม่ไปศาล

    "แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ เพราะเคยดีใจว่า จะกล้าหาญมารับฟังการพิจารณาคดี"!

    เหตุผลที่ผม "ไม่เพ่งโทษ" รัฐบาล เพราะ.......

    ต้องเข้าใจตามขั้นตอน คือ เมื่อ "อัยการสูงสุด" นำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

    ยิ่งลักษณ์ก็เป็น "จำเลย" ชีวิตถูกควบคุมอยู่ภายใต้อำนาจศาลแต่นั้น!

    นั่นคือ จะขังระหว่างคดี หรือจะให้ประกัน เป็นดุลยพินิจศาล

    กรณียิ่งลักษณ์ ศาลมีดุลยพินิจแล้ว ให้ประกันด้วยหลักทรัพย์ ๓๐ ล้าน พร้อมคำสั่ง

    ต้องมาศาลตามนัด "ทุกนัด" ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ศาลอนุญาต!

    นั่นคือ เมื่อคดีถึงศาล จากปี ๕๘ จนวันนัดฟังคำตัดสิน ๒๕ สิงหา เมื่อไม่มาตามศาลนัด

    ศาลเลื่อนไป ๒๗ กันยา ให้ยิ่งลักษณ์มาฟังคำตัดสินใหม่อีกที

    เท่ากับยิ่งลักษณ์ยังอยู่ในอำนาจศาล ฝ่ายบ้านเมืองไปทำอะไรนอกเหนือจากที่ศาลสั่งไม่ได้

    เมื่อ ๒๕ สิงหา ยิ่งลักษณ์ "ขัดคำสั่งศาล" ในประเด็น ไม่ไปฟังคำตัดสินเท่านั้น

    ส่วนประเด็น "เดินทางออกนอกประเทศ" ยังไม่มีอะไรยืนยันว่ายิ่งลักษณ์ "ออกนอกประเทศ" อันเป็นการ "ขัดคำสั่ง" ศาล

    นั่นคือ จาก "หมายศาล" สรุปได้ว่า.......

    ตอนนี้ "ยิ่งลักษณ์หลบหนีหรือจงใจไม่มาฟังคำพิพากษา" เท่านั้น

    "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" มีหน้าที่ต้องจับตัวไปส่งศาลตามคำสั่ง เพื่อฟังคำตัดสินวันที่ ๒๗ กันยา เวลา ๙ โมงเช้า

    ประเด็น "หนีออกไปแล้ว" ต้องไปดูกันในวันที่ ๒๗ กันยาตามนัดนั่นแหละ!

    ดังนั้น ขั้นตอนนี้ จะรวบรัดไปยกเลิกพาสปอร์ต หรือเที่ยวไปขอตัวประเทศโน้น-นี้ "ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน"

    ก็ "ตลก" เท่านั้น!

    ต้องเป็นไปตามขั้นตอนศาลก่อน รัฐบาลจะทำอะไร ก็ต้องยึดกรอบ "สิทธิ-เสรีภาพ" ตามรัฐธรรมนูญด้วย

    เห็นมั้ยล่ะ.........

    ก่อนหน้านี้ พอมีทหารหรือตำรวจ (ที่ไม่ใช่สารวัตรหนุ่ย) ไปด้อมๆ มองๆ ตามเธอไปโน่น-นี่ ตอนตะลอนไหว้พระ-ไหว้ผี

    สาวกกระโปรงโวยกันใหญ่ รัฐบาลเผด็จการบ้าง คุกคามสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลบ้าง

    พวกสิทธิมนุษยชน พวกฮิวแมนไรต์วอตช์ พวกจานมหาลัย หอนรับกันเป็นทอดๆ

    มันก็ลำบากอยู่ สำหรับรัฐบาล.........

    ครั้นจะตามประกบ ก็เจอข้อหา ละเมิดสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว และปิดกั้นเสรีภาพในการไปไหน-มาไหน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๒-๓๓

    ครั้น "ดมกลิ่น" ห่างๆ แม่ก็ฉวยจังหวะ แหกเส้นทาง "หายจ้อย"

    คนรัฐ-คนราษฎร์ "ร่วมด้วยช่วยแหก" หรือไม่ ก็ไม่รู้แหละ เฉพาะหน้า มีหน่อแนว "อันควรเชื่อได้ว่า" พอสมควร

    เมื่อวาน (๒๙ ส.ค.๖๐) สำนักข่าวอิศรา อ้างแหล่งข่าว "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ด้วยข้อมูลใหม่

    เป็นหลักฐานยันถึง "สถานที่-ตัวบุคคล" เกี่ยวพันยิ่งลักษณ์ในจุดสุดท้ายที่หายตัว ขออนุญาตกระชับความนะครับ

    "จากกรณีสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเส้นทางหลบหนีของ 'ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร' ว่า

    ได้เข้าไปที่ โรงแรมเอสซี ปาร์ค กทม. โดยใช้รถโฟล์คตู้สีดำ ประมาณเที่ยงที่ 23 ส.ค.60 พร้อมผู้ติดตามกว่า 10 คน ส่วนใหญ่เป็นหญิง

    หนึ่งในนั้น มีอดีตทีมทนายทักษิณและคนใกล้ชิดนักการเมืองพรรคเพื่อไทยร่วมอยู่ด้วย

    จากนั้น ประมาณบ่ายสองโมง เดินทางกลับบ้านพัก ซึ่งก่อนหน้านี้ สื่อมวลชนหลายสำนักยืนยันข้อมูลตรงกันว่า

    ช่วงเช้า 23 ส.ค.ยิ่งลักษณ์ ได้ตักบาตรพระ 17 รูป ที่บ้านซอยโยธินพัฒนา 3

    จากนั้น ออกจากบ้านไปวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ทำบุญไหว้พระถวายสังฆทาน กราบขอพรสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) พร้อมปล่อยปลา

    จากนั้น ก็ไม่มีใครพบเห็นยิ่งลักษณ์อีกเลย นอกจากการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว

    ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่า

    ในช่วงเที่ยงวันที่ 23 ส.ค.60 ยิ่งลักษณ์พร้อมผู้ติดตาม 14 ราย ไปที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค กทม. จริง

    ปรากฏหลักฐานจาก 'ภาพกล้องวงจรปิด'

    โดยผู้ติดตามส่วนใหญ่เป็นหญิง ปรากฏชื่อ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หลานสาวยิ่งลักษณ์, นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตเลขาฯ รมต.สำนักนายกฯ

    นายพิชิต ชื่นบาน อดีตทนายความนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมอยู่ด้วย

    ส่วนบุคคลอื่นๆ ได้แก่ พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย นายเวร (สบ 4) รอง ผบ.ตร. นายตำรวจติดตามยิ่งลักษณ์ (สารวัตรหนุ่ย)

    นางเนตรนภา วรรณชัย, น.ส.สุทิษา ประทุมกุล, นางมอญ (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง)

    น.ส.นิลุบุญ กลิ่นประทุม, น.ส.ธนิดา วงศ์กาฬสินธุ์, น.ส.ปนัดดา ธีรารักษ์, น.ส.โชติรส จตุพรเสถียร, น.ส.เรวดี ศรีชาย

    เบื้องต้น มีรายงานข่าวว่า

    เจ้าหน้าที่ตำรวจ เตรียมออกหมายเรียกตัวบุคคลเหล่านี้เข้ามาให้ปากคำแล้ว"

    เป็นไงล่ะ?

    "กล้องวงจรปิด" นี่ ไขคดี-จับผู้ร้าย "คาหนัง-คาเขา" ได้เก่งกว่าคนอีกนะเดี๋ยวนี้

    ใจเย็นๆ เชื่อใจ ผบ.ตร. "พล.ต.อ.จักรทิพย์" ท่านหน่อย เหมือนคดีซุกระเบิดในโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ

    แกล้งปล่อยข่าว ยังไม่มีหลักฐาน กล้องวงจรปิดเสียหมด

    ที่ไหนได้........

    ช่วงที่ทำเงียบ ซุ่มแกะรอยจาก "กล้องวงจรปิด" จนถึงตัวการ

    นี่ก็เหมือนกัน.......

    ถึงตามจับยิ่งลักษณ์ไม่ได้ แต่ตามจับขบวนการพายิ่งลักษณ์หนีได้

    ก็ "คุ้ม" นะ!

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น