ไปดู 'เศรษฐกิจ-นาอีสาน' หน้าฝน

  • Monday, September 4, 2017 - 00:00


    ไป "ตามรอยปู" มา ๒ วัน

    ไม่เจอปูตัวเป็นๆ..........

    เจอแต่ "ปูแช่แข็ง" ชำแหละเป็นส่วนๆ แพ็กถุงเรียบร้อย พร้อมนำไปทำอาหารได้ทันที

    ก็ที่ซูเปอร์สโตร์แห่งหนึ่ง แถวมุกดาหาร-อุบลราชธานี โน่นแหละครับ!

    คือเมื่อศุกร์-เสาร์ ผมไปนครพนม

    ไหนๆ ไปทั้งที ก็อยากเห็นสภาพบ้านเมืองแถบอีสาน ในยุค "เข็มทิศโลก" ชี้ทางสังคมใหม่

    คือเมื่อก่อน นครราชสีมา หรือโคราช ถือเป็น "ประตูอีสาน" โดยยึดกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง

    ส่วนจังหวัดอื่นๆ ของอีสาน จะถูกตีค่าเป็น "เมืองบริวาร" ไปเกือบหมด

    ถึงตอนนี้ ไม่ใช่แล้ว...........!

    จากทิศทาง "เศรษฐกิจ-สังคมประเทศ" สู่ศตวรรษใหม่

    กรุงเทพฯ......

    จะไม่ใช่ "ศูนย์กลางประเทศ" ของทุกภาคอีกต่อไปแล้ว

    เหนือ-อีสาน-ใต้-ตะวันออก-ตะวันตก

    แต่ละภาค มีศักยภาพเป็น "ศูนย์กลาง" ทางเศรษฐกิจ-สังคม ด้วยความแข็งแรง ตามทิศทาง-โครงสร้าง ของถิ่น-ของภาคตัวเอง

    บนฐานเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมระบบขนส่ง-การลำเลียง ทั้งราง-ถนน-อากาศ และน้ำ

    อีสานต่อจากนี้.........

    ไม่ว่า อีสานเหนือ-อีสานกลาง-อีสานใต้ จะโตด้วยเอกลักษณ์ตัวเองได้เหมือนๆ กัน

    "อุบลฯ-อุดรฯ-ขอนแก่น" ทั้งเหนือ-ทั้งใต้ ร่ำลือกันว่า กำลังผลัดใบ

    จากศูนย์กลางแห้งแล้ง..........

    เป็นอีสาน ศูนย์กลาง "เศรษฐกิจ-สังคม-คมนาคม" สู่ศตวรรษที่ ๒๑!

    เมื่อไปตั้งต้นที่อีสานกลาง คือนครพนม ดูเส้นทางตามเวลาอำนวยแล้ว ก็ตกลงกันไปสุดทางที่ "อุบลราชธานี"

    ก็นั่งรถระรายทาง ดูบ้าน-ดูเมือง-ดูทุ่ง-ดูนา-ดูน้ำ ไปเรื่อยๆ

    พายุเข้าป่วนญวน เป็นฝนป่วนต่ออีสานทุกวัน

    หน้าทำนา ฝนมา ก็ถือว่าโชคดี

    เห็นนาปี ๒ ข้างทาง จากนครพนม-มุกดาหาร-อำนาจเจริญ ยันอุบลราชธานี นาชุ่ม ก็ชุ่มใจ

    แต่ชาวบ้านบอก ชุ่มจนโชกไม่หยุด จากน้ำหล่อท้องนา เป็นน้ำขัง ก็ถือว่าดี

    แต่ตอนนี้ จากขัง ทำท่าเป็นท่วมขังค้างลุ่ม-ค้างตอนตลอดปี จากน้ำดี-นาดี

    เห็นทีจะเป็น "นาบ่ดี" ซะอีกแล้ว ปีนี้!

    ก็อยากบอกรัฐบาล ไม่อยากบอกท่านรัฐมนตรีฉัตรชัย

    ว่าเรื่องข้าว-เรื่องนา อย่ารอให้ปัญหาเกิดเป็นปัญหา "สังคมรวม" ขึ้นก่อน ค่อยคิดแก้-คิดทำตามหลัง อย่างปีก่อนๆ

    ควรใช้ประสบการณ์ แล้วออกสังเกตการณ์ เพื่อ "เตรียมการ" ด้วยประมาณการล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ต้องตีปี๊บ-ดรามาให้ชาวนา "กรอกถุง" ขายเองเป็นการแก้หน้าอีก

    เมื่อพูดถึงเกษตร ชื่อรัฐมนตรีฉัตรชัยก็ลอยขึ้นมา

    ปลงได้คำเดียว...........

    "ประเทศชาติ-ชาวนา ทำไมจึงต้องอับวาสนา เค้นคนนำได้มา 'ดีที่สุด' ก็แค่นี้แหละหนอ?"

    ยกกระทรวงเกษตรฯ ให้ "เสี่ย-เจ้าสัว" เขาไปบริหารเองให้สิ้นเรื่อง-สิ้นราวซะเลยดีมั้ย?

    ครับ...สังเกตสภาพสังคมชาวบ้านโดยรวมแล้ว

    ใจแป้วครับ!

    ถึงผมไม่ใช่หมอ แต่ใช้สายตาจับชีพจรชาวบ้าน ก็บอกได้

    "เต้นแผ่ว" เหลือเกิน!

    อยากบอกรัฐบาลว่า "ประชารัฐ" ของท่านรองฯ สมคิดน่ะ ผมไม่ขวางตีน-ขวางคอหรอก

    แต่สภาพจริง "ประชาราษฎร์" วันนี้

    เศรษฐกิจ "ตีปี๊บ" ตามเวทีนั่นน่ะ ยอดเยี่ยม

    แต่เศรษฐกิจ "ในกระเป๋า" ชาวบ้าน มันยอดแย่!

    ด้วยเศรษฐกิจบริหารระบบสมคิด "รวยกระจุก" อยู่แค่ ๔-๕ กลุ่มตระกูล แต่ "จนกระจาย" ไปทั้งประเทศ

    วิถีชีวิตความเป็นอยู่ชาวบ้าน เหมือน "จักรยานโซ่หลวม"!

    มองไปทางไหน ชีวิตน่ะ...ยังมี

    แต่แผ่วและอ่อนล้า มองหา "ชีวา" คือความคึกคัก-เข้มแข็ง ในความหวังไม่ได้เลย

    ร้านค้า-ร้านขาย ถึงไม่ร้าง แต่โหรงเหรง

    เงินในประเทศน่ะมี.........

    แต่รัฐบาลยังไม่สามารถทำที่มันไปกระจุกตัวอยู่ในแบงก์ ในธุรกิจใหญ่ที่กินรวบประเทศ ๔-๕ ราย ให้กระจายออกมาสู่มือ สู่กระเป๋าชาวบ้าน

    มีแต่ผันจากชาวบ้านเข้าไปเก็บตุน แต่ไม่ยอมผันออกมา หมายถึงไม่ยอมสร้างสภาพคล่องให้ระบบ

    คือทั้งไม่ปล่อยกู้รายย่อย ทั้งไม่ยอมลงทุน เหมือนดำน้ำ "วัดใจรัฐบาลทหาร" ว่าใครจะตายก่อนกัน

    โดยยึด "ชีวิตชาวบ้าน" เป็นเดิมพัน!

    ผมว่า มันก็จะตายไปด้วยกันทั้งหมด......

    ชาวบ้านตายก่อน

    ต่อไปพวกรวย ๔-๕ ตระกูล ที่เล่นเกม "กักเงิน" ไม่ยอมให้ไหลในระบบ ไม่ปล่อยกู้ ไม่ยอมลงทุน ก็จะตายตาม

    ตายเพราะเงินที่กักเก็บไว้ เมื่อเงินไม่ทำหน้าที่เงิน ก็จะคืนสภาพจริง คือเป็นแค่ "กระดาษ" ปั๊มตัวเลข

    ที่ตายต่อไป คือประเทศ!

    ประเทศจริงๆ นั้น ไม่มี .........

    ที่มีเป็นประเทศ เพราะแผ่นดินตรงนั้น "มีประชาชน" รวมกันอยู่

    ในเมื่อประชาชนตายหมด ด้วยพิษเศรษฐกิจกระจุก ผืนดินที่ไม่มีประชาชน ยังจะเป็นประเทศได้อย่างไรกัน?

    โบราณว่า มีแมกไม้ ก็ไม่ต้องกลัวไร้ฟืนไฟ มีประชาชน ก็ไม่ต้องกลัวว่าไม่มีชาติ

    นายกฯ ประยุทธ์ ท่านปรารถนาแก้ปัญหาให้ชาติ ทุกคนเข้าใจ แต่ชาติคือประชาชน

    ขณะนี้ "ประชาชนป่วย" ด้วยไข้พิษ "เศรษฐกิจเงินกระจุก" ในกลุ่มทุน

    เงินมีแต่ถูกดูดกลับเข้าไป แต่ไม่ถูกปล่อยให้ไหลออกมา นี้คือปัญหาเฉพาะหน้า

    สมคิด อาจเก่ง ด้วยแผนเศรษฐกิจโครงสร้างระยะยาว

    แต่เศรษฐกิจชาวบ้านเฉพาะหน้า.........

    โครงการแจก-แถมประชารัฐ สไตล์สมคิด มันเป็นแค่ "โครงการเอาหน้ารอด"

    "เอาชีวิตชาวบ้านรอด" แบบมีรากไม่ได้หรอก!

    ที่ไปอีสานคราวนี้..........

    เห็นแล้ว "ทึ่ง" อยู่ธุรกิจหนึ่ง ที่เกิดเป็น "งาแซง" บิ๊กซี ของเสี่ยเจริญ และแมคโคร ของเสี่ยธนินท์ แทบทุกจังหวัด คือ

    "P-Mart Superstore"

    ในขณะที่ บิ๊กซี-แมคโคร เป็นโพงพางดักลูกค้าคนละฟากถนน ที่มุกดาหาร เห็น P-Mart Superstore โดดเด่นแทรกขึ้นมา

    เห็นก็สะดุดตา รูปลักษณ์สะอาด-สะอ้าน ทันสมัย เหมือนร้านค้าในญี่ปุ่น

    ไปอุบลฯ ก็เจออีก...........

    ทราบต่อมาว่า เป็นซูเปอร์สโตร์ ขายอาหารสดแช่แข็งทุกชนิดบรรดามีในไทยและในโลก

    เรียกว่า "มาใหม่-ทันสมัย" ตอบโจทย์ ร้านอาหาร-ภัตตาคารด้านวัตถุดิบคุณภาพ

    ซึ่งเขาเตรียมพร้อมเป็นแพ็ก นำไปเข้าครัวประกอบอาหารขายลูกค้าได้ทันที

    พี-มาร์ต มีกระจายไปแทบทุกจังหวัดในอีสาน

    เหนือ-ใต้ มีหมด.......

    เรียกว่า ค่อยๆ ผุดและสยายครอบคลุมไปทั้งประเทศ

    แต่แปลก ไม่เคยเห็น พี-มาร์ต ซูเปอร์สโตร์ ในกรุงเทพฯ เลย!?

    ผมจึงแวะเข้าไปดู ทั้งที่มุกดาหารและอุบลฯ ก็อย่างที่บอกแต่แรกเห็นแล้วทึ่ง

    ไม่น่าเชื่อ ซูเปอร์สโตร์ ทันสมัย อาหารแช่แข็ง มีทุกชนิด โดยเฉพาะอาหารทะเล อย่างปูที่ผมว่า รวมทั้ง หมู เห็ด เป็ด ไก่ สารพัน

    พวกอาหารทะเลสดจากต่างประเทศ เช่น หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หอยเชลล์ ปลาดอลลี อะไรต่อมิอะไร

    เห็นแบบกระจอกงอกง่อยในที่อื่น.......

    มาดูที่พี-มาร์ต ไม่อยากเชื่อ สินค้าสดด้วยคุณภาพเช่นนี้ กลับมีบริการร้านค้า-ชาวบ้านตามต่างจังหวัด ชนิดไม่กลัวเจ๊ง

    ผมถามผู้บริหารห้างเขา ว่าทำไมในกรุงเทพฯ จึงไม่มีซูเปอร์สโตร์ยี่ห้อนี้?

    เขาบอก เขามองเห็นอนาคตด้านเติบโตในภูมิภาคของประเทศ และทุกวันนี้ ผู้บริโภคต้องการสินค้าคุณภาพ ปลอดสารพิษ สะดวกพร้อมปรุง พี-มาร์ต ตอบโจทย์ตรงนี้ได้

    จึงใช้กลยุทธ์ "รุกป่า-โอบเมือง"

    คือ รุกจากต่างจังหวัด แล้วค่อยเข้าไปในกรุงเทพฯ เขาว่างั้น!

    ครับ...เห็นมา ก็คุยไป

    แอบดีใจอย่าง การที่มีนักลงทุนขนาดกลาง-ใหญ่ อย่าง พี-มาร์ต กล้าลงทุน ปักหลักตามหัวเมือง เช่นที่อีสาน เหนือ ใต้

    แสดงว่า ในความอ่อนล้าทางเศรษฐกิจ........

    แต่ในทางยาว นักลงทุนเขายังมั่นใจ ด้วยมองเห็นอนาคตในไทย ในอีสาน!

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น