สานงานพหุวัฒนธรรมใต้

  • Tuesday, September 5, 2017 - 00:00


    มีกิจกรรมสำคัญในพื้นที่ สร้าง หนุนเสริม กิจกรรมสันติภาพให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจักต้องหนุน เสริม สร้าง ให้แพร่หลายไปอย่างต่อเนื่องในการทำงานพื้นที่ชายแดนใต้ โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจในมิติวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยอยู่บนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน ระหว่างชาวไทยพุทธ และชาวไทยมุสลิมในพื้นที่

    น่ายินดีที่กิจกรรมสานสัมพันธ์ไทยพุทธ-มุสลิม ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ โดยล่าสุดในพื้นที่ ต.สุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดย พ.อ.สฐิรพงษ์ อาจหาญ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ดำเนินการจัดกิจกรรมพหุวัฒนธรรมสานสัมพันธ์พุทธ-มุสลิม โดยมีการเสวนาระหว่างผู้นำศาสนาทั้งศาสนาพุทธและอิสลาม ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ผู้ดำเนินการ เพื่อสร้างมิติสัมพันธ์ระหว่างศาสนาในการอยู่ร่วมกัน

    แน่นอนว่า การสานงานพหุวัฒนธรรมในพื้นที่ เป็นหมุดหมายสำคัญที่จะปูทางไปสู่การสร้างความสามัคคี ความรัก และความไว้วางใจซึ่งกัน นอกเหนือจากกระชับความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพี่น้องไทยพุทธ-มุสลิมในพื้นที่ แต่สิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านั้นคือ การเปิดพื้นที่เพื่อที่จะสร้างความไว้เนื้อเชื่อกันใจกันระหว่างรัฐกับประชาชน หรือ เจ้าหน้าที่รัฐกับชาวบ้านในพื้นที่

    หรือแม้กระทั่งความร่วมมือของชุมชน ทั้งพุทธ-มุสลิม ในการดำเนินการร่วมกัน หรือพึ่งพาอาศัยกัน ที่ช่วยกันดูแลและแสดงให้เห็นถึงสิ่งสำคัญในพื้นที่ ที่จะยังพอเห็นเป็นทางออก หรือเป็นแสงสว่างที่จะนำพาไปสู่สันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ได้ และเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งสำคัญคือ ความรัก ความวางใจ ของประชาชนในพื้นที่ ไทยพุทธ-มุสลิม ที่ไม่มีความขัดแย้งกัน ซึ่งจะเป็นทางออกของปมปัญหาที่ซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน

    โดยเฉพาะกรณีล่าสุด จากเหตุการณ์นายอัดนันต์ สาอิ ผู้ต้องหาร่วมปล้นวางระเบิดที่อำเภอนาทวี ที่ประสานเจ้าอาวาสวัดนาทวี นั่นคือ พระอาจารย์ภัตร อริโย ยินดีเข้าสู่กระบวนการกฎหมายเพื่อพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการยุติธรรม โดยเป็นการประสานผ่านเจ้าอาวาสวัดนาทวีเพื่อขอเข้ามอบตัวกับแม่ทัพภาค 4

    ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนสิ่งสำคัญคือ ความร่วมมือของคนในชุมชน ที่ร่วมกันในการหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพผ่านผู้หลักผู้ใหญ่ในชุมชนที่แสดงออกถึงความไว้เนื้อเชื่อใจ เคารพ ศรัทธาต่อกัน ระหว่างประชาชนในพื้นที่ ไม่ได้มองเห็นความต่างศาสนาเป็นปัญหาในการอยู่ร่วมกัน หรือจะกลายเป็นชนวนปัญหาความขัดแย้ง แทรกซึม หรือ ซ้อนทับ กดพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น

    ท่ามกลางความไม่สงบในพื้นที่ซึ่งมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยความต่างของศาสนาไม่ได้ถูกใช้มาเป็นเครื่องมือ หรือถูกชี้นำไปสู่ชนวนความขัดแย้งให้ปะทุขึ้น เหมือนดังที่กลุ่มก่อความไม่สงบพยายามมาอย่างต่อเนื่องเพื่อจุดไฟความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในความต่างด้านศาสนาได้สำเร็จ

    แน่นอนว่า นี่คือความจริงในพื้นที่ที่ยังคงดำเนินอยู่ ภายใต้ความซับซ้อนของปมปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ที่ประชาชนทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม ซึ่งเป็นประชาชนในพื้นที่ ยังคงต้องเผชิญกับความสูญเสียมาอย่างต่อเนื่องกว่าสิบปีที่ผ่านมา แต่ท้ายที่สุด ท่ามกลางหนทางของการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ยังมีจุดแข็งสำคัญ นั่นคือ ความรักสามัคคี พึ่งพาช่วยเหลือกัน ที่จะเป็นแสงสว่างในการทำงาน เพื่อนำพื้นที่ ไปสู่ความสงบ สันติสุข ให้กับมาอีกครั้งได้อย่างแท้จริง.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น