ลับ-ลวง-ครางง์ง์ง์!!!

  • Friday, September 8, 2017 - 00:00


    อืมม์ม์ม์...ก็ไม่รู้ว่า ลับ-ลวง-ครางง์ง์ง์ กันในแบบไหน อีท่าไหน กรณีการโยกย้ายผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เลยกลายเป็นกรณีที่ทำเอาใครต่อใคร ออกอาการ ครางง์ง์ง์ กันไปทั้งบ้าน ทั้งเมือง แทบไม่รู้ว่าไผเป็นไผ ใครเป็นใคร ใครดี-ใครชั่ว ใครที่เธอควรไว้ใจและเชื่อมั่น ศรัทธา ต่อไปหรือไม่ อย่างไร...
    ---------------------------------------------------------------
    สำหรับพันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ที่จะกลายเป็นอดีตผู้อำนวยสำนักพระพุทธศาสนาฯ ไปแล้วหรือไม่ ได้รับการพาสเจอไรช์แปรสภาพไปเป็นผู้ตรวจการสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ถูกส่งไปตรวจอะไรก็ไม่รู้แถวๆจังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ห่างไกลไปจากพุทธศาสนา หรือต้องไปใกล้ชิดติดพันกับศาสนาอิสลามกันแทนที่ ท่านจะเป็นคนดี-ไม่ดี หรือไม่ อย่างไร ก็ยังยากซ์ซ์ซ์ที่จะสรุปเอาไว้ ณ ที่นี้ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...ท่านน่าจะไม่ได้ยินยอม พร้อมใจ หรือสมัครใจ ต่อการโยกย้ายท่านจากตำแหน่งหน้าที่ที่ท่านเคยดูแล รับผิดชอบ ไปสู่ตำแหน่งใหม่ ซึ่งก็น่าจะยังไม่รู้ว่าจะให้ดูแลอะไร รับผิดชอบอะไรกันแน่...
    --------------------------------------------------------------
    และการที่ท่านได้แสดงออกถึงความไม่ยินยอม พร้อมใจ ไม่สมัครใจ ด้วยการออกมาแบบเปิดเผย ตรงไป-ตรงมา เช่นนี้ มันก็เลยกลายเป็นเรื่อง เป็นราว ขึ้นมาโดยทันที เพราะอย่างที่เคยว่าๆ เอาไว้แล้วว่า ไม่ว่าท่านจะดี-ไม่ดี แต่ภายใต้ช่วงระยะที่ท่านถูกส่งเข้ามานั่งเก้าอี้ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาตินั้น ท่านได้สร้าง ต้นทุนทางสังคม เอาไว้เยอะ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มุ่งมาด ปรารถนา ผู้ที่ตั้งความหวัง ความต้องการ อยากจะให้พระพุทธศาสนาในเมืองไทย เกิดความมั่นคง แข็งแรง ยังคงเป็น เสาหลัก ที่คอยช่วยค้ำยันโครงสร้างของสังคมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ไม่ต่างไปจากเสาหลักอย่างชาติ และพระมหากษัตริย์ นั่นแล...
    ---------------------------------------------------------------
    การกระทำภายใต้อำนาจ หน้าที่ ของพันตำรวจโท พงศ์พร ไม่ว่า กรณีวัดพระธรรมกาย หรือกรณีเงินทอนวัด ก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะไปก่อให้เกิดแรงเสียดสี เสียดทาน สร้างความไม่พึงพอใจให้กับพระ ฆราวาส รายใดก็ตามที แต่โดยรวมๆ แล้ว ออกจะเป็นอะไรที่ เข้าตากรรมการ อันได้แก่ บรรดาผู้คนในสังคมที่ตั้งความหวังต่อการปฏิรูป การชะล้างอะไรต่อมิอะไรในแวดวงพระศาสนา กันเป็นจำนวนไม่น้อย เรียกว่า...ต่างพร้อมใจส่งเสียงเชียร์ให้ ตี...ตี...ตี ชนิดกระหึ่มมุมแดง มุมน้ำเงิน มาโดยตลอด แต่ขณะนักมวยกำลังรุกๆ ไล่ๆ เข้าบดขยี้ คลุกวงใน อย่างชนิดพัลวัน-พัลเก กรรมการบนเวทีดันปราดเข้าแยกเรียกให้พันตำรวจโท พงศ์พร ออกไปซับเหงื่อ เปลี่ยนฟันยาง กลับไปหวีผม ณ ที่มุมตัวเองซะดื้อๆ!!!
    -------------------------------------------------------------
    อันนี้...มันก็เลยกลายเป็นเรื่อง กลายเป็น คำถาม ถึงเหตุผลต่างๆ ต่อตัวกรรมการบนเวทีเอง แม้จะมีสิทธิ์ มีอำนาจชี้ขาด ทุกสิ่งทุกอย่างบนเวที อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ ก็ตาม จะด้วยเหตุเพราะรู้สึกว่าเหงื่อของนักมวยทำให้ตัวลื่น ฝ่ายตรงข้ามชกไม่ใคร่ถนัดซักเท่าไหร่ ฟันยางของนักมวยไม่เก๋ แยกเขี้ยวเมื่อไหร่แล้วดูน่าเกลียดน่าขยะแขยง ไม่เป็นธรรมกับฝ่ายตรงกันข้าม หรือเป็นเพราะทรงผมนักมวยดูไม่สุภาพ เรียบร้อย อะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าหาก คำตอบ มันเป็นอะไรที่ไม่ชัดเจน แจ่มแจ้ง ไม่ได้มีน้ำหนักรองรับอย่างเท่าที่ควรจะเป็น โอกาสที่จะได้เห็นโต๊ะ เห็นเก้าอี้ ปลิวร่อนขึ้นไปบนเวที เกิดการตามไล่กระทืบกรรมการบนเวที โดยบรรดากรรมการประเภทที่เป็นคนดู ย่อมมีโอกาสเป็นไปได้สูงเอามากๆ...
    -----------------------------------------------------------------
    และเมื่อมาถึง ณ จุดๆ นี้...คงยอมรับว่า มันชักจะใกล้ๆ เข้าไปทุกที เรียกว่าถ้าหากมีใครปาส้มขึ้นไปบนเวทีซักลูก สองลูก โอกาสที่จะเห็นขวดน้ำ เก้าอี้ ลอยตามมาติดๆ ใช่ว่าจะไม่มีเอาเสียเลย และนั่น...ย่อมไม่ได้ส่งผลให้กับการชกบนเวทีของคู่ มวยคู่นี้เท่านั้น แต่จะส่งผลไปถึงการโรมรัน พันตู ของนักมวยอีกไม่รู้กี่คู่ต่อกี่คู่ คือถ้าหากมันเกิด ความไม่เชื่อ-ไม่ศรัทธา ต่อตัวกรรมการบนเวทีขึ้นมาซะอย่างแล้ว มันคงไม่ใช่การชก การต่อสู้ ตามแบบฉบับกีฬามวยอีกต่อไป แต่จะกลายเป็น การไล่ถีบ ไล่ตี ไล่บดบี้ เล่นงาน โดยปราศจากกติกาใดๆ เอาเลยก็ไม่แน่ หรือกลายเป็นการย้อนกลับไปสู่วิถีทางการเมืองในแบบพวกมึง พวกกู แบบมึงรู้รึป่าว...ว่าใครเป็นพ่อกู อะไรประมาณนั้น...
    ------------------------------------------------------------------
    และนั่นย่อมส่งผลเสียหายไปสู่มวยคู่อื่นๆ ไปโดยตลอด เผลอๆ...อาจส่งผลให้มาตรฐานเวทีราชดำเนินพังไปทั้งระบบเอาเลยก็เป็นได้ เพราะถ้าหาก ความไม่เชื่อ-ไม่ศรัทธา ในเรื่องหนึ่ง เรื่องใด มันปรากฏตัวขึ้นมาแล้วอย่างชัดเจน โอกาสที่มันจะลุกลามไปสู่เรื่องอื่นๆ ย่อมเป็นไปได้ง่ายเอามากๆ การให้คำตอบ คำอธิบาย ต่อกรณีดังกล่าว จึงอาศัยเพียงแค่เหตุผลของเจ้ากระทรวง ของผู้บังคับบัญชา ไปตามวิถีทาง ระบบราชการ เพียงอย่างเดียวล้วนๆ คงมิได้ เพราะอย่างที่ว่าเอาไว้แล้วว่า เรื่องของ ศาสนา นั้น...ถือเป็นหนึ่งในเสาหลักที่คอยช่วยค้ำยันโครงสร้างของสังคมมาโดยตลอด ในเมื่อเสาหนึ่งเกิดทรุด เกิดเอียง ขึ้นมาเมื่อไหร่ ย่อมส่งผลต่อเสาอื่นๆ ตามไปด้วยอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้...
    --------------------------------------------------------------------
    การอุปถัมภ์ ค้ำชู ระหว่างกันและกันนั้น...อาจถือเป็นลักษณะพิเศษอย่างหนึ่ง ที่ติดมากับโครงสร้างของสังคมอย่างมิอาจปฏิเสธได้ อันทำให้ ระบบอุปถัมภ์ นั้น ยังคงฝังรากลึกอยู่ในองคาพยพต่างๆ อย่างไม่อาจลด-ละ-เลิก ลงไปได้ง่ายๆ และอาจมีส่วนเกี่ยวพันกับการใช้กรรมวิธีในแบบ ลับ-ลวง-ครางง์ง์ง์ ในแก้ปัญหาแต่ละปัญหา ได้อย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผลได้ด้วยเช่นกัน แต่ถ้าหากจะให้การอุปถัมภ์นั้นๆ เป็นไปในทางที่ดี ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ต่อสังคมไทย ยังไงๆ...ย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐาน คนดีอุปถัมภ์คนดี นั่นแหละ มันถึงพอช่วยให้แต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง เป็นไปในทางที่ดีได้บ้าง แต่ถ้าเมื่อไหร่การอุปถัมภ์นั้นๆ มันดันออกไปในแนว มึงรู้รึป่าว...ว่าใครเป็นพ่อกู อันนี้...ไม่ว่าเสาไหนๆ ย่อมมีโอกาสถูกกัดกร่อน พังครืน ลงมาได้เสมอๆ...
    ----------------------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Confucius (อีกครั้ง...และอีกครั้ง)... For good, return good; for evil, Justice.-จงตอบแทนความดีด้วยความดี ความชั่วด้วยความยุติธรรม...
    ----------------------------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น