2 ปัจจัย (อด) คุมเพื่อไทย "เธอท้อ"ธงเปลี่ยน!

  • Tuesday, September 12, 2017 - 07:29

    ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนมรสุมการเมืองเล่นงานพรรคเพื่อไทย นับแต่ ปู-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทิ้งสนามประชาธิปไตย ล่องหนไปในต่างแดน ส่วน ยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคคนเก่า เจอผลพวงธรณีสงฆ์-สนามกอล์ฟอัลไพน์เล่นงาน เลยต้องเลื่อนลำดับ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ จากรองหัวหน้าพรรค เข้ามาทำหน้าที่ รักษาการหัวหน้าพรรคแทน

    แต่ก็อย่างว่า บารมี พลังอำนาจ ไม่แก่กล้า เป็นแค่เพียงแม่ทัพขัดตาทัพ ส่วนตัวจริงเสียงจริง หัวหรือผู้ถือธงนำพรรคเพื่อไทย ยังอยู่ในช่วงควานหาหัว และก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน คนที่มีอำนาจตัวจริงเสียงจริงในการเคาะเลือกสรร คงเป็นใครไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ นายใหญ่-ทักษิณ ชินวัตร

    แต่ก็อย่างว่า ช่วงเวลานี้ปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วนที่ต้องเร่งจัดการคือ ปัญหา น้องสาว-ยิ่งลักษณ์ ที่มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า พี่ชายที่แสนดีคนนี้ เป็น The man behind หรือคนที่อยู่เบื้องหลัง พูดคุยกับทีมงานใกล้ชิด รวมถึงใช้ทั้งคอนเน็กชั่นส่วนตัว หาหลักแหล่ง ที่อยู่น้องสาวให้เป็นหลักเป็นแหล่งก่อน ไม่อยากให้น้องปูอยู่ในสถานะผู้หลบภัย แต่ต้องพาสชั้นเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองให้ได้เสียก่อน แล้วจึงค่อยวกกลับมาจัดการเรื่องความเป็นไปในพรรค

    ไทยโพสต์เคยวิเคราะห์ถึง 4 สถานการณ์ แนวทางคนที่จะขึ้นมานำพรรค โดยสถานการณ์ประเทศ มูลเหตุการเมืองช่วงเวลานั้นจะเป็นตัวกำหนดในความเหมาะสม หากทักษิณเลือกประนีประนอม ก็ต้องใช้มือประสานสิบทิศ ที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับบิ๊ก คสช. อย่างหญิงหน่อย-สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มาถือธงนำ

    หากจะเปิดธงรบ ก็ไม่ยาก หาหัวชินวัตรขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น สมชาย วงศ์สวัสดิ์ หรือ เจ๊แป๋ว-มณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล (ชินวัตร) อีกหนึ่งในสายเลือดชินวัตร ขึ้นมากุมบังเหียน สายฝันนายกฯ หญิงคนที่สอง

    หากจะพลิกฟื้นเอาเศรษฐกิจนำการเมือง ก็มีตัวเลือกคนในพรรคทั้งสายเศรษฐกิจ อย่าง พิชัย นริพทะพันธุ์, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หรือจะหาคนนอกที่เป็นเครือข่ายชินวัตรมาทำหน้าที่ก็ได้

    หากจะเอาเซอร์ไพรส์ ล้างภาพนอมินี โคลนนิ่งการเมือง พร้อมกับลดความขัดแย้ง ก็หาตัวเลือกพวกบิ๊กเนม ที่มีชื่อเป็นที่ยอมรับ เอาคนนอกเข้ามาทำหน้าที่แทน

    แต่ไม่ว่าอย่างไร นาทีนี้เต็ง 1 ยังไม่พ้นชื่อ หญิงหน่อย-สุดารัตน์ ที่ได้รับไฟเขียวเข้ามาบริหารจัดการเรื่องในพรรค ท่ามกลางกระแสข่าวไม่กินเส้นกับแกนนำบางคน ส.ส.บางกลุ่ม และคนเสื้อแดงบางพวก ที่มีปัญหากันมาเก่าก่อน ยังค้างคาใจกัน

    แต่ใช่ว่า เจ๊จะสน เพราะเจ๊ถือธง ไฟสัญญาณหลักจากคนแดนไกลเท่านั้น แถมยังมองว่า ถึงเวลาจริงๆ คนพวกนี้ก็คงไม่กล้าล้มโต๊ะ หักขาเก้าอี้ เพราะต่างก็รู้ดี ไฟเขียวส่งสัญญาณนั้นมาจากใคร ส่วนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ถือเป็นเรื่องปกติ ปล่อยให้เป็นเรื่องธรรมชาติอันถือเป็นเรื่องปกติในพรรคขนาดใหญ่ ที่เป็นอย่างนี้มานานตั้งแต่ ยุคไทยรักไทย สมัยที่ยังมีก๊ก แบ่งมุ้ง ขั้วโน้นไม่ชอบขั้วนั้นขั้วนี้ คนโน้นไม่ถูกกับคนนั้นคนนี้ เป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองใหญ่ จะให้ถูกใจ 100 ทั้ง100 เป็นไปไม่ได้

    เจ๊ถือธง สัญญาณจากคนเคยร่วมงานกันมานานจากแดนไกลเป็นสำคัญ หากจะมีสิ่งที่พอทำให้หวั่นๆ ได้ ก็คงมีเพียง 2 สาเหตุ 1.มาจากเจ้าตัวเอง เพราะมีเสียงร่ำลือกันมาว่า ขณะที่เธอนัดกลุ่มเพื่อนสนิทเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ รับประทานอาหาร พลางวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองวันข้างหน้า ที่เธอมอง บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย โดยดูได้จากการวางโครงสร้าง ออกยุทธศาสตร์ต่างๆ เพื่อที่จะมา ‘สานงานต่อ’ ไม่ใช่เตรียม 'ส่งงานต่อ’ ให้รัฐบาลหน้า

    และก็อย่างที่รู้กันดี เพื่อไทยที่ย้ำชัดยึดมั่นประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ ประกาศชัดขอเป็น ปฏิปักษ์กับรัฐบาลทหาร แล้วยุทธศาสตร์แห่งอำนาจจะยอมปล่อยให้ขั้วตรงข้ามเข้ามาปกครองได้อย่างไร ถึงแม้ ผู้นำอาจจะพอต่อสายพูดคุยได้บ้าง แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันได้ดีกว่าการเข้ามาเอง ทำเอง บริหารเอง

    และ 2.จากความไม่แน่นอนจากคนแดนไกล ที่จะพลิกเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในเวลานั้นอีกครั้งหรือไม่ เพราะวันเลือกตั้งยังไม่ถูกกำหนดออกมา ที่ไม่รู้ว่าจะอีกแค่ 1 ปี 2 ปี หรือนานกว่านั้น ยิ่งเวลาทอดยาวออกไป สถานการณ์เปลี่ยน บริบทแห่งการจะเลือกใช้ผู้นำให้เข้ากับสถานการณ์ก็ย่อมต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามไปด้วย

    ตามสไตล์คนแดนไกลที่คอยรับฟังแต่ข้อมูล คนภายในยังมาบอกกันอย่างสนุกปาก ถึงความเรรวนรวนเรของนายใหญ่ ตอนเช้าย้ำหนักแน่น บ่ายไปอีกอย่าง ตกเย็นไม่เอาแล้วกับเรื่องนี้ หัวที่จะมากุมชะตาพรรค ชะตาตัวเอง เวลานี้อาจอยู่เพียงช่วงเวลายามเช้าของนายใหญ่เองก็เป็นได้.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น