ใจเย็ลล์ล์ล์ๆ...หายใจยาวว์ว์ว์ๆ

  • Wednesday, September 13, 2017 - 00:00


    ก็น่าจะเบาไปได้อีกเรื่อง...สำหรับกรณีป่าชุมชนกระทิงแดง หลังจากที่ มท.1 บิ๊กป๊อก ท่านออกมาชี้แจงแบบชนิดหมดข้อสงสัย (ในตัวท่าน) ส่วนอะไรที่ยังน่าสงสัยอีกต่อไปในแบบไหน อย่างไร คงต้องไล่ระดับ เรียงลดหลั่นไปเป็นลูกระนาด ว่ามันเตร๊ง-เตร่ง-เตร่ง-ต๋อย...ไฟไหม้มูลฝอยดังพรึ่บบ์บ์บ์ ณ จุดไหนกันแน่...
    -----------------------------------------------------
    และด้วยคำยืนหยัด ยืนยัน ประมาณว่า...ถ้ามีประชาชนไม่เห็นด้วย คัดค้านแม้แต่เสียงเดียว การเช่าที่ดินรายนี้ย่อมมีสิทธิถูกเพิกถอนได้โดยทันที โดยจะหันไปดื่มเอ็ม 100 คาราบาวแดง หรือไม่ อย่างไร ก็แล้วแต่ แต่ กระทิงแดง ของ น้องบอส ไม่อาจหวนมาขยำขยี้ ความรู้สึกของใครๆ ได้อีกต่อไป อันนี้...คงต้องยอมรับว่า บิ๊กป๊อก ท่านเล่นเป็น!!! ใครที่เคยมีอคติ ตั้งข้อสงสัยท่านเอาไว้ก่อนล่วงหน้า โดยปราศจากหลักฐานใดๆ เป็นองค์ประกอบ คงต้องคิดหน้า-คิดหลังประมาณ 3 ตลบ ก่อนจะตั้งข้อหาแบบหนึ่ง แบบใด กับหนึ่งในสาม ป.รายนี้...
    ------------------------------------------------------
    เพราะฉะนั้น...ก็น่าจะเหลืออยู่แต่เรื่องหมดนาฆ่าโคถึก หมดศึกฆ่าผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ที่ยังก่อให้เกิดอาการคันแข้ง คันขา หัวแม่ตีนกระตุกๆ ปานประดุจถูกมะนาวบีบใส่เท้า ต่อบรรดามิตรรักแควนเพลงโดยทั่วไป ยิ่งดันมีข่าวรั่ว ข่าวลือ ว่าเกิดการยื่นคำขาดของพระผู้ใหญ่ ว่าจะไม่ร่วมพิธีโดยเด็ดขาด ถ้าหากยังเห็นหน้าพันตำรวจโท พงศ์พร โผล่อยู่แถวๆ ริมโบสถ์ ริมระเบียง เลยถึงขั้นต้องย้ายไปเก็บไว้แถวๆ สุเหร่า แถบ 4 จังหวัดภาคใต้โน่นเลย อันนี้...ก็ยิ่งทำให้ใครต่อใคร ยิ่ง เปรี้ยวเท้า หนักเข้าไปอีก...
    ---------------------------------------------------------
    คืออะไรมันจะเสริมอำนาจให้คนชั่ว โดยไม่เหลือพื้นที่ให้คนดีพอได้มีบทบาท ไปได้ถึงปานนั้น เรียกว่า...เล่นเอาขนาดบรรดารัฐมนตรีที่ไม่ถึงกับดี-กับชั่ว ไม่ว่าคุณอมสิน ออมสิน สุวพอง สุวพันธุ์ ไปจนถึงรองวิษณุ เครือกล้วย เครืองาม อะไรก็ตามแต่ ล้วนแล้วแต่โดนรุมอัด รุมกระทืบ อยู่ในโลกโซเชียล มีเดีย ชนิดต้องหามศพออกมาสู่โลกจริงเท่านั้น ถึงพออยู่ๆ กันไปได้ แต่ในเมื่อโลกโซเชียล มีเดียกับโลกจริง มันซ้อนกันไป ซ้อนกันมา ระดับแทบไม่รู้ว่าโลกไหนเป็นโลกไหน ดังนั้น...คงหนีไม่พ้นต้องหาทางแก้ไข เยียวยา กันไปตามลำดับ...
    --------------------------------------------------------
    คือยังพอมีจังหวะ โอกาส อยู่บ้าง ไปตามช่วง ตามระยะ หรือหลังจากเสร็จสิ้นพิธีไปเรียบร้อยแล้วนั้น คงต้องออกอาวุธ อะไรเอาไว้มั่ง จะปล่อยให้เลือนหาย คลายจาง ไปกับสายลม ไปบรรลุนิพพานอยู่นอกประเทศเหมือนกรณี ธรรมกาย สามารถเหยียบหิมะไร้รอย และเหยียบหน้ารัฐบาลกันได้บ่อยๆ อันนี้...ต้องเรียกว่า หนีไม่พ้นต้องเสียหมา เสียสุนัข และเสียรังวัด โดยใช่เหตุ ขนาดกล้ายึดอำนาจ ยึดประเทศ ยึดรัฏฐาธิปัตย์เอาไว้ในมือ แต่พอเจอกับ พระ ไม่กี่ราย ไหงออกไปทาง นี่แน่ะ...โยม เอาดื้อๆ!!! หรือเจอเข้ากับการถลกจีวรแวบเดียวเท่านั้น ถึงขั้น เสร็จพระ กันเห็นๆ...
    -----------------------------------------------------------
    อย่างที่เคยว่าๆ เอาไว้แล้วนั่นแหละว่า...แม้ว่าเรื่องของ พระ เรื่องของ โยม เรื่องของ อาณาจักร และ ศาสนจักร อาจเป็นคนละเรื่องก็ตาม แต่ยังไงๆ...ย่อมหนักไปทาง คนละเรื่องเดียวกัน อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ ไม่เช่นนั้น อดีตบุรพมหากษัตริย์ผู้ทรงเพียรพยายามฟื้นฟูราชอาณาจักร ให้หวนกลับคืนมาสู่ความแข็งแกร่ง มั่นคง ยั่งยืน หลังจากต้องเสียบ้าน เสียเมือง เสียกรุง มาก่อนหน้านั้น ท่านคงไม่ต้องทุ่มเท เอาจริง เอาจัง กับการเป็นองค์อุปถัมภก ยอยกพระศาสนาด้วยการ ปฏิรูปพระศาสนา ลงมือชำระสะสางศาสนจักร ชนิดหนักหน่วง รุนแรง ไม่น้อยไปกว่าการ อัดกรอบพระ เอาเลยถึงขั้นนั้น...
    ----------------------------------------------------------
    ด้วยเหตุเพราะ บ้าน กับ วัด นั้น...ยังไงๆ ย่อมแยกไม่ออกจากกันและกันโดยเด็ดขาด หรือมีแต่ต้องเป็นไปตามบทกลอน บทกวี ที่ใครก็ไม่รู้เคยรจนาเอาไว้ประมาณว่า วัดจะดีมีหลักฐานเพราะบ้านช่วย-บ้านจะสวยเพราะมีวัดดัดนิสัย-บ้านกับวัดผลัดกันช่วยก็อวยชัย-ถ้าขัดกันก็บรรลัยทั้งสองทาง ประมาณนั้น ดังนั้น...ถ้าต้องเจอกับวัด อมเงินทอน ขึ้นมาเมื่อไหร่ จะหันไป ถีบโยม แทนที่จะ ช่วยพระ มันคงไม่ถูกเรื่อง ถูกราว ซักเท่าไหร่ หรือกลับกลายเป็นการสะท้อนนิสัย สันดาน ที่ไม่น่าจะเข้าท่าไปด้วยกันทั้งคู่...
    -----------------------------------------------------------
    ก็เอาเป็นว่า...คงต้อง โปรดรออีกจักกู้กั๊บ สำหรับกรณีย้ายผู้อำนวยการสำนักพุทธไปปฏิรูปศาสนาอิสลามกันแทนที่ ยังไม่ถึงกับต้องรีบร้อน ออกอาวุธ กันในช่วงนี้ แวะชมโฆษณา 4.0, EEC, สังคมไร้เงินสด ฯลฯ อะไรต่อมิอะไรไปพลางๆ รอให้ทุกสิ่งทุกอย่างค่อยๆ คลี่คลายไปตามลำดับ ถึงค่อยผนึกลมปราณ ทะลวงจุดหยิม-ต๊กกันอีกที ก็ไม่น่าจะสายเกินไป อย่ามัวไปหลง ไปเลอะเทอะ กับเรื่องรัฐบาลแห่งช่ง แห่งชาติ ที่ยังไม่รู้ว่าชาติหน้า หรือชาติไหน ให้ต้องปวดเศียร เวียนเกล้าโดยใช่เหตุ เอากันแค่ชาตินี้ ช่วงนี้ นี่แหละ ก็น่าจะพอได้คำตอบแล้วว่า...อนาคตประเทศไทยจะเป็นไปเช่นไร...
    -----------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Children’s Moral Lesson (อีกครั้ง)... “Look backward, how much has been won, Look round, how much is yet to win, The watches of night are done, The watches of day begin.-จงเหลียวหลังดูว่า เราเอาชนะอะไรมาแล้วบ้าง เหลียวดูรอบๆ ว่ามีอะไรที่เราจะเอาชนะได้อีก การเฝ้าดูกลางคืนว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด การเฝ้าดูการมาถึงของกลางวันก็จะเริ่มต้นเมื่อนั้น...”
    --------------------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น